การบริหารทีมงาน
ชัด บุญญา
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 มีท่านผู้อำนวยการโรงเรียนท่านหนึ่งขอเชิญผมไปบรรยายให้รองผู้อำนวยการของโรงเรียน และครูที่ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มสาระ จำนวน 80 คน ฟังในเรื่อง การบริหารทีมงาน โดยใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ขอบรรยายเก็บไว้ในโกทูโน(http://www.gotoknow.org/blog/chatboonyaไว้ล่วงหน้า เป็นทีชเช่อร์โน้ต ไว้ก่อน จบบรรยายแล้วก็จะขอให้มาถามมาตอบในที่นี้กันต่อไป ถือว่าบรรยายทีเดียว แบ่งปันกันได้อีกหลายๆ คน
การบริหารทีมงานคืออะไร
ทาซิทโนเลช ที่ผมมีอยู่ก็คือ การ ที่ทำให้ทีมงาน เช่น ทีมงานบริหาร โดยผู้อำนวยการโรงเรียนที่ร่วมกับรองผู้อำนวยการ ทำงานอย่างเป็นทีม ที่จะนำพาทั้งโรงเรียนไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งทุกคนในทีมที่รองฯ แต่ละคน ไปบริหาร หรือจัดการกับคนในทีม หรืออีกหลายๆ ทีมในความดูแลรับผิดชอบให้ทำงานแบบร่วมมือร่วมใจ หรือเป็นทีม ไปสู่ความสำเร็จที่ทีมบริหารโดยการนำของผู้อำนวยการกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของโรงเรียน
โรงเรียนมีความเป็นธรรมชาติของโรงเรียน ที่มีเป้าหมายความสำเร็จที่แตกต่างกันตามวิสัทัศน์ของโรงเรียน แต่วิสัยทัศน์ของโรงเรียนตามความเห็นของผมก็มักมีปัญหาอยู่ในตัวเหมือนกันกล่าวคือ วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ที่มองไม่เห็นเป็นรูปธรรม จำไม่ได้ ใช้ไม่ถูก
วันนี้จะลองเสนอวิสัยทัศน์ให้พิจารณา
เช่น วิสัยทัศน์ของโรงเรียน บุญญาวิทยา คือ “ต้องเป็นโรงเรียนที่ เอ็นทีของ ทุกกลุ่มสาระอยู่ในระดับ 1-3 ของเขตพื้นที่ ภายในปี….."
วิสัยทัศน์ของโรงเรียนคือ ความสำเร็จในระยะยาวที่ต้องใช้เวลาและความสามารถ ที่จะนำความสำเร็จนั้นมาให้ได้ ท้าทายให้ปฏิบัติ ลักษณะที่สำคัญของวิสัยทัศน์ก็คือจำง่าย วัดได้ ทำได้แล้วจะนำความสำเร็จอื่นๆ ตามมาด้วย
วิสัยทัศน์ในลักษณะ“ต้องเป็นโรงเรียนที่ เอ็นทีของทุกกลุ่มสาระอยู่ในระดับ 1-3 ของเขตพื้นที่ ภายในปี….." ก็จะอยู่ในเกณฑ์ เป็นรูปธรรม จำได้ง่าย ท้าทายให้ปฏิบัติ วัดความสำเร็จได้ ใช้กันเป็น มองเห็นเป้าหมายระยะยาวตรงกันทั้งโรงเรียน
วิสัยทัศน์ในแนวนี้ ก็จะเป็นทิศทางให้การบริหารทีมงานประสบความสำเร็จ
ในแผนยุทธศาสตร์ของโรงเรียน นอกจากมีวิสัยทัศน์แล้ว ยังมีเป้าหมายที่สามารถวัดได้ในระยะสั้นๆ เช่น 1 วัน 1 เดือน 1 ปี ผมขอเสนอเป้าหมายเพื่อเป็นแนวทางให้ท่านใช้ในการบริหารทีมงาน ดังนี้
เป้าหมายของโรงเรียนบุญญาวิทยา "ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้ สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์ นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ นำไปใช้ประโยชน์ตน และส่วนรวมได้ตามศักยภาพพื้นฐานของแต่ละคน"
