เพลงในส่วนเสริม อาจไม่สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง แต่...หากอยากฟัง right here waiting ก็กดเปิดได้ครับ

     เมื่อรวงข้าวโน้มตัวลง สายฝนที่เคยตกแทบทุกวัน ก็เริ่มห่าง ถนนในหมู่บ้านที่เคยเฉอะแฉะ ค่อยๆ แห้ง เปลี่ยนสภาพจากดินโคลนเป็นดินร่วนปนทราย

     ไม่นานนักลมหนาวก็มาถึง หนุ่มสาวบ้านคำบากทยอยกลับจากท้องนา เสียงพิณเสียงแคนที่หายไปในหน้าฝน กลับมาบรรเลงกล่อมบ้านป่าอีกครั้งหนึ่ง ผสมผสานคละเคล้ากับเสียงครกมือกระทบสากที่ถูกตำเป็นจังหวะกระชั้นถี่  

           หลังอาหารค่ำ มืดแล้ว หลินจุดไต้วางไว้กลางเรือนชาน แล้วลงเรือนหายไป พ่อกับแม่ของเหรียญ บ่นว่าเหนื่อยจากการเกี่ยวข้าว เข้าห้องนอนแล้ว คนอื่นๆ ไม่ทราบหายไปไหน ที่ชานเรือนมีผมคนเดียวนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย 

      "ครู...ไปหากินข้าวเม่าไหม..."  เสียงเหรียญดังขึ้นที่หัวบันไดบ้าน "ผมไปเดินดูแล้ว มีหลายครกเลยทีเดียว"

 "มิน่า...กำลังคิดว่า เหรียญหายไปไหน" ผมยังไม่ตอบรับคำชวน

 "ไปเถอะครู อร่อยนะ" เหรียญย้ำ ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักข้าวเม่า แต่ก็ลุกขึ้น คว้าไฟฉายที่อยู่ข้างตัว เดินลงบันไดตามเหรียญไป 

 จันทร์ข้างขึ้น ทำให้เรามองเห็นทางเดินโดยไม่ใช้ไฟฉาย เมื่อเลี้ยวเข้ากลางหมู่บ้าน ผมก็เห็นแสงไฟวับแวม และหญิงสาวสามคน คนหนึ่งกำลังฝัดข้าวด้วยกระด้ง อีกสองคนกำลังจับสากด้วยสองมือผลัดกันตำลงที่ครกตรงหน้าเป็นจังหวะ อย่างไม่กลัวสากกระทบกันเอง 

  "กินได้หรือยัง"  เหรียญถามขึ้นลอยๆ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ 

  เงียบไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงสากกระทบครก และข้าวที่ถูกฝัดหล่นลงกระทบกระด้ง 

 "ยังกินไม่ได้นี่หว่า" เหรียญตอบเอง หลังจากชะโงกดูข้าวในครก ส่วนผมเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวที่กำลังฝัดข้าว ข้าวในกระด้งในมือของหล่อนยังมีเปลือกปนอยู่มาก และเมื่อผมมองดูหญิงสาว ก็รู้ว่า หลินไปไหน เธอมาฝัดข้าวอยู่นี่เอง

  "ไปต่อเถอะครู... ถึงกินได้ก็คงไม่อร่อยหรอก" เหรียญชวนผมเดินต่อ ผมหัวเราะพร้อมกับนึกว่า ที่ไม่อร่อยคงเป็นเพราะว่า น้องสาวตัวเองอยู่ที่นี่แน่เลย

 เราเดินจากกลุ่มของหลิน ไปตามเสียงครกที่ดังอยู่ข้างหน้า เป็นลานบ้านที่กว้างขนาดสนามวอลเลย์บอลสองสนาม มีคนกลุ่มใหญ่ตะคุ่มตะคุ่ม นับสิบคน

  เสียงครกยังดังเป็นจังหวะกระชั้นถี่จากกลุ่มนั้น พอเราเดินเข้าไปใกล้ เสียงพิณทำนองลำเพลินก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงเด็กเฮ ให้จังหวะดังลั่น

 ผมจำได้ดี คนดีดพิณเป็นเด็กร่างผอมบาง อายุราวสิบห้า แต่ตัวเล็กเหมือนเด็กสิบสองขวบ

 "ไง..บุญชู เมื่อไหร่จะสอนครูดีดพิณล่ะ" ผมเข้าไปทักคนดีดพิณ แกยิ้มตอบ โดยไม่หยุดบรรเลงเพลงพิณ       

 รอบๆ ตัวบุญชูมีเด็กหลายคน ซึ่ง ชินและบิน น้องของเหรียญก็อยู่ในกลุ่มนั้น 

 ผมผละจากบุญชูไปดูหญิงสาวยืนตำข้าว คนหนึ่งยกสากคนหนึ่งตำเข้าไปในครก สลับกันเสียงถี่เร็ว ลำตัวของหล่อนโยกก้มเงยตามท่วงท่าตำ ที่สวยงาม เร็ว แต่สากไม่กระทบกันเลย   

 "กลับเถอะครู...คงไม่ได้กินแล้วล่ะ คืนนี้" เหรียญชวนผมกลับเรือน

 คืนนี้ไม่ใช่คินของเหรียญ ไม่ได้กินข้าวเม่า แล้วยังไม่ได้จีบสาวตำข้าว เป็นคืนที่สูญเปล่าสำหรับเหรียญ แต่สำหรับผม คืนนั้นเป็นคืนที่สวยงามคืนหนึ่ง สวยงามด้วยเพลงพิณและลีลาตำข้าว ผลิตอาหารหล่อเลี้ยงชีวิต 

 คินนั้นเป็นอีกคืนหนึ่งที่ผมหลับพร้อมกับรอยยิ้ม