เป็นความประทับใจจากการลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก กับโครงการ LLEN เมื่อวันที่ ๕ พ.ย. ๕๓ ที่บางประเด็นนอกจากผมแล้วยังมีกรรมการชี้ทิศทางของ LLEN หลายท่านรู้สึกเช่นเดียวกัน เราไปเยี่ยมชม ๓ โรงเรียน ในช่วงเวลาระหว่าง ๙.๓๐ – ๑๔.๐๐ น. ได้แก่ รร. พิษณุโลกพิทยาคม รร. วังทองพิทยาคม และ รร. หนองพระพิทยา ซึ่งเป็น รร. ระดับมัธยมทั้งหมด สองโรงเรียนหลังอยู่ในอำเภอวังทอง ข้อสังเกตที่จะบันทึกต่อไปนี้ได้จากการไปเยี่ยมชมในเวลาสั้นๆ จึงน่าจะมีความเข้าใจไม่ครบถ้วนอยู่ด้วย อาคารสถานที่ของโรงเรียนกว้างขวางสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อยน่าประทับใจ คือโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพถือว่าอยู่ในขั้นดีมาก แต่ผมอดคิดไม่ได้ว่า ป้ายชื่อโรงเรียน และความโอ่อ่าหลายด้านเกินความจำเป็น น่าจะเอาเงินมาใช้สร้างปัญญาให้เด็กนักเรียนจะดีกว่า เรื่องนี้มีการติติงกันมานับสิบปี แต่กระทรวงศึกษาธิการไม้ได้แก้ไข หรืออาจจะยิ่งรุนแรงขึ้นด้วยซ้ำ การใช้ทรัพยากรสร้างวัตถุหรือด้านกายภาพเป็นสิ่งที่ทำง่าย ส่วนที่ทำยากคือคุณภาพคุณธรรมและสติปัญญาของคน และความมั่นใจตนเอง ความมีอิสรภาพของคน ระบบการศึกษาไทยวิ่งเข้าทำสิ่งง่าย ให้คุณค่าสิ่งง่าย ละเลยสิ่งยากที่มีคุณค่าสูงกว่า หรือไม่ น่าคิด คนในวงการศึกษาส่วนใหญ่ ทำเพื่อสนองหน่วยเหนือ หรือทำเพื่อเด็กนักเรียนเป็นหลัก น่าคิด คนนิสัยไม่ดีอย่างผม ไปที่ไหนก็สอดส่ายสายตา มุ่งมองหาแก่นเพื่อแยกออกจากกระพี้ และผมเห็นกระพี้มากกว่าแก่น และสงสัยว่าเป็นกระพี้ที่ขับเคลื่อนโดยกระทรวงศึกษาฯ เสียด้วย สิ่งที่โรงเรียนต่างๆ อวดคือเทคโนโลยี และเราไปชนกระพี้เข้าอย่างจัง คือการใช้เทคโนโลยีช่วยการสอน ไม่ใช่ใช้เทคโนโลยีช่วยการเรียน เทคโนโลยีถูกใช้อำนวยความสะดวกแก่ครู ไม่ใช่ใช้อำนวยความสะดวกแก่เด็กนักเรียน ผมหวังว่าในสภาพจริงจะมีการใช้เทคโนโลยีช่วยการเรียนรู้ของเด็ก แต่ช่วงที่เราไปเราเห็นเฉพาะส่วนที่ครูใช้สอนให้เราดู แต่การที่ทางโรงเรียนเอาการสอนของครูแบบใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาโชว์ผู้ไปเยือน เป็นการสะท้อนวิธีคิดในวงการศึกษา ที่ยังเน้นการสอนของครู มากกว่าเน้นการเรียนของเด็ก นโยบาย child center ดูจะไม่ซึมเข้าเนื้อในของวงการศึกษาไทย ที่จริงที่โรงเรียนวังทองพิทยาคม ให้เราดูผลงานสร้างหุ่นยนตร์ของเด็ก ที่น่าทึ่งทีเดียว แต่ผมก็อดคิดต่างไม่ได้ว่า การเรียนรู้แบบ “ทำได้” ยังไม่เพียงพอ ต้องเสริมด้วย “อธิบายได้” ด้วย ทางโรงเรียนน่าจะให้เด็กเล่าว่าตนสร้างหุ่นยนตร์มาอย่างไร และได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเรียนสร้างหุ่นยนตร์นั้น และครูก็น่าจะได้เล่าด้วยว่า ออกแบบการเรียนรู้สร้างหุ่นยนตร์เพื่อเป้าหมายการเรียนรู้อะไรของเด็ก และส่วนไหนได้ผล ส่วนไหนไม่ได้ผล