บทบรรณาธิการ
ตีพิมพ์ใน ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน ฉบับที่ ๘
เดือนสิงหาคม คงไม่มีกระแสใด ดังเท่าเวทีอีไอเอท่าเรือเชฟรอนอีกแล้ว เสียงโฆษณาทางวิทยุ เสียงกระแสการต่อต้าน เสียงกระแสการให้เงินผู้ไปร่วมฟัง และเปลี่ยนจากสถานที่เกิดเหตุ มาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ อบต.สระแก้ว แม้การรับฟังความคิดเห็นจะผ่านไปได้ด้วยดี ท่ามกลางความกังขาของสื่อมวลชน และองค์กรต่างๆที่มาร่วมรับฟัง เพราะพูดเอง เออเอง จัดการเองแบบนี้ ยากที่จะสร้างการยอมรับในวงกว้าง
เวทีพลังงานลดโลกร้อน ที่กระทำด้วยการหมกเหม็ดซ่อนเงื่อน ก็สร้างความตื่นตัวให้คนทั้งภาคใต้ ระดมพลตั้งแต่จังหวัดประจวบ ถึงสตูลและสงขลา มารวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น จนล้มเวทีรับฟังความคิดเห็น เพราะหากปล่อยไป จะเป็นปัญหากับคนเล็กคนน้อย เช่น โค่นยางเพื่อปลูกใหม่ แต่จำพวกนิคมอุตสาหกรรมยังคงลอยนวลต่อไป
ศูนย์ข่าวพลเมือง ตั้งแต่ฉบับที่ ๗ เป็นต้นมา นอกจากเราจะบอกสถานการณ์ และวิคราะห์ข้อมูลรายพื้นที่แล้ว เราได้รับงานเขียนวิเคราะห์ นุ่ม ลึก จาก อาจารย์วิทยา อาภรณ์ สำนักวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งกำลังเตรียมต้นฉบับจัดพิมพ์เป็นหนังสือ บอกเล่าการพัฒนาในเมืองนครศรีธรรมราช จากระบบทุนนิยมโลก มาสู่การพัฒนาในพื้นที่ ดังนั้นอยากบอกว่า หากติดตามข้อมูล ฅนคอน อย่างใกล้ชิด ได้ติดตามประวัติศาสตร์การพัฒนาไปส่วนหนึ่งด้วย
อาจารย์วิทยา อาภรณ์ นอกจากเขียนหนังสือให้เข้าใจง่ายแล้ว ยังเข้าใจทั้งระบบทุนนิยม เข้าใจชนชั้นรากหญ้า สนใจศึกษาเรียนรู้ปัญหาของชาวบ้านคนเล็กคนน้อย ผ่านตัวอักษรอย่างแยบยล พร้อมทั้งทุ่มเทเวลาในการศึกษาค้นคว้าอย่างเอาจริง เอาจัง
เมืองนครวันนี้ เราบอกว่า เรามีปราชญ์ มีองค์กรชุมชน มีแหล่งเรียนรู้ มีการยับเรื่องแผนการพัฒนาจังหวัดกันหลายกลุ่ม หลายองค์กร แต่ทั้งนี้ปัจจัยคุกคามจากภายนอก ที่รุมเร้ายังยังไม่ได้ตั้งหลัก ตั้งความคิด และขบคิดอธิบายให้เชื่อมโยงในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ได้อย่างไร เพราะหากไม่เตรียมรับและออกแบบการจัดการแต่เนิ่นๆ ผลกระทบย่อมรุนแรง กว่าที่ไม่ได้เตรียมการแน่นอน และยิ่งกว่านั้น เมืองแห่งวัฒนธรรมและความหลากหลายของพวกเรา ก็จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แล้วจะบ่นเสียดายใยภายหลังก็น่าจะสายเสียแล้ว
วันนี้คงต้องถามนักการเมือง ปราชญ์ นักพัฒนาชุมชน ส่วนราชการ และทุกๆคนไว้ เราพร้อมเปิดใจรับเรื่องราวการพัฒนาขนาดใหญ่ในบ้านเราได้ขนาดไหน รอให้เกิดแล้วป้องกัน รอให้ตอกเสาเข็มแล้วค่อยพูด รอการรับจ้างศึกษาแล้วก็ไป ชาวบ้านคนเล็กคนน้อยยังอยู่ในพื้นที่ ปู่ย่าตายายยังคงเฝ้าบ้าน
อีกไม่นานครับ อีกไม่นาน สำหรับโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ
ญี่ปุ่นขึ้นท่าแพ เรายังต้าน ผู้ว่าอมไข่เป็ดเรายังต้าน ตำรวจจับหมวกใบขับขี่เราปิดบ้านปิดเมือง ตำนานการต่อสู้ของเมืองคอน ยังขับขาน และเป็นเรื่องเล่าให้ลูกหลานไม่รู้จบ
เราคนรุ่นหลัง ได้แต่ฟังเขาเล่ามา จะประจักษ์สายตา ก็เรื่องใหญ่ในบ้านในเมืองครั้งนี้แหละ