ครูอนามัยใจเกินร้อย

      สวัสดีค่ะพี่น้องผองเพื่อนทุกท่าน  ช่วงนี้ก็เป็นเทศกาลงานบุญกฐินนะคะ คงจะอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ดิฉันเองก็วิ่งรอกทั้งงานบุญ งานแต่ง วันนี้นั่งรถไป-กลับเกือบสามร้อยกิโลเมตร เมารถเหมือนกันค่ะแต่ตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้ว  บันทึกอาจจะห่างกันนะคะต้องขออภัยด้วยถ้าหากการติดตามอ่านไม่ต่อเนื่อง เพราะภาระที่มากมายค่ะ หลายคนก็บ่นว่างานหนัก ไม่รู้จะช่วยยังไงเนาะ เราเกิดมาเพื่องาน คงต้องสู้กันต่อไป แต่ก็ไม่อยากให้เครียดกันนะคะ ค่อยๆทำไปทุกอย่างก็คงเข้าที่เข้าทางไปเอง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านเลยค่ะ

      วันนี้ก็อย่างที่เกริ่นไว้ในบันทึกที่แล้วนะคะว่าจะนำภาพกิจกรรมการอบรมโครงการ " สุขศึกษาแนวใหม่ สำหรับครูอนามัยยุคปัจจุบัน" มาฝากกัน ค่ะโครงการนี้เขียนขึ้นตั้งแต่ปี 2552 ค่ะ เพิ่งได้ดำเนินการในปีนี้ ตอนที่ดิฉันเรียนเชิญท่านผู้อำนวยการฯมาเปิดงานท่านถามว่า " ทำไมต้องเป็นครูล่ะพี่" ก็ต้องอธิบาบท้าวความให้ท่านฟังว่า

      ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่มีผู้มารับบริการมากที่สุดในโรงพยาบาลช่วง 3 ปี ย้อนหลังมานี้ได้แก่ โรคเรื้อรัง มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหอบหืดมากที่สุด ซึ่งโรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น ความเครียด ขาดการออกกำลังกาย และบริโภคอาหารไม่ถูกหลัก 

      งานสุขศึกษาได้ทำการรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปทั้งนอกและในโรงพยาบาล และงานจะสัมฤทธิ์ได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะ บวร  คือ บ้าน วัด และโรงเรียน ที่เป็นศูนย์กลางที่สุด ก็คือโรงเรียน  และผู้ที่มีบทบาทสำคัญมากๆก็คือ "ครูอนามัย" การอบรมครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และฟื้นฟูความรู้ด้วย เพื่อให้ครูอนามัยเป็นแบบอย่างในเรื่องการดูแลสุขภาพและเป็นคนสานต่อในการเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆแก่เพื่อนครู แก่นักเรียน และนักเรียนก็นำไปเผยแพร่ให้กับผู้ปกครองต่อไป ซึ่งท่านผอ.ก็เห็นด้วยค่ะ

         การเตรียมงานก็ไม่ยุ่งยากอะไรเพราะเรื่องวิชาการและเอกสารพร้อมอยู่แล้วเนื่องจากได้ทำให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ แต่ที่หนักใจก็คือ คุณครูจะมาหรือไม่ ต้องใช้กลยุทธ์อะไร? ถ้าสอนคนอื่นไม่หนักใจเลยค่ะ แต่นี่เป็นการ"สอนครู" ซึ่งเป็นปรมาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนอยู่แล้ว นึกในใจว่าจะเป็นการสอนจรเข้ว่ายน้ำหรือเปล่าหนอ ความกังวลเริ่มเข้ามาแล้ว และคนที่นึกถึงในตอนนั้นก็เพื่อนรักคนเดิมนั่นแหละค่ะ อาจารย์ชัชวาลย์ รัตนพร พอโทรฯหา " อู้ด วันที่ 21 กรกฎาคมว่างหรือเปล่าน้อยจัดอบรมครู ช่วยหน่อยซิ " ปลายสายก็บอกว่าต้องเตรียมตัวไปเป็นวิทยากรที่ร้อยเอ็ดในวันรุ่งขึ้น แต่ไหนๆเพื่อนก็ต้องการความช่วยเหลือก็จะมาช่วยทำกิจกรรมกลุ่มก่อนเข้าสู่บทเรียนประมาณ 15 นาทีแล้วให้ดิฉันดำเนินการต่อ แต่ปรากฎว่าอยู่จนถึงบ่ายสามค่ะ

