การประเมินโครงการ
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร 
                      การประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรในการจัดทำนวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนปทุมวิทยากร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรในการจัดทำนวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน ใน 4 ด้าน คือ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต และ 2) เปรียบเทียบผลการประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรในการจัดทำนวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนระหว่างก่อนและหลังการดำเนินโครงการ โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP MODEL ประชากรที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ ได้แก่ บุคลากรของโรงเรียนปทุมวิทยากร ในปีการศึกษา 2552 จำนวน 52 คน ซึ่งได้มาโดยความสมัครใจของบุคลากร เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ มีจำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1) แบบประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรในการจัดทำนวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.99, 2) แบบประเมินคุณภาพนวัตกรรมการเรียนการสอน มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.89 และ 3) แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การจัดทำนวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.50 - 0.72 และมีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.29 – 0.50 ในการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป Statistical Package of the Social Sciences/Personal Computer Plus (SPSS/PC+) ตามประเด็น โดยวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยระดับความคิดเห็นเป็นรายด้าน และรวมทุกด้าน แล้วแปลผลตามเกณฑ์การตัดสิน วิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อให้เห็นความก้าวหน้า โดยใช้สถิติการทดสอบลำดับพิสัยวิลคอกซอน Z - test
                      ผลการประเมินพบว่า
                      1.   โครงการพัฒนาบุคลากรในการจัดทำนวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนปทุมวิทยากร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ทั้งก่อนและหลังการดำเนินการ พบว่า
                            1.1 ผลการประเมินก่อนดำเนินโครงการ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยสูงไปหาต่ำ ดังนี้ ด้านกระบวนการ ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านผลผลิต (ความพึงพอใจ) และด้านบริบท ตามลำดับ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับเกณฑ์การผ่าน คือ 3.50 ขึ้นไป พบว่า โดยภาพรวมและทุกด้าน ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน 
                            1.2 ผลการประเมินหลังดำเนินโครงการ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยสูงไปหาต่ำ ดังนี้ ด้านกระบวนการ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า และด้านผลผลิต (ความพึงพอใจ) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับเกณฑ์การผ่าน คือ 3.50 ขึ้นไป พบว่า โดยภาพรวมและทุกด้าน ผ่านเกณฑ์การประเมิน
                      2.  ผลการเปรียบเทียบผลการประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรในการจัดทำนวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนปทุมวิทยากร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ระหว่างก่อนดำเนินการและหลังดำเนินการ โดยภาพรวมและทุกด้าน คือ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต (ความพึงพอใจ คุณภาพนวัตกรรมการเรียนการสอน และความรู้ความเข้าใจของผู้เข้ารับการประเมิน) มีผลการประเมินโครงการหลังดำเนินการสูงกว่าก่อนดำเนินการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
                      ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ พบว่า ปัญหาที่พบ คือ บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโครงการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของโครงการน้อย การพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนยังไม่สอดคล้องกับการปฏิรูปการเรียนรู้ วิทยากรยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมซักถามหรือแสดงความคิดเห็นเท่าที่ควร และวิทยากรบางคนยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการฝึกอบรมครั้งนี้ ดังนั้นโรงเรียนควรส่งเสริมสนับสนุนให้ความรู้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักและให้เห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรในครั้งนี้ อีกทั้งผู้ประเมินหรือผู้รับผิดชอบโครงการควรมีการชี้แจงวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการเพื่อให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจและรับทราบ นอกจากนี้ควรเพิ่มเติมหรือสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อให้บุคลากรสามารถพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนไปสู่การปฏิรูปทั้งระบบ ระหว่างการฝึกอบรมควรเพิ่มเติมเวลาหรือจัดกิจกรรมสอดแทรกให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แสดงความคิดเห็นและซักถาม และวิทยากรที่มาให้การอบรมควรมีความรู้ความสามารถในกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น หรืออาจจะอบรมและชี้แจงกระบวนการเรียนรู้ให้แก่กลุ่มวิทยากรก่อน เพื่อให้สามารถดำเนินการอบรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