มิติที่หนึ่ง มิติแห่งเวลา ทางพุทธศาสนา
ได้กำหนดเวลาแห่งการเีรียนรู้ที่สำคัญก็คือ
เวลาแห่งปัจจุบัน ใน ภัทเทกรัตตสูตร
บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้ว
บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งยังไม่มาถึง
ก็ให้เห็นแ้จ้งธรรมในปัจจุบันอย่างไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน
มิติเวลาที่สำคัญคือปัจจุบันธรรม
มิติที่สอง มิติแห่งเป้าหมายและวิธีการ พุทธศาสนามีเป้าหมายสูงสุด
ก็คือดับทุกข์ (คุณภาพจิต คุณภาพชีวิต) ด้วยตนเอง จะบรรลุ
เป้าหมายก็รู้ได้ด้วยตนเอง (ปัจจัตตัง) รับรองด้วยตนเอง
ไม่ใครสอนใครได้ พระพุทธองค์เป็นแค่ผู้ชี้ทางเท่านั้น เืรื่องการเีรียนรู้
เป็นของผู้เรียนเอง
มิติที่สาม มิติแห่งวิธีคิด พุทธศาสนาได้กำหนดวิธีคิดภายในที่เรียกว่า
โยนิโสมนสิการ เป็นวิธีคิดที่สนองต่อเป้าหมายคือการดับทุกข์หรือ
คุณภาพจิต คุณภาพชีวิต ส่วนนี้เป็นการคิดที่ใช้สมองกับการเรียนรู้
มิติที่สี่่ มิติแห่งสื่อเรียนรู้ที่มากระทบ ทุกนาทีที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย
กระทบกับสิ่งภายนอก ที่เีรียกว่าผัสสะ ดังนั้นการเรียนรู้ตามอยาตนะ
ที่เรียกว่าผัสสะนี้เป็นการเรียนรู้จากภายนอก ก็ถือว่าสิ่งที่ตกกระทบ
เหล่านี้เป็นแหล่งเรียนรู้ ซึ่งปรากฎในชีวิตทุกวินาที
มิติที่ห้า มิติแห่งสถานที่ พุทธศาสนาได้กำหนดโลกก็คือกายยาววา
หนาคืบ นี่คือโลก ดังนั้นทุก ๆ สถานที่จึงเป็นที่เรียนรู้ได้หมด
มิติที่หก ไม่แค่โลกนี้เท่านั้นที่เราจะเรียนรู้ แต่เรายังมีการเรียนรู้ข้ามภพ
ข้ามชาติ หากเรายังไม่ถึงเป้าหมาย คือดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นมิติทางด้านพุทธธรรมจึงเป็นรากฐานแห่งการศึกษาตลอดชีวิต
ที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดชีวิต ด้วยการเดินทางแสวงหาไปในโลก
ที่มีกายยาววาหนาคืบประกอบด้วยสัญญาและใจนี้ไปตลอดกาล