สะท้อนถึงแง่มุมที่หลากหลายทั้งในแง่ของ "ความหมาย" และ "คุณค่า" ของมนุษย์ ชุมชน และสังคมนะครับ...

           กับการเดินทางขึ้นเหนือในครั้งนี้นอกจากการได้เรียนรู้จากการทำงานแล้ว ยังได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติ วิถีชนบทตลอดสองข้างทางระหว่างการเดินทางในหลายจังหวัดทางภาคเหนือครับ ยิ่งไปกว่านั้นมีเพื่อนร่วมเดินทางที่รักและศรัทธาในวิถีชนบทด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ผมได้ความรู้ใหม่ ๆ และเห็นคุณค่าของความเป็นชนบทมากขึ้นครับ...

 

 

         คุณพนัส (คุณแผ่นดิน) มักจะเล่าเรื่องราวความเป็นชนบทภาคอีสานในเชิงเปรียบเทียบกับความเป็นชนบทของภาคเหนือตลอดระยะเวลาที่เดินทางอยู่บนรถ ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์หนุ่มใต้อย่างผมที่มีความรู้เรื่องของชนบทน้อยมาก แม้แต่เรื่องของชนบททางภาคใต้เองด้วยซ้ำ...

 

        สิ่งที่แปลกตาอย่างหนึ่งสำหรับผมคือ ทุ่งนาที่นี่แม้แปลงติดกันแต่ต้นข้าวจะสุกเหลืองไม่พร้อมกัน เห็นเป็นสีเหลืองและสีเขียวตัดกัน สำหรับผมแล้วถือเป็นความสวยงามตามธรรมชาติของ "วิถีชนบท"ที่ทำให้คนต่างถิ่นที่มาเยือนอย่างผมรู้สึกสดชื่น สบายตา และเป็นความสุขเล็ก ๆ ของนักเดินทางอย่างผมที่มีโอกาสไปเยือนภาคเหนือไม่บ่อยนัก...

 

          กระท่อมเล็ก ๆ ที่อยู่ในทุ่งนาถือเป็นความเชื่อ วิถีปฏิบัติ และประเพณีของชาวชนบทอีกอย่างที่น่าสนใจ คุณพนัสบอกว่าหากเป็นที่ภาคอีสานจะสร้างแบบเสาเดียว มีขนาดเล็กกว่าที่ภาคเหนือ และไม่ได้อยู่ตรงคันนา แต่จะถูกสร้างไว้ในพื้นที่เฉพาะซึ่งสะท้อนถึงวิถีความเชื่อที่แตกต่างกันในเรื่องพื้นที่และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่มนุษย์นับถือ...

 

 

            ผมว่าการศึกษาและเรียนรู้ถึงความเป็นอยู่ของผู้คน ความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมต่าง ๆ ของชุมชน เป็น "ศาสตร์" ที่น่าสนใจนะครับ เพราะจะทำให้เรารู้และเข้าใจในวิถีของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะท้อนถึงแง่มุมที่หลากหลายทั้งในแง่ของ "ความหมาย" และ "คุณค่า" ของมนุษย์ ชุมชน และสังคมนะครับ...