สังคมไทยมีเด็กเกิดใหม่ในแต่ละรุ่นลดลงมากยิ่งๆขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ขณะเดียวกัน ความเป็นชุมชนหมู่บ้านและชนบทก็ขยายตัวความเป็นเมือง ทำให้ชุมชนแบบชนบทมีสัดส่วนน้อยกว่าชุมชนเมือง สภาพดังกล่าวนี้เป็นแรงกดดันที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมไปอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนประถมและวัดหลายแห่งทั่วประเทศต้องเริ่มยุบเลิกและปิดดำเนินการเพราะมีเด็กน้อย กระทั่งไม่มีเด็กรุ่นใหม่เข้าไปเรียน ต่อมาก็เริ่มกระทบต่อวัดและอัตราการลดจำนวนของพระและเณร  วัดทั้งในเมืองและชนบทเป็นจำนวนมากนอกจากต้องร้าง รวมทั้งขาดระบบบำรุงรักษาทรัพยากรส่วนรวมและศิลปะวิทยาหลายสาขาที่สั่งสมไว้ในวัดและพระสงฆ์ ดังนั้น กิจกรรมการพัฒนาการเรียนรู้สร้างเสริมศักยภาพของพระและวัดเพื่อได้มีบทบาทอย่างสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาระบบสังคมในด้านการพัฒนาจิตใจและวิถีคุณธรรมความดีงาม ให้เท่าทันกับความจำเป็นดังกล่าวทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

จากการที่ได้มีประสบการณ์เรียนรู้ทำเวทีคนหนองบัวกับท่านพระมหาแลและเครือข่ายเรียนรู้ด้วยกันกับอีกหลายท่าน อีกทั้งความที่ท่านพระอธิการโชคชัยจากอำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ได้เล็งเห็นความสำคัญของเวทีคนหนองบัว พร้อมทั้งได้แสดงความสนใจในอันที่จะเป็นโอกาสพัฒนาเครือข่ายพระสงฆ์เพื่อเรียนรู้และพัฒนาบทบาทการอบรมเผยแพร่และทำงานชุมชนกับชาวบ้านในมิติใหม่ๆ ผมจึงขอร่วมสนับสนุนความคิดของท่านโดยนำเอาวิธีทำงานในเวทีคนหนองบัวนี้ของท่านพระมหาแลมานั่งเรียนรู้ ใคร่ครวญ เพื่อนำเอาข้อสังเกตบางประการเท่าที่ผมมองเห็นนี้มาบันทึกถ่ายทอดไว้สำหรับท่านพระอธิการโชคชัย อีกทั้งเครือข่ายความสนใจต่างๆ จะได้พอมีข้อมูล แนวคิด มุมมอง สำหรับออกแบบเครือข่ายการทำงานและจัดวางองค์ประกอบต่างๆได้อย่างเหมาะสมงดงามมากยิ่งๆขึ้นต่อไป

จากเวทีคนหนองบัวนับแต่เริ่มต้นกระทั่งถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเพียง ๑ ปีเศษนี้ มองในด้านการพัฒนาการเรียนรู้ ความริเริ่ม และการสร้างโอกาสต่างๆไปตามเหตุปัจจัยแวดล้อมและความพร้อมที่ส่งเสริมให้ดำเนินการได้นั้น ผมเห็นตัวอย่างบทบาทที่สำคัญของพระสงฆ์ในชนบท ซึ่งค่อยๆเริ่มดำเนินการอย่างขึ้นเป็นระบบ อีกทั้งมีจุดยืนจำเพาะมากยิ่งๆขึ้นทีละเล็กละน้อยผ่านประสบการณ์ท่านพระอาจารย์มหาแล ซึ่งเป็นด้านที่น่าสนใจและเริ่มเห็นภาพในความเป็นฐานความเข้มแข็งของวัดและบทบาทของพระมาแต่เดิม แต่กำลังพัฒนาให้สามารถจัดกาารสิ่งต่างๆได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่พอจะสรุปได้ ๔ ลักษณะของกิจกรรมและความมีบทบาทอย่างต่อเนื่องตามภาพ ดังนี้

