เวทีรับฟังความเห็นทบทวนร่างรายงาน EIA “ชอร์เบสเชฟรอน”เจอม็อบนักศึกษา ชาวบ้านผนึกแนวต้านบุกชูป้ายอย่างถึงพริกถึงขิง สะพัดแจกเงินใส่ซองผู้เข้าร่วมประชุมคนละ 500 บาท เป็นสินน้ำใจในการเสียเวลา แกนนำยันต้องจัดเวทีกลางสาธารณะให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมอย่างเต็มที่ เตรียมผนึกกำลังฟ้องร้องศาลปกครองให้ตรวจสอบและระงับโครงการเหมือน 76 โรงงานในมาบตะพุด

เชฟรอนเปิดร่าง EIA แจกหัวละ 500 ลดแรงต้านไม่สำเร็จ  

คนคอนเตรียมฟ้องศาลสั่งระงับ

โดย  ผู้จัดการออนไลน์

ตีพิมพ์ใน ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน ฉบับที่ ๘

 

        นครศรีธรรมราช - เวทีรับฟังความเห็นทบทวนร่างรายงาน EIA “ชอร์เบสเชฟรอน”เจอม็อบนักศึกษา ชาวบ้านผนึกแนวต้านบุกชูป้ายอย่างถึงพริกถึงขิง สะพัดแจกเงินใส่ซองผู้เข้าร่วมประชุมคนละ 500 บาท เป็นสินน้ำใจในการเสียเวลา แกนนำยันต้องจัดเวทีกลางสาธารณะให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมอย่างเต็มที่ เตรียมผนึกกำลังฟ้องร้องศาลปกครองให้ตรวจสอบและระงับโครงการเหมือน 76 โรงงานในมาบตะพุด
        วันนี้ (5 ส.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น.ที่บริเวณหอประชุมอเนกประสงค์ หลังที่ทำการ อบต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ หรือ EIA โครงการก่อสร้างศูนย์สนับสนุนการปฏิบัติงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด
        โดยมีนักวิชาการจากบริษัทเชฟรอน บริษัทอีอาร์เอ็ม สยามจำกัด และบริษัทยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริง คอนซัลแทนท์ จำกัด เช่น นายอนุสิทธิ์ ชมพูกุล, ผศ.ดร.วิลาสินี อโนมาศิริ, นางศุภรัตน์ โชติสกุลรัตน์ เป็นต้น โดยมี ดร.ปิติวงศ์ ตันติโชดก นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ดำเนินรายการ ท่ามกลางผู้ที่เข้าร่วมรับฟังทั้งจากกลุ่มที่ให้การสนับสนุน และกลุ่มที่แสดงความเห็นและแสดงออกถึงการต่อต้านรวมประมาณ 1,000 คน โดยบริเวณรอบที่ประชุมนั้นได้มีนักศึกษาและชาวบ้านจากหลายพื้นที่นำแผ่นป้ายผ้าข้อความที่แสดงการต่อต้านต่างๆ อย่างเผ็ดร้อนเข้ามาติดตั้งจำนวนมาก
        ในการชี้แจงนั้นนักวิชาการในแต่ละด้านได้ชี้แจงถึงผลการศึกษาในหลายมิติทั้งในเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่ง การทับถมของตะกอน ผลกระทบทางด้านสังคม ด้านสุขภาพ ความปลอดภัยในด้านต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและซักถามถึงข้อสงสัยอย่างกว้างขวาง
        โดยในการเข้าร่วมเวทีนั้นอยู่ภายใต้การดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด และตรวจตราบุคคลที่เข้าไปในบริเวณหอประชุมอย่างเข้มงวด ส่วนเก้าอี้ในที่ประชุมนั้นได้ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย โดยมีชื่อของบุคคลที่นั่งประจำที่อยู่แล้ว ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินชดเชยในการเสียเวลาการประกอบอาชีพให้กับชาวบ้านที่เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นรายละ 500 บาท โดยระบุที่หน้าซองว่าไม่มีผลผูกพันใดๆ ในการแสดงความคิดเห็น สามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยอิสระ
        อย่างไรก็ตาม ในการต่อต้านของกลุ่มมวลชนต่างๆ นั้นประกอบด้วยกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง อ.สิชล, กลุ่มอนุรักษ์คลองท่าทน, กลุ่มศึกษาผลกระทบนโยบายสาธารณะ พร้อมทั้งนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ช่วยกันถือป้ายผ้าเดินเข้ามาแสดงการต่อต้านบริเวณโดยรอบหอประชุม พร้อมทั้งแจกจ่ายจดหมายเปิดผนึกต่อต้านท่าเรือเชฟรอน และให้มีการยุติเวทีดังกล่าวทันทีและเรียกร้องให้เปิดเวทีสาธารณรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและเป็นกลางอย่างแท้จริง
        นายวิน จินดานิล แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งอำเภอสิชล เปิดเผยว่าในการเปิดเวทีครั้งถือว่าไม่มีความเป็นธรรม สืบเนื่องจากทุกกระบวนการอยู่ภายใต้ควบคุมของบริษัททั้งสิ้น ข้อมูลบางอย่างไม่ได้ถูกเปิดเผย ดังนั้นเวทีนี้ควรยุติและเปิดโอกาสให้เกิดเวทีสาธารณขึ้นอย่างแท้จริง และแสดงความเห็นอย่างรอบด้าน โดยภายใต้การจัดการขององค์กรที่เป็นกลาง เช่น สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยที่ให้บริษัทเชฟรอนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
        ขณะที่นางอวยพร บุญพรหม ชาว ม.15 ต.เทพราช อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์คลองท่าทน เปิดเผยว่า ชาวบ้านตกอยู่ในภาวะที่ไม่รู้ข้อมูล เคยไปถามว่าเมื่อเชฟรอนเข้ามาได้เขาก็ไม่รู้ ซึ่งประชาชนที่คัดค้านหวั่นเกรงว่าเมื่อเชฟรอนเข้ามาแล้วสิ่งที่ตามที่เชฟรอนตอบไม่ได้คือนิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังเข้ามา และที่สำคัญคือเขื่อนคลองท่าทนจะต้องเกิดขึ้นดังนั้นจึงต้องต่อต้าน
        ส่วนนายทรงวุฒิ พัฒแก้ว แกนนำกลุ่มศึกษาผลกระทบนโยบายสาธารณะ เปิดเผยว่า ในเมื่อคัดค้านเวทีไม่สำเร็จ มาตรการที่จะดำเนินต่อไปคือการร้องต่อศาลปกครองในเรื่องของความไม่ชอบธรรม โดยจะมีการร่วมมือกับ นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน คือ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้ฟ้องคดี 76 โครงการมาบตะพุด กลุ่มรักษ์อ่าวไทย (เกาะสมุย) เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะนครศรีธรรมราช จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองในเร็วๆนี้
        ทั้งในส่วนของท่าเรือเชฟรอน และเรื่องสัมปทานปิโตรเลียม กล่าวคือในเรื่องของท่าเรือนั้นจะฟ้องในประเด็นที่มีการปล่อยให้กระบวนการ EIA อย่างไม่เป็นธรรม ให้สัมปทานแปลงสัมปทานปิโตรเลียมโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งในส่วนหลังนี้จะฟ้องร้องทั้งเชฟรอน นิวคอสตอล และเพิร์ลออย ในส่วนนครศรีธรรมราช นั้นจะเน้นไปที่ท่าเทียบเรือ