เพิ่งเขียนบทความนึงเกี่ยวกับ "สิทธิพิเศษของคนจน" อ่านได้ ที่นี่ ครับ

 

ความเห็นของคุณหมอมัทครับ...

สิ่งที่อยากเห็นคือ สิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาล"เหมือนกันหมดทุกคน" ไม่ว่าจะจนรวย ราชการหรือพนักงาน หรือ UC แต่คนรวยต้องจ่ายภาษีให้มากกว่าจริงๆ จะบ่นก็ต้องจ่าย เพราะคุณมีมากกว่า ให้แบ่งตรงนั้น ไม่ใช่แบ่งว่ามีสิทธิเบิกไม่เท่ากัน และสามารถเลือกสถานพยาบาลได้ แล้วสถานพยาบาลทุกที่ไม่ว่ารัฐหรือเอกชนให้ billing ตรงกับส่วนกลาง ส่วนเอกชนก็ให้เก็บเพิ่มกับคนไข้ได้ คนไหนต้องการบริการที่มากไปกว่า universal coverage ก็มีสิทธิทำได้ - สรุปง่ายๆว่าอยากให้ใช้ระบบแคนาดา เหอะๆ แต่จะมีมั้ยวันนั้นที่คนรวยยอมจ่ายภาษีเงินได้เยอะๆ

ทุกคนจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ ราคาไม่มากมายอะไร แต่ก็ช่วยรัฐได้เยอะ ใครไม่มีก็ทำเรื่องขอการสนับสนุนเบี้ยนี้ได้ ระบบประกันเป็นของรัฐ medical service plan ใครมีมากจ่ายเลยปีละครั้ง หรือจะแบ่งจ่าย ปีละ 3 ครั้งหรือ แบ่งจ่ายเป็นเดือนก็ได้ ตกเดือนละ 1500 บาท (เทียบเมื่อราคาข้าวมื้อนึงประมาณ 200-300 บาทนะ ก็ประมาณข้าว 5-6 มื้อ) ครอบคลุมการรักษาพยาบาล Universal Care ของบ้านเรา แต่ไม่รวมทำฟันหรือทำแว่น ใครจะให้รวมต้องซื้อประกันเอกชนเพิ่มเอง

เวลาไปหาหมอก็ไปที่ไหนก็ได้เลย หมอทุกที่ต้อง bill ไปถึงส่วนกลางคือ ministry of health service มี fee guide ว่าหมอจะคิดราคาได้เท่าไหร่ เป็น range ไม่ได้ fix ส่วนคนไข้เข้าไป รักษาเสร็จ ก็เดินออกมาได้เลยไม่ต้องจ่ายใดๆทั้งสิ้น ไม่ต้องมีบัตรส่งตัว ไม่ต้องทำเอกสารใดๆ แค่ยื่นบัตร care card ที่มีเลขประจำตัวเท่านั้นเอง ส่วนยาให้ออกไปซื้อเองตาม prescription ถ้าเป็น clinic นะ ถ้าเป็นรพ.ก็ไปห้องยา ยาจะต้องจ่ายเองบางส่วน สนใจหาสารคดีของ michael moore ดูเพิ่มได้ ตอน Obama หาเสียงก็น่าจะมี clip ใน youtube เรื่อง health reform โดยใช้แคนาดาเป็นตัวอย่างอยู่หลายคลิป

สิ่งที่คนบ่นคือ คิวยาว และ คนรวยต้องเสียภาษีเยอะ แต่จากประสบการณ์ทั้งในอเมริกาและแคนาดา เรื่องคิวนี่เป็นทั้ง 2 ระบบ แต่มีรุ่นพี่คนไทยเป็นมะเร็งกับอีกคนหัวใจวายที่แคนาดาก็ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ มัทเคยฝากระป๋องบาดนิ้วลึก ไป ER รอ ชั่วโมงครึ่ง ก็ได้เย็ยแผล ฉีดบาดทะยัด แล้วก็เดินออกมาเลย ไม่้ต้องทำอะไร ชอบมาก

ถ้าคลอดที่นั่นก็ฟรี มีพยาบาลตามมาดูที่บ้านอีก ลูกก็ได้เงินเบี้ยสนับสนุนถึงอายุ 16 เดือนละ 200 เหรียญ