เมื่อวานผมสอนนักศึกษากิจกรรมบำบัด เรื่อง การบำบัดด้วยกิจกรรมที่หลากหลายในเวลาว่าง (Therapeutic Activities in Leisure Time) และผมได้ค้นคว้าพบบันทึกของ อ.ทวีศักดิ์ สว่างเมฆ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่แนะนำคำว่า "นันทนจิต (Leisure) ที่แตกต่างจากนันทนาการ (Recreation)" ได้น่าสนใจ" โดยอ้างอิงจากรศ.ดร.ประพัฒน์ ลักษณพิสุทธิ์ และดร.ภูฟ้า เสวกพันธ์ คลิกอ่านเพิ่มเติมที่ http://gotoknow.org/blog/taweesaknu6/220797 และขอขอบพระคุณกัลยาณมิตรท่านนี้อย่างยิ่ง
ผมตื้นเต้นมาก เพราะตนเองสนใจและทำปริญญาเอกเมื่อสี่ปีก่อนทางการรับรู้สุขภาวะและการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมยามว่างของหญิงออสเตรเลียที่มีประสบการณ์โรคเรื้อรัง และค้นคว้าข้อมูลเรื่อง "Leisure Participation (Type, Frequency, Satisfaction)" แต่เพิ่งพบคำแปลไทยของ Leisure ที่น่าสนใจยิ่งเมื่อวานนี้
ผมแปล Leisure Participation ก่อนหน้านี้ว่า การใช้เวลาว่างมีส่วนร่วมทำกิจกรรม หรือ การมีส่วนร่วมทำกิจกรรมยามว่าง ซึ่งมีกิจกรรมนันทนาการเป็นมิติหนึ่งนอกเหนือจาก Physical Leisure, Social Leisure, Passive Leisure, Creative Leisure ที่อธิบายตามกรอบอ้างอิงของ WHO, กิจกรรมบำบัด, Occupational Science และ Leisure Science ครับ
เมื่ออ่านเพิ่มเติมจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Occupational_science จะเห็นว่า นันทนจิต ได้กลายเป็นองค์ความรู้ที่เรียกว่า "นันทนาศาสตร์ (Leisure Science)" และเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาพฤติกรรมทางร่างกายและจิตสังคมในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งเรียกว่า "ศาสตร์แห่งกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational Science)" โดยมีหลักการที่ว่า "สุขภาวะทางร่ายกายและจิตสังคมเกิดขึ้นจากความสมดุลของความสุขและความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตทั้งในเวลาว่างในกิจกรรมการดูแลตนเอง การศึกษา การนอนหลับ การพักผ่อน การทำงานอดิเรก การเข้าสังคม การเล่นและนันทนาการ กับในเวลาทำงานเพื่อตนเองและผู้อื่น"
ดังนั้นจากศาสตร์ต่างๆ ข้างต้น การส่งเสริมสุขภาพจากสองสหวิชาชีพที่น่าสนใจจึงเกิดขึ้น คือ นักนันทนาการบำบัด กับ นักกิจกรรมบำบัดจิตสังคม และผมจึงแนะนำให้ผู้สนใจได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อยอดจาก http://gotoknow.org/blog/otpop/312177
ก่อนจบบันทึก ผมขอสรุปบทบาทนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมที่เกี่ยวข้องกับนันทนจิต ดังนี้
•ผ่านการเรียน ฝึกงาน 24 สัปดาห์ สอบได้ปริญญาใบประกอบโรคศิลปะ
•ประเมินความสนใจและทักษะความสุขความสามารถของผู้รับบริการ
•ที่ปรึกษาการจัดกิจกรรมบำบัดสำหรับบุคลากรวิชาชีพอื่น
•วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้รับบริการเชิงจิตศึกษาถึงความก้าวหน้าของการฝึกกิจกรรมบำบัด
•ออกแบบการฝึกองค์ประกอบและขอบเขตของทักษะการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต หรือทักษะชีวิต ได้แก่
1. กิจวัตรประจำวัน เช่น แต่งกาย แต่งตัว สุขอนามัย อาบน้ำ การดูแลสุขภาพเบื้องต้น การกินอาหาร การใช้อุปกรณ์ประจำ (เช่น แว่นตา) การเข้าสังคม การสื่อสาร การเดินทางไปทำงาน การเดินทางในที่ชุมชน การขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และการแสดงออกทางเพศ
2. การทำงาน เช่น งานบ้าน (ซ่อมแซมเสื้อผ้า, ซักผ้า, เตรียมอาหาร, ซื้อของ, จัดการเงิน, ดูแลของใช้, ดูแลความปลอดภัย) งานดูแลผู้อื่น งานการศึกษา งานประจำหรืออาชีพ (สำรวจงานที่ชอบ, ทักษะที่ใช้ทำงาน, ความสามารถทำงาน, การวางแผนหลังเกษียณ, การทำงานอาสาสมัคร)
3. การใช้เวลาว่าง เช่น วางแผนการใช้เวลาว่าง คงสมดุลย์ของการใช้เวลาว่างกับการดำเนินชีวิต การเลือกกิจกรรมยามว่างที่เหมาะสม (เช่น หัตถกรรม, งานอดิเรก, ศิลปะ, เกษตรกรรม, ธรรมชาติศึกษา, เกมส์, นันทนาการ, กิจกรรมสังคม, กีฬาและการออกกำลังกาย)
4. องค์ประกอบทางจิต คุณค่า ความสนใจ และความเข้าใจตนเอง
5. องค์ประกอบทางสังคม ความสามารถแสดงบทบาทตนเอง พฤตินิสัยทางสังคม ทักษะการสร้างสัมพันธภาพ การแสดงความคิด-ความรู้สึก-ความต้องการของตนเอง
6. การจัดการตนเอง ทักษะการจัดการ (เช่น ความเครียด) การจัดการเวลา การควบคุมตนเอง (เช่น อารมณ์โกรธ)
7. องค์ประกอบทางความรู้ความเข้าใจและประสาทการเคลื่อนไหว ความรู้ความเข้าใจ (ระดับตื่นตัว, รู้วันเวลาสถานที่บุคคล, นึกคิด, ช่วงความสนใจ, เริ่มและหยุดกิจกรรม, ความจำ,ลำดับ, จำแนก, รูปแบบแนวคิด, กระบวนการทางมิติสัมพันธ์, แก้ไขปัญหา, การเรียนรู้, การประยุกต์ใช้) ประสาทการรับรู้ความรู้สึก (สัมผัส กลิ่น รส ท่าทาง สหสัมพันธ์ การได้ยิน การมองเห็น) การเคลื่อนไหวร่างกาย (มุมข้อต่อ กำลัง ความทนทาน)
ทำความรู้จักวันกิจกรรมบำบัดสากล ที่
http://gotoknow.org/blog/otpop/218853
http://gotoknow.org/blog/otpop/309176
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=340425
http://www.otinthailand.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=538666790&Ntype=2