ท่านจะกำหนดเป้าหมายของโรงเรียนของท่านอย่างไรก็แล้วแต่ เป้าหมายนั้นต้องเป็นรูปธรรม เห็นตรงกันได้ วัดได้ เป้าหมายมีหลายด้าน ด้านหลักหรือด้านสำคัญสูงสุดของโรงเรียนก็คือ เป้าหมายด้านผู้เรียน ดังที่ได้หยิบยกมาเป็นแนวทางดังที่ได้กล่าวมา
หลักคิดหนึ่งที่พอจะนำมาพูคุยได้ในระยะเวลา 1 ชั่วโมงนี้
ก็คือ GRIP with Share responsibilities
Goal แปลว่า ต้องมีเป้าหมายที่ทุกคนต้องไปร่วมกันให้ถึง
Role แปลว่า ทุกคนต้องมีบทบาท ที่จะไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย และ
วิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาว
Interpersonal แปลว่า ทุกๆ คน ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ร่วมจิตร่วมใจกัน
ไปให้ได้
Process แปลว่า การไปให้ถึงเป้าหมาย ต้องมีขั้นมีตอน มีกระบวนการ
มีการวางแผนยุทธศาสตร์ ถ้าไปรบ ก็ต้องหาไพร่พล อาวุธ และต้องใช้ องค์ความรู้ที่เป็นทาซิทโนเลช และเอ็กพลิซิทโนเลช
Share responsibilities แปลว่า ทุกคนต้องมีการแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบด้วยการประสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หรือ ต้องมี Interpersonalเป็นตัวช่วย
ความท้าทายของผู้บริหารทีมงานในโรงเรียนอยู่ตรงไหน
หนึ่ง อยู่ตรงที่ การกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย ให้ทุกคนอิน หรือ
ซึ้งกันอย่างทั่วถึง ตรงนี้ผมมีวิธีการ ที่เรียกว่า Shaping Vision ไปเรียนมาจากจีอีมาเมื่อห้าปีที่แล้ว ไปดูได้ในเอกสารที่อัพโหลดไว้ใน www.nitesonline.net ใช้ในการให้การอบรมมาหลายครั้งได้ผลดีมาก คือได้ Shared Vision แต่ก็มักจะจอดไม่แจว เพราะขาดการบริหารทีมงานที่ดี
สอง การทำให้ทุกคนในแต่ละทีม และทุกทีมร่วมมือกันไปสู่เป้าหมาย ความท้าทายในข้อนี้ มีประเด็นคิดตามลำดับความสำคัญ ดังนี้
2.1 การสร้างการยอมรับในความเป็นหัวหน้าทีม
ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่ผู้ทำหน้าที่หัวหน้า ทั้งหลายต้องไปแปลคำว่า “หัวหน้า” ให้ออก ท่านใดรู้สึกเครียดกับความเป็นหัวหน้าของท่าน ท่านต้องไปทบทวน ศึกษา ความหมายของคำนี้ให้ดี แล้วปรับปรุงตนเอง ไปถามลุงกูเกิ้ลดูก็ได้ leader คืออะไร ต้องทำอย่างไร
หรือจะคิดเอาง่ายๆก็ได้
หัว แปลว่า อะไร
หน้า แปลว่า อะไร
หัวหน้า ล่ะ รวมกันแล้ว จะแปลว่าอย่างไร
ท่านใดประเมินตนเองแล้วผ่านข้อนี้ไปได้ การบริหารทีมงานก็สำเร็จไปแล้วเกินครึ่ง แต่คนเราไม่มีใครสมบูรณ์ การสั่งสมบารมีด้วยหลักธรรมาภิบาล ก็ต้องค่อยๆ พัฒนาตัวเองไป
ขอย้ำสักนิดนะครับ ธรรมาภิบาล คืออะไร ต้องไปทำความเข้าใจให้ดี นำมาใช้ให้ได้ เพราะความรุ่งโรจน์ของความเป็นหัวหน้ามีเรื่องนี้เป็นพื้นฐานนะครับ
สาม การจัดการกับความหลากหลายของสมาชิกในทีม ให้เป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการเข้าถึง เข้าใจแต่ละคน นำมาผสมทีม และพัฒนาทีมให้ได้