มีคำถามหรือปัญหาอะไรบ้างที่อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้ไปเยือน การนำเสนอผลงานแบบเสนอแต่ผลลัพธ์ ไม่เสนอกระบวนการ และการเรียนรู้จากกระบวนการนั้น และไม่มีประเด็น ลปรร. สองทางกับผู้ไปเยือน สะท้อนจุดอ่อนหรือปัญหาในระบบการศึกษาไทย ที่มุ่งแสดงผลงานให้นายพอใจ ไม่เน้นมุ่งพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้ของเด็ก สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งคำถามกับตัวเอง คือ “โรงเรียนภูมิใจในผลงานแบบหลงภูมิใจผิดที่หรือเปล่า” คือเราไปเห็น classroom-based teaching ในนักเรียนชั้นมัธยมปลาย โรงเรียนภูมิใจกับการสอนแบบชั้นเรียน ในขณะที่โลกเขาพยายามให้เด็กออกจากชั้นเรียน หรือทะลายชั้นเรียน เปลี่ยนเป็นการเรียนด้วยรูปแบบที่หลากหลาย เช่น PBL (Project-Based Learning) ซึ่งต้องแบ่งเด็กเป็นกลุ่มย่อยทีมละน้อยคน ให้เด็กเป็นผู้เตรียมค้นคว้าทดลองและนำเสนอ (presentation) การเรียนแบบ student-directed learning ไม่ใช่ teacher-directed teaching ผมอยากไปเห็นวิธีที่ครูสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็ก ให้เด็กกระตือรือร้นอยากเรียนรู้ และมีกิจกรรมเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยที่ครูไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้น อำนวยความสะดวก และชี้ทิศทาง คือครูเลิกสอน เปลี่ยนมาทำหน้าที่โค้ช และ learning facilitator ผมอยากเห็นการแสดงวิธีการทำหน้าที่ครูแบบใหม่ดังกล่าว ที่ครูเน้นกระตุ้นให้เด็กคิด ด้วยคำถามแนว how และ why ไม่ใช่หยุดแค่ what อย่างที่ผมไปเห็น ผมอยากเห็นสภาพห้องเรียนที่มีชีวิตชีวา ที่เห็นเด็กเรียนรู้แบบ workroom-based ไม่ใช่ classroom-based อย่างที่ไปเห็น ผมจำได้ว่าที่โรงเรียนรุ่งอรุณ ผมได้เห็นสภาพการเรียนแบบ workroom-based เห็นความมีชีวิตชีวาของนักเรียน ทั้งหมดนี้น่าจะสะท้อนความล้มเหลว หรือการเดินผิดทางของ สพฐ. ผมไม่อยากเห็น สพฐ. บริหารทิศทางของการศึกษาไทยผิดทางต่อเนื่องไปในทศวรรษที่ ๒ ของการปฏิรูปการศึกษา ผมตีความว่า ความก้าวหน้าของการศึกษาไทยยังอยู่ที่เปลือกหรือกระพี้ ยังเข้าไม่ถึงแก่นของการปฏิรูปการศึกษาสำหรับสร้างพลเมืองที่จะเป็นผู้ดูแลสังคมและดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ ขออภัยต่อผู้ที่อาจถูกกระทบจากบันทึกนี้ ผมไม่มีเจตนาลบหลู่หรือจาบจ้วงบุคคลหรือองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น บันทึกนี้เขียนตรงๆ เพื่อร่วมปฏิรูปการศึกษาไทย และที่เขียนไปอาจมีส่วนที่เกิดจากความเขลาของผมเองก็ได้ วิจารณ์ พานิช๘ พ.ย. ๕๓
มาเรียนอาจารย์หมอว่า จากลงพื้นที่จริง พบว่า ป้ายโรงเรียนจะใหญ่โต อาคารเรียนหรูหรา แต่บางที่การเรียนรู้ลงไม่ถึงนักเรียนครับ ครูผู้สอนบางแห่งใช่ใช้วิธีการสอนแบบเดิมๆ ครูมีภาระต้องทำผลงานวิชาการ แถมอัตราเกษียณ ไปก็ยังไม่ได้มา บางโรงเรียนครูบางหมวดหายไปครึ่งหนึ่งเลยครับ...