ทางสภาพัฒน์เองก็ต้องรีบทำแผนพัฒนาชาติฉบับที่ 11 ประมาณเดือนตุลาคม 2554 จะต้องประกาศใช้แผนพัฒนาของชาติฉบับที่ 11 อย่างเป็นทางการ จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากคณะที่เข้าร่วมเวทีวันนี้ในการระดมความคิดเห็นเสนอโครงการที่ต้องการให้มีในภาคใต้ เพื่อที่จะยกร่างแผนพัฒนาฉบับที่ 11 แบบคร่าวๆ ก่อนที่จะสรุปในเวทีของชาติ

ร่างแผนพัฒนาของชาติฉบับที่ 11 กรรมก็ยังตกอยู่ที่ชาวบ้านอยู่ดี

โดย รุสณี  หวันเด็น  โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา
ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน ฉบับที่ ๗

 

จากการที่ฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การติดตามประเมินผลยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคและประเด็นการพัฒนาภาคใต้ ในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11” เข้าร่วมแบบไม่ได้ตั้งใจเชิญ วันที่ 5-6 กรกฎาคม 2553 จัดที่ห้องธนภูมิ โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา จังหวัดตรัง

การประชุมครั้งนี้ทางหน่วยงานสภาพัฒน์สรุปการพัฒนาภาคใต้จากแผนพัฒนาฉบับที่ 10  ว่า เศรษฐกิจภาคใต้ขยายตัวต่ำลง  เนื่องจากรายได้ทางการเกษตรลดลง ภาคการเกษตรเป็นฐานเศรษฐกิจของภาคใต้  ส่วนด้านสังคม เด็กวัยรุ่นในสมัยนี้ตามกระแสทุนนิยมมากขึ้นเพราะการบริโภคสื่อต่างๆ และปัญหายาเสพติด การศึกษาของภาคใต้เริ่มต่ำลงเรื่อยๆ เช่นกัน ในประเด็นทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลฝั่งอ่าวไทย ถือเป็นปัญหารุนแรงที่สุดในตอนนี้ การเกิดภัยแล้งทำให้ภาคใต้ขาดน้ำในการทำการเกษตร ซึ่งปัญหาดังกล่าวข้างต้นจำเป็นต้องรีบแก้ไขโดยด่วน

ทางสภาพัฒน์เองก็ต้องรีบทำแผนพัฒนาชาติฉบับที่ 11 ประมาณเดือนตุลาคม 2554 จะต้องประกาศใช้แผนพัฒนาของชาติฉบับที่ 11 อย่างเป็นทางการ  จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากคณะที่เข้าร่วมเวทีวันนี้ในการระดมความคิดเห็นเสนอโครงการที่ต้องการให้มีในภาคใต้ เพื่อที่จะยกร่างแผนพัฒนาฉบับที่ 11 แบบคร่าวๆ ก่อนที่จะสรุปในเวทีของชาติ   แล้วจากนั้นก็แบ่งกลุ่มย่อยโดยมีประเด็น หารือดังนี้

(1) ผลการพัฒนาภาคใต้ด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงปี 2550-2552

(2)ประเด็นที่เป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนาภาคใต้ ประเด็นภูมิคุ้มกันและข้อเสนอแนวทางการพัฒนาภาคใต้ ในระยะแผนพัฒนาฉบับที่ 11

(3)แนวคิดโครงการสำคัญของภาค/กลุ่มจังหวัด (Project Idea) ที่ตอบสนองต่อแนวทางการพัฒนาภาคใต้ในระยะแผนการพัฒนาฯ ฉบับที่ 11

(4)กระบวนการและกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาไปสู่การปฏิบัติระดับจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ซึ่งรวมถึงการเชื่อมโยงแผนชาติ แผนภาค แผนเฉพาะเรื่อง สู่การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด (TOP DOWN) และการเชื่อมโยงแผนชุมชน แผนท้องถิ่น แผนอำเภอ สู่การจัดทำแผนจังหวัด/กลุ่มจังหวัด (Bottom Up) ในทางปฏิบัติมีการเชื่อมโยงกันหรือไม่ อย่างไร มีปัญหาอุปสรรคในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใด และควรมีการปรับปรุงกระบวนการ และกลไกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างไร