ต้องยอมรับเป็นเบื้องต้นว่าคนที่มาเป็นครูได้ ก็ไม่ใช่ธรรมดา
เหมือนกัน มีการคัด การเลือก การสอบกันเข้ามา ทุกคนมีความ
เก่ง เฉพาะด้านเฉพาะวิชาต่างกัน มีพื้นฐานชีวิตจากการเลี้ยงดูที่ต่างกัน มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ต่างกันซึ่งความ ต่างกันนี้เป็นเรื่องธรรมดา และเป็นเรื่องทีดี ที่จะสร้างความท้าทายแก่ผู้เป็นหัวหน้าที่จะใช้ความสามารถในการเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของแต่ละคน แล้วนำมาใช้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้
ผ ผมพูดถึงเป้าหมายทั้งวิสัยทัศน์ และเป้าหมายด้านผลผลิตหรือด้านผู้เรียนไว้แล้ว ท่านผู้เป็นผู้บริหารทีมงานต้องมาคิดวางแผนการของตนเองให้ดี ว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร ในงานของท่าน ที่จะให้บรรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมายใน ทำนองที่ผมยกมาเป็นตัวอย่าง อาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเป้าหมายที่กล่าวถึง ซึ่งท่านต้องอธิบายให้ได้ว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร และจะทำอย่างไรให้ทีมของท่าน ลงมือทำงานที่ส่งผลไม่ทางตรงก็ทางอ้อมต่อวิสัยทัศน์ และเป้าหมายหลักให้ได้ เช่น กรณีทีมงานของท่าน เป็น กลุ่มงานบริการ มีหน้าที่บริการอาคาร สถานที่ หน้าที่ของท่าน โดยรวมๆ ก็คือ รักษาสภาพ และพัฒนาการใช้อาคารสถานที่ ทำอย่างไร จึงจะทำให้การบริการอาคารสถานที่ส่งผลต่อวิสัยทัศน์ และเป้าหมายของโรงเรียน จึงเป็นโจทย์ข้อใหญ่ของกลุ่มงานของท่าน ที่ทีมงานของท่านต้องมาตอบโจทย์ ร่วมกัน และคงไม่ใช่ตอบอย่างเดียวนะครับ ต้องทำด้วย
การตั้งโจทย์ของทุกงานทุกฝ่ายจึงต้องเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ และเป้าหมาย ของโรงเรียน
การร่วมมือกันปฏิบัติเพื่อตอบโจทย์ตามแนวทางข้างต้น โดยการนำของผู้บริหารทีมงาน เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ท่านจัดการกับความหลากหลายของสมาชิกในทีมส่วนหนึ่งด้วยความพอใจของทุกคได้วิธีหนึ่ง
ปัญหาคุณภาพการศึกษาส่วนหนึ่งก็คือทดสอบ สอบด้วยข้อสอบแบบเลือกคำตอบ ติวให้ทำข้อสอบได้ ผลที่ตามมาก็คือ เอ็นทีทั่วประเทศไม่ถึง 50 % ในทุกวิชา เป้าหมายด้านคุณภาพผู้เรียนที่ผมเขียนไว้ให้นั้น ก็อยากให้เป็นเป้าหมายส่วนหนึ่งของทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง ในโรงเรียน
มาตรฐานด้านผลผลิต เป็นมาตรฐานที่ทุกคนในโรงเรียนปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ไม่ว่าท่านจะเป็นฝ่ายการเงิน พยาบาล ครุภัณฑ์ ฯลฯ ท่านมีส่วนรับผิดชอบ ท่านต้องรู้ร้อนรู้หนาวกับเอ็นที ที่ สทศ. ประกาศออกมา แล้วภูมิใจกับความสำเร็จของท่าน และของโรงเรียน หรือไปค้นหา ต้นตอของความไม่สำเร็จใดๆ มาหาทางปรับปรุงแก้ไข