        จากที่คิดว่าคุณครูอาจไม่มาตามเป้าฯ คือโรงเรียนในเขตรับผิดชอบ 74 โรง ตั้งเป้าไว้ 80% ปรากฎว่าคุณครูมา 75 ท่านคือชวนเพื่อนมาด้วย มากันแต่เช้าก่อนห้องประชุมเปิดเสียอีก ดิฉันมาถึงห้องประชุม 7 โมงเช้าคุณครูนั่งรออยู่ 4 คนค่ะ (โอย อายจัง) พอขอโทษขอโพยกันเสร็จคำถามแรกคือ " คุณหมอคะท่านผอ.อยากมาด้วย ถ้าให้มาท่านจะตามมาทีหลัง " คนต่อมาก็ถามอีก " ท่านผอ.ขอมาด้วยค่ะท่านบอกว่าทำไมรับเฉพาะครูอนามัย" เป็นคำถามที่ทำให้ชื่นใจจริงๆค่ะเพราะถ้าผู้บริหารเห็นด้วยทุกอย่างก็น่าจะไปได้ดี แต่ห้องประชุมจุได้แค่นั้นก็ต้องขออภัยท่านไป  สำหรับกิจกรรมก็มีการประเมินดัชนีมวลกาย การวัดรอบเอว วัดความดันโลหิต มีวิชาการเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ และการฝึกทักษะการออกกำลังกาย และประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรมด้วย ผลปรากฎว่าจากผู้เข้ารับการอบรม 75 คน  พบว่า

1.       การประเมินรอบเอว

1.1    รอบเอวปกติ       47   คน คิดเป็นร้อยละ  62.67

1.2    รอบเอวเกิน          28   คน คิดเป็นร้อยละ 37.33

Ø    ผู้หญิง             27 คน  คิดเป็นร้อยละ  36

Ø      ผู้ชาย                   1 คน  คิดเป็นร้อยละ 1.33

 ดัชนีมวลกาย

ค่าดัชนีมวลกาย

การแปลผล

จำนวน

ร้อยละ

ต่ำกว่า18.50

ผอม

3

4

18.50-22.99

มาตรฐาน

36

48

23.00-24.99

ท้วมหรือเริ่มอ้วน

14

18.67

25.00-29.99

อ้วน

19

25.33

30 ขึ้นไป

โรคอ้วน

3

4

จำนวนผู้เข้าอบรมทั้งหมด

75

100

 2.  การประเมินความรู้

      2.1  การประเมินความรู้ก่อนอบรม   คะแนนเต็มทั้งหมด   20  คะแนน

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนนที่ทำได้

จำนวนคน

ร้อยละ

พอใช้

0-9

5

6.67

ดี

10-15

68

90.67

ดีมาก

16-20

2

2 67

2.2      การประเมินความรู้หลังอบรม

 

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนนที่ทำได้

จำนวนคน

ร้อยละ

พอใช้

0-9

0

0

ดี

10-15

5

6.67

ดีมาก

16-20

70

93.33

          สิ่งที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดคือ ผู้เข้าอบรมไม่ยอมเลิกค่ะ จากกำหนดการถึง 16.00น. คาดว่าน่าจะเสร็จก่อนเวลา แต่ที่ไหนได้คุยกันจนถึง 17.00 น. แถมยังขอเบรคในห้องอีกเพราะไม่อยากเสียเวลา ดิฉันดีใจจนอึ้งไปเลยค่ะ สุดท้ายก็เลยบอกว่า ค่อยมาต่อกันใหม่ในโครงการต่อไปเพราะเกรงว่าจะเหนื่อยเกินไป นั่นแหละถึงได้แยกย้ายกันไปค่ะ

         ท่านผอ.ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการอบรมค่ะ

                     พร้อมแล้วค่ะ เชิญมาลงทะเบียนก่อนนะคะ

 

                                 วัดความดันโลหิตก่อนนะคะ

 

                      ไหนดูซิคะ รอบเอวเกินหรือเปล่า

 

                 เพื่อไม่ให้เบื่อ ฟังไปด้วย ทำไปด้วยนะคะ

 

                       ยิ้มหน่อยนะ โลกจะได้สดใส

 

    ช่วงที่บรรยายก็เชิญอาจารย์ชัชวาลย์สาธิตไปด้วย แบบว่าเพื่อนช่วยเพื่อนค่ะ (นายอู้ดเค๊าห่อข้าวไปกินด้วยนะคะ)

                         กำลังสนุกสนานกับตาราง 9 ช่องค่ะ

 

                       แถมด้วยฮูลาฮูป เดี๋ยวจะไม่ทันสมัยเนาะ

 

                            ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อยนะคะ

     งานนี้สำเร็จลงได้ด้วยดีเพราะความร่วมมือจาก ท่านผู้อำนวยการทุกโรงเรียน ครูอนามัย  ท่านผอ.อภิชัย  ทีมงานสุขศึกษา และบุคคลสำคัญของเรา อาจารย์ชัชวาลย์ รัตนพร ค่ะ กราบขอบพระคุณทุกๆท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ

    ครบ 3 เดือนแล้วแต่ยังไม่ได้เชิญคุณครูมาประเมินรอบเอวและดัชนีมวลกายเลยค่ะ เพราะเพิ่งเปิดเทอมใหม่ และยังยุ่งๆเรื่อง UTQ ด้วย ประมาณเดือนหน้าจะเชิญมาดูความก้าวหน้าค่ะ ก็ขอเอาใจช่วยคุณครูให้สอบผ่านกันทุกท่านนะคะ อารมณ์ดี มีวินัย ใส่ใจสุขภาพ คือสโลแกนที่เราวาดไว้ค่ะ พบกันใหม่เบรคหน้านะคะ บาย...ค่ะ