อากาศร้อนอบอ้าว หลบเข้าห้องทำงานปรับอากาศ มองลอดบานหน้าต่างกระจกเห็นพยับแดดเต้นระยิบ

ประพฤติพรหมจรรย์-1

โสภณ เปียสนิท

...........................

   

                       อากาศร้อนอบอ้าว หลบเข้าห้องทำงานปรับอากาศ มองลอดบานหน้าต่างกระจกเห็นพยับแดดเต้นระยิบกลางลานปูนที่จอดรถ ใบไม้แห้งหงิกงอเกลื่อนกล่นบนพื้นปูน กลิ้งตามแรงลมติดอยู่ตามซอกตึกมุมอาคาร ฝุ่นฟุ้งกระจายปลิวไปสู่แห่งใดแห่งหนึ่ง สุธีร์ เพื่อนรุ่นเดียวกันในที่ทำงานเดินเข้ามาหาพร้อมบ่นเบาๆ “เบื่อว่ะ” ผมเหลือบมองเพื่อนร่วมงานคนอื่นเกรงว่าจะรบกวน เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างเร่งทำงานไม่สนใจคำบ่นของเพื่อนรักจึงเบาใจ “เอ็งเบื่ออะไรของเอ็ง” “เบื่องานซ้ำซากจำเจ” คำตอบของเพื่อนตรงกับที่ผมคิดโดยบังเอิญ ผมวางงานที่กำลังทำ แตะแขนเพื่อนชี้ไปที่มุมกาแฟ “ไปคุยตรงโน้นดีกว่า”

 

                         ผมชงกาแฟหอมกรุ่น ยื่นให้เพื่อนหนึ่งถ้วย “เอ็งคิดเหมือนข้าเลย” “กันคิดว่าควรหาอะไรที่มันแปลกๆ ทำหน่อยน่าจะดี” “เออ เข้าท่าดี แต่ว่าอะไรนะ ที่แปลกๆ” “ยังนึกไม่ออก แล้วจะบอกทีหลัง” ผมหยุดคิดนิดหนึ่ง จำได้ว่ามีหนังสือเวียนเชิญบุคลากรที่สนใจเข้าร่วมการปฏิบัติธรรม 5 วัน “งั้นสมัครเข้าร่วมการปฏิบัติธรรมกับเขาดีกว่า” “เอ้ย จะดีหรือ” “ก็นี่แหละของแปลก” “แปลกยังไง” “อ้าว เอ็งเคยทำหรือเปล่า” สุธีร์ตอบอย่างเร็ว “เปล่า” “นั่นไง แปลกเต็มๆ” เขานิ่งคิดสักครู่ เหมือนว่ากำลังตัดสินใจ “งั้น เราไปด้วยกัน ไม่ถือเป็นวันลาเสียด้วย” พอเพื่อนชวนไปด้วยผมชักเสียงอ่อย นิ่งคิดอยู่นาน “เอ้า ดีเหมือนกัน”

 

                         “แต่เอ็งรู้หรือยังว่าต้องทำอย่างไรบ้าง” สุธีร์รอบคอบเสมอ เขาเป็นนักว่างแผนคนสำคัญของหน่อยงานเรา แต่ผมเริ่มงงๆ “เอ...เห็นว่าต้องถือศีล 8 ข้อ” “เฮ้ย ไหวหรือเรา” เพื่อนคงคิดเป็นห่วงเรื่องการอดข้าวเย็นเหมือนผม “เขาอดข้าวกันแล้วไม่ตาย เราก็ต้องไม่ตายเว้ย” สุธีร์ทำท่าค้อนเหมือนผู้หญิง “ข้าไม่ห่วงข้อนั้นหรอก” “อ้าวแล้วห่วงข้อไหน” “ข้าห่วงทุกข้อ มีอะไรบ้างหว่า” ผมอยากบอกแต่ว่า ความรู้มีจำกัด “งั้นเย็นเราไปคุยกับลุงจำลอง ลุงแกใจดี” “ใครกันลุงจำลอง” “เป็นลุงข้าเอง แกเคยบวชหลายปี” “อ้าวบวชหลายปีแล้วสึกทำไม” “ว่ะ.. ข้าจะไปรู้รึ เย็นเอ็งถามแล้วกัน”