ทั้งในงานที่ท่านรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมทางใดทางหนึ่งกับงานอื่นๆ ที่ท่านไม่รับผิดชอบโดยตรง
มาตรฐานด้านผลผลิตนั้นจะจะเกิดขึ้นได้จริง จึงต้องประกันคุณภาพให้ได้ว่า
"ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้ สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์ นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน
โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ นำไปใช้ประโยชน์ตน และส่วนรวมได้ตามศักยภาพพื้นฐานของแต่ละคน" ซึ่งการประกันคุณภาพได้นี้ ต้องอาศัยทีมโรงเรียนโดยมีผู้บริหารโรงเรียนเป็นหัวหน้าทีมใหญ่
ถ้าหากมาตรฐาน ตัวชี้วัด ในความรับผิดชอบไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพผู้เรียนโดยตรงท่านต้องไปพิจารณาว่า ทีมงานของท่านจะทำอย่างไรที่จะให้มีส่วนไปทำให้นักเรียนรู้จริง รู้ลึกฯ เพิ่มขึ้น มิฉะนั้นงานของท่านจะไม่เข้าเป้า นั่นคือ ผลตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียน
ที่พูดมาเกี่ยวกับการบริหารทีมงานอย่างไร ตอบดูซิครับ เชิญครับ
การบริหารทีมงานที่ผมพูดมาไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จ ท่านทั้งหลายมีความคิดและประสบการณ์มากมาย และต้องมีคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในที่นี้ ขอเรียนเชิญให้ข้อเสนอคนละ 3 นาที ในเวลาที่เหลือ และผมจะเสริมแนวคิดใน ใน 5-10 นาทีสุดท้ายเชิญครับ
ครับที่พูดมาเป็นหลักการ แนวคิดในปฏิบัติในโรงเรียนนั้นจริงๆ แล้ว โรงเรียนมีความพร้อมที่จะเป็นทีมเวอร์คได้ดีอยู่มาก เพราะล้วนเป็นคนเก่งคนดีกันทั้งนั้น หากท่านยังรู้สึกไม่พอใจในผลงานของท่านที่แสดงผลจาก วิสัยทัศน์ ในฐานะที่ท่านเป็น
หัวหน้าทีม ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องที่ท้าทาย คือเป็นเรื่องยากที่ต้องทำให้ได้ ก็ลองไปทบทวนตัวเองในเรื่องพื้นฐานต่อไปนี้
- เมื่อท่านพูดกับอื่น ท่านมีกริยาท่าที ที่น่ารัก น่าสนใจอย่างไร
เมื่อท่านฟังคนอื่นล่ะ ท่านเป็นอย่างไร
- เมื่อมีใครโกรธกริ้วท่านมา ทำมักทำอย่างไร
- ท่านเคยชมคนไหม ท่านใช้คำพูดอย่างไร เขามักพอใจจริงๆไหม
- เมื่อท่านจะบอกความไม่พอใจที่มีต่อคนอื่น ท่านมีกริยาท่าทีอย่างไร
- ท่านทำงานกับ 3 ประเภท นี้อย่างไร ประเภทผู้นำประเภทมองโลกในแง่ลบ ประเภทนักคิด
- เมื่อมีการทำงานแต่ละเรื่อง แต่ละครั้งกับทีมงาน ท่านเตรีมการอย่างไร เนียนเพียงใด
- ท่านมีสารสนเทศอะไรบ้าง และใช้สารสนเทศนั้นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่รับผิดชอบอย่างไร
- ท่านอ่านตำราว่าด้วยการพัฒนาองค์การ การ พัฒนาทีมงานมาบ้าง แล้ว หรือไม่ สาระสำคัญๆ ของเรื่องนี้มีอะไรบ้าง
คงจบไว้แค่นี้นะครับ สวัสดีครับ
มีบทความที่ผมเขียนไว้ 2 เรื่อง ที่คิดว่าจะเป็นแนวคิดในการบริหารทีมงาน 2 เรื่อง คือ เรื่อง โค้ชการสอน และ การจัดการความรู้ในโรงเรียน ดาวโหลดได้จาก www.nitesonline.net ลองดูนะครับ