จากประเด็นหารือของกลุ่มย่อย ทำให้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมรัฐคิดอีกทาง จังหวัดคิดอีกทาง และชาวบ้านต้องเป็นผู้รับกรรม  เนื่องจากผู้ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ส่วนมากเป็นผู้ที่ทำงานอยู่ข้างบน เช่น ประธานหอการค้าจังหวัด  ผู้กำหนดยุทธศาสตร์ของจังหวัด นายกสมาคมอะไรต่อมิอะไรมากมาย โครงการทั้งหลาย และมากมาย ที่ท่านๆ ได้นำเสนอในกลุ่มย่อยมันขัดกันเอง ขอยกตัวอย่างกรณีของจังหวัดชุมพร  นายกสมาคมชาวสวนไม้ผลจังหวัดชุมพรได้พูดถึงทุเรียนจังหวัดชุมพรว่า “ปีหนึ่งๆ สามารถสร้างรายได้ 4 พันกว่าล้านบาท และจังหวัดชุมพรสามารถที่จะผลักดันให้เป็นจังหวัดแชมป์เปียนด้านผลไม้ได้อย่างสบายๆ แต่ยังขาดกฎหมายหรือข้อบังคับในการควบคุมการตัดทุเรียนอ่อน  เพราะถ้าส่งทุเรียนอ่อนไปต่างประเทศ ประเทศเหล่านั้นก็ต้องส่งกลับมาเป็นการทำลายชื่อเสียงของประเทศเช่นกัน นี่เป็นปัญหาที่ต้องแก้อย่างจริงจัง” 

หลังจากนายกสมาคมชาวสวนไม้ผลจังหวัดชุมพรพูดจบ ก็มีข้อเสนอมากมาย เช่น ระบบการศึกษาไทยจำเป็นต้องแก้ให้ดีกว่านี้หลังจากที่พูดคุยเรื่องนี้มาเป็นเวลานับสิบๆ ปี ภาคใต้จะต้องเป็นครัวของโลก เรื่องทรัพยากรทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำปากพนัง พอมาถึงข้อเสนอสุดท้ายที่มาจากผู้กำหนดยุทธศาสตร์จังหวัด พูดว่า ภาคใต้จำเป็นต้องมีโครงการเหล่านี้  ต้องรื้อโครงการเซาร์เทิร์นซีบอร์ด รถไฟรางคู่ ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย จำเป็นต้องเร่งศึกษาความเหมาะสม ถึงอย่างไรก็ต้องมีท่าเรือแห่งใหม่ การขยายเส้นทางจราจรช่วงพัทลุง-หาดใหญ่ เป็น 6 ช่องจราจร มอร์เตอร์เวย์ ด้านนอก-หาดใหญ่ และ นครศรีธรรมราช-ภูเก็ต แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีการพูดถึงชาวบ้านในพื้นที่และผลกระทบที่จะเกิดสักคำเดียว กรรมเลยตกเป็นของชาวบ้าน ความเดือดร้อนก็ตกอยู่ที่ชาวบ้าน ชาวบ้านเรียกร้องสิทธิ์ พวกคุณๆ ท่านๆ ทั้งหลายก็จะกล่าวหาว่าชาวบ้านชอบประท้วง ชอบคัดค้าน ขอบอกตรงนี้ในฐานะชาวบ้านเลยว่า ชาวบ้านไม่ได้ชอบประท้วง ไม่ได้ชอบมาคัดค้านหรอก แต่ต้องทำเพราะความเดือดร้อนที่ คุณๆ ท่านๆ ทั้งหลายคิดแทนให้ชาวบ้านนั้นเอง

ถ้าเป็นอย่างนี้จังหวัดชุมพรที่คิดวาดฝันจะเป็นแชมป์เปียนด้านผลไม้ก็ต้องคิดหนัก เพราะเวลาทำการค้าระหว่างประเทศความปลอดภัยทางบริโภคต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เรื่องที่จะเป็นครัวของโลกก็เช่นเดียวกัน อาหารกับโครงการขนาดใหญ่มันไปด้วยกันไม่ได้