  • การบันทึกผู้คนและชุมชน
  • การบันทึกและสร้างการเรียนรู้สังคมและสิ่งแวดล้อมชุมชน
  • การส่งเสริมและเป็นสื่อสานพลังความเป็นชุมชน
  • การเป็นแหล่งระดมทรัพยากรความรู้และเคลื่อนไหวสังคมการเรียนรู้

   การบันทึกผู้คนและชุมชน  

จากบทเรียนความมีประสบการณ์ร่วมกับท่านพระมหาแล ก็ได้เห็นบทบาทอันสำคัญขอพระสงฆ์ในการเป็นผู้รวบรวมข้อมูล ภูมิปัญญาชีวิตและความทรงจำของชุมชน มีความริเริ่มง่ายๆจากผู้คนรอบตัว การรำลึกความมีอยู่ของคนเก่าแก่ ประสบการณ์ชีวิตของชาวบ้าน การนำเอาชีวิตของผู้เฒ่าผู้แก่ ครูอาจารย์ ผู้นำชุมชน และปัญญาชนชาวบ้านมาย้อนรำลึก สืบทอดให้ผู้คนได้จดจำเป็นทุนความดีงาม รวมทั้งบูรณาการมิติอันเป็นหลักคิด หลักธรรม และอนุสติที่ได้จากชีวิต สั่งสมทีละนิดละหน่อย กระทั่งกลายเป็นคลังข้อมูลชีวิตจิตใจของชุมชน ลักษณะดังกล่าวนี้ เข้ามาทดแทนบทบาทในการเป็นศูนย์กลางความเป็นชุมชนของวัดและความเป็นแหล่งสะสมภูมิปัญญา วิทยาการ ศิลปะ และองค์ความรู้ต่างๆ สำหรับใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างในอดีต ได้อย่างเหมาะสมและงดงามมากทีเดียว ข้อมูลหลายส่วนของชุมชนที่อาจสูญหายไปกับชีวิตของผู้คนแต่ละรุ่น ก็เริ่มมีแนวทางใหม่ๆสำหรับสะสมต่อยอดกันไว้ด้วยความริเริ่มของผู้ที่พอคิดและทำช่วยกันได้

   การบันทึกและสร้างการเรียนรู้สังคมและสิ่งแวดล้อมชุมชน  

ข้อมูลสังคม สิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาชาวบ้านทั้งในการทำนา การเรียนรู้ในวิถีชีวิต องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมืออำมาหากิน ภาษาท้องถิ่น วัฒนธรรม วิธีคิด และระบบภูมิปัญญาต่างๆในท้องถิ่น ได้มีการบันทึก รวบรวม สอดคล้องกับความสามารถเป็นนักวิจัยและรวบรวมข้อมูลไปอย่างเป็นธรรมชาติของพระซึ่งจะต้องทำกิจกรรมกับชาวบ้านมากมายอยู่ตลอดเวลา

   การส่งเสริมและเป็นสื่อสานพลังความเป็นชุมชน  

เป็นสื่อและเป็นเสียงของชุมชน สื่อสาร เผยแพร่ และกระตุ้นส่งเสริมให้ผู้คนติตต่อสร้างปฏิสัมพันธ์กันเพื่อสืบสานพลังชีวิตความเป็นส่วนรวมในมิติต่างๆที่อยู่ใกล้ตัว โดยเฉพาะคนในชุมชนที่ย้ายถิ่นในลักษณะต่างๆไปอยู่นอกชุมชนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้บทบาทของวัดแลพระสงฆ์ในการเป็นศูนย์กลางกำกับจังหวะวิถีชีวิตและวิถีทำมาหากินในอดีต สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้มีบทบาทอยู่ในเงื่อนไขแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างมากแล้ว