หมายเหตุ คำบรรยายนี้อาจต่างจากการนำเสนอในสถานการณ์จริงบ้างแต่ก็จะอยู่ในคอนเซ็ปที่กล่าวมานี้ครับ
สวัสดีครีบท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียน และหัวหน้ากลุ่มสาระของโรงเรียนมัธยมในจังหวัดลำพูนทุกท่าน ตลอดจนท่านที่มาเยี่ยมอ่านทุกทุกท่าน
ก็ได้ขึ้นเวทีบรรยายไปแล้ว โดยใช้เวลา 90 นาที สาระหลักก็อยู่ในเอกสารที่เสนอไว้ข้างบนนี้ มีส่วนที่เพิ่มขึ้นก็คือแนวคิดเชิงทฤษฎีของฝรั่ง ที่รองรับความคิดที่เสนอไว้ ใช้เวลาบรรยายประมาณ 40 นาที แล้วให้สมาชิกทกิจกรรมตั้วคำถาม เพื่อถามถึงวิธีการแก้ปัญหาการบริหารทีมงาน สมาชิกที่แบ่งกลุ่มกันห้ากลุ่มก็ตั้งคำถามเสร็จทุกกลุ่ม ให้กลุ่มแรกตอบ เพื่อผมจะได้เสริมให้ แต่เวลายังเหลืออีก10 นาที่ จึงรีบสรุปสาระที่เขียนไว้ข้างบนนี้ให้ฟัง เพื่อเน้นย้ำให้ถึงความสำคัญ หลังจากที่ขอให้อ่านก่อนทำกิจกรรมตั้งคำถาม ที่ตั้งใจว่าจะเสริมแนวคิดหลังจากแต่ละกลุ่มตอบคำถามของกลุ่มอื่นๆ แล้ว จึงไม่ได้ทำตามตั้งใจ จึงขอให้ทุกกลุ่มเข้ามาโพสต์คำถามและคำตอบในที่นี้ และก็กำลังรอ อาจจะได้รับในวันสองวันนี้ ก็ชื่นชมมัธยมจังหวัดลำพูนโดยสมาคมผู้บริหารจังหวัดลำพูล ที่กระตือรือร้นในการพัฒนาบุคลากร นำไปอยู่โรงแรมชั้นเยี่ยม เลี้ยงดูอย่างดี เพื่อคุณภาพของผู้เรียน ที่ผมยำหลายรอบก็คือเป้าหมาย
"ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้ สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์ นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ นำไปใช้ประโยชน์ตน และส่วนรวมได้ตามศักยภาพพื้นฐานของแต่ละคน"
ที่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ท่านรองทุกฝ่ายควรหาโอกาสพบนักเรียนบ่อยๆ สอบถาม พูดคุย ในทำนอง
ชอบเรียนวิชาอะไรมากที่สุด ทำไม
มีความรู้ความเข้าใจอะไรจากวิชานี้บ้าง เล่าให้ฟังซิ
วิชานี้สนุกตรงไหน มีอะไรที่ท้ายให้อยากเรียน
ถ้าจะเรียนให้เก่งมากกว่านี้จะต้องทำอย่างไร
เก่งเรื่องฟุตบอลใช่ไหม รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับฟุตบอล
ยังอยากรู้อะไรอีกกับเรื่องนี้
รู้แล้วมาเล่าให้ครูฟังบ้างนะ
ผมคิดว่าการนำสาระที่ผมเสนอไว้ในเครื่องหมายคำพูดข้างบนนี้ไปตรวจสอบนักเรียน ทั้งเก่งทั้งอ่อน ก็จะทำให้มองเห็นผลการจัดการเรียนรู้ ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องรอเอ็นที หรือ การทดสอบ และสอบ ได้วืธีหนึ่ง หลังจากพูดคุยกับนักเรียนแล้ว ก็นำมาเป็นประเด็นพูดคุย สนทนา ที่ไม่มีการค้นหาว่าใครผิด ใครถูก แต่จะนำมาค้นหาว่า มีอะไรที่น่าชื่นชม จากลูกศิษย์ และมีอะไรที่จะต้องทำเพื่อช่วยครู หรือช่วยศิษย์โดยตรงให้ รู้จริง รู้ลึกฯ เพิ่มมากขึ้น
กำลังรอการโพสต์จากชาวลำพูนครับ ท่านใดจะมาแจม ก็เชิญได้ทุกท่านครับ