การทำงานกับคนที่แตกต่างอย่างมีความสุข

แม้เขาจะแตกต่างจากเรา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสุขของเราลดน้อยลง

การทำงานกับคนที่แตกต่างอย่างมีความสุข

     ในที่ทำงานของเรา ถ้าเราได้ทำงานร่วมกับคนที่เรารัก ย่อมทำให้เรามีความสุขและได้งานที่มีประสิทธิภาพ แต่มีหลายครั้งที่เราไม่สามารถเลือกเพื่อนร่วมงานได้ตามใจ ทำให้ต้องทำงานกับคนที่มีความแตกต่าง ทั้งในด้านความคิด ความรู้สึก อารมณ์ ตลอดจนเจตคติต่างๆ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้สามารถทำงานกับคนที่แตกต่างจากเราได้อย่างราบรื่นและมีความสุข
     การทำงานกับคนที่มีอุปนิสัยหรือบุคลิกภาพที่แตกต่างอย่างมีความสุขนั้น เราต้องเข้าใจธรรมชาติของคนเหล่านั้นและวิธีการที่จะอยู่ร่วมกับคนเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ เราลองมาสำรวจดูนะครับ ว่าในบรรดาเพื่อนร่วมงานที่เราต้องเจอทุกวัน มีคนประเภทที่กำลังจะกล่าวถึงนี้บ้างหรือเปล่า และเราควรจะปรับตัวในการทำงานร่วมกับเขาอย่างไรดี
    เพื่อนร่วมงานของเราบางคน อาจมีลักษณะของคนที่คิดไม่เหมือนคนอื่น ชอบคิดเอาเองว่าสิ่งนั้นต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยไม่คำนึงถึงเหตุผล หรือบางครั้งก็คิดโดยไม่จำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงรองรับ ชอบจินตนาการเรื่องราวต่างๆ เอาเอง และไม่มีขั้นตอนในการทำงาน เรียกว่า พวกที่ชอบทำตามใจตัวเอง คนกลุ่มนี้มักจะชอบพูดคุยในเรื่องทั่วไป ชอบวิพากษ์วิจารณ์ จนบางครั้งทำให้คนฟังเวียนหัว แต่ข้อดีของคนกลุ่มนี้ก็คือ เป็นนักคิด หากให้โอกาสเขาสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เขาคงจะมีความสุขมาก แต่ถ้าเราไปขัดขวางหรือบังคับให้เขาอยู่ในกรอบมากเกินไป ทั้งเราและเขาก็จะไม่มีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย เราจึงควรจะผ่อนปรนและเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความคิดเห็นบ้าง หากความคิดเห็นของเขาดีก็ควรจะยกย่องชมเชย แต่ถ้าไม่ได้เรื่อง ก็ควรต้องทำใจและบอกกับตัวเองว่า บางครั้งความคิดดีๆ ย่อมต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะเป็นธรรมดา
    เพื่อนเราบางคนก็อาจไม่ได้เป็นคนช่างคิด แต่มีลักษณะตรงข้ามโดยสิ้นเชิง นั่นคือ พวกที่ชอบใช้ชีวิตอยู่ในโลกความเป็นจริง ทุกอย่างจะต้องมีข้อมูลรองรับ ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตในที่ทำงานหรือที่บ้านก็เข้มงวด เป็นระบบ หรือเป็นขั้นตอนเสียทุกอย่าง อะไรที่ผิดไปจากที่เคยเป็นก็ยอมรับไม่ได้ ซึ่งหากเรามีเพื่อนร่วมงานแบบนี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือเข้าใจเขา เวลาจะปรึกษาหารือก็ควรให้อยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ไม่เข้าไปรบกวนในช่วงเวลาที่เป็นส่วนตัวของเขาโดยไม่บอกล่วงหน้า ข้อดีของคนกลุ่มนี้ก็คือจะเป็นคนที่มีความคิด มีเหตุมีผล หากเราให้เกียรติและยอมรับฟังความคิดเห็นของเขา เขาก็สามารถเป็นที่ปรึกษาปัญหาต่างๆแก่เราได้เป็นอย่างดี
    ส่วนการทำงานร่วมกับ พวกที่ชอบแสดงออก เราจะเห็นว่าเขาชอบพูด ชอบคิดหรือทำสิ่งต่างๆอยู่เสมอๆ มักมีความสุขที่จะได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของบุคคลอื่น หรือที่เราเรียกกันว่า ‘ขาเม้าส์’ เวลาทำงานกับคนกลุ่มนี้ ควรแสดงให้เขาเห็นว่า เขาเป็นคนสำคัญสำหรับเรา พูดคุยกับเขาอย่างเปิดอก แล้วเราจะรู้สึกสบายใจ เพราะเวลามีอะไร เราก็สามารถพูดคุยกันได้โดยตรง ไม่มีการเก็บไว้ในใจ
    ในทางตรงกันข้าม หากเพื่อนของเราเป็น พวกที่ชอบเก็บตัว ไม่ค่อยพูดจา ชอบนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ จนดูเหมือนว่าไม่สนใจที่จะสร้างความสัมพันธ์กับใคร และเมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็จะไม่พูด ไม่บอกอะไรให้ใครทราบ ซึ่งบางครั้งหากเราเข้าไปเซ้