   การเป็นแหล่งระดมทรัพยากรความรู้และเคลื่อนไหวสังคมการเรียนรู้  

อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ท่านพระมหาแลได้ทำสื่อด้วยตนเองในรูปแบบต่างๆ พร้อมกับเผยแพร่ ส่งเสริมคนทั่วไปให้ได้เกิดการรับรู้ เกิดความสนใจ และได้พัฒนาการเรียนรู้เพื่อเข้าถึงเวทีคนหนองบัวรวมทั้งกิจกรรมความเคลื่อนไหวอื่นๆที่เกิดขึ้นสืบเนื่องกัน เหล่านี้ ทำให้เริ่มเห็นบทบาทความเป็นแหล่งระดมทรัพยากรส่วนรวม เก็บรักษา และบริหารจัดการสิ่งซึ่งท่านและคนอื่นๆมุ่งให้เป็นสิ่งของสาธารณะ ให้สามารถใช้ในชุมชนและคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งก็เป็นบทบาทที่น่าประทับใจและน่าสนใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีภาพสะท้อนทรัพยากรและสมบัติของส่วนรวมในอีกรูปแบบหนึ่งของสังคมโลกยุคใหม่ นั่นก็คือ ทรัพยากรความรู้ ทุนทางปัญญา ซึ่งจะเป็นการระดมการทำบุญและการทำทานในอีกความหมายหนึ่ง สู้กระแสสังคมแห่งวัตถุนิยมและการบริโภคที่ขาดความสมดุลมากไป การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อส่วนรวมผ่านบทบาทของพระสงฆ์และวัด จะมีแง่มุมดังกล่าวนี้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพต่อการสร้างความเป็นส่วนรวม ที่น่าสนใจมาก

บทบาทหลากหลายโดยสรุปนี้ พอจะเริ่มเห็นความมีเอกลักษณ์และความมีบทบาทจำเพาะของพระสงฆ์และวัด ทั้งในพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆที่ชาวบ้านนับถือ นั่นก็คือ การทำให้กิจกรรมทางศาสนธรรมหรือกิจกรรมส่วนรวมที่เคลื่อนไหวผ่านบทบาทของพระและวัดมีโอกาสพัฒนาเป็นเครือข่ายการเรียนรู้จากกิจกรรม อีกทั้งเป็นเครือข่ายที่ให้การเรียนรู้และสร้างประสบการณ์สั่งสมของสังคมชุมชน ในวิถีการทำบุญทำทานด้วยความรู้และปัญญา สร้างความสมดุลให้กับการไหลตามกระแสวัตถุนิยมของทั้งท้องถิ่นและสังคมโลก ซึ่งก็จะกลายเป็นเครือข่ายพระนักวิจัยสร้างความรู้ท้องถิ่นในทุกแห่งที่มีกิจกรรมเป็นเงื่อนไขเปิดเวที พร้อมกับบูรณาการการเผยแผ่ธรรมและทำให้ผู้คนเห็นวิธีคิดในการเข้าถึงคุณธรรมความดีงามในวิถีพุทธธรรมจากกิจกรรมความรู้และงานทางปัญญาของชาวบ้าน

การมีเครือข่ายเข้าไปเสริมกำลังความริเริ่มของสังคมในลักษณะนี้ ก็เชื่อว่าจะเพิ่มโอกาสความหลากหลายให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นอีก เครือข่ายของพระสงฆ์และชาวบ้านที่มีส่วนร่วมก็จะมีสื่อและแหล่งกิจกรรมทางปัญญาความรู้ที่เอื้อต่อการเกิดความงอกงามภายใน อีกทั้งได้นำเอาสิ่งที่ได้ไปใช้ดำเนินชีวิต เป็นวิถีแห่งการศึกษาอบรมตนผ่านการทำงานเพื่อสร้างสรรค์ความเป็นส่วนรวมในสิ่งที่ทำได้รอบตัว พร้อมกับเป็นการระดมพลังการดำเนินชีวิตให้เชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์กับพระและวัด พระและวัดพอมีกำลังสู้วิฤติรอบด้านของสังคม และชาวบ้านก็มีโอกาสได้พัฒนาสุขภาวะและยกระดับคุณภาพชีวิตของตน ด้วยการพึ่งตนเอง ได้มากยิ่งๆขึ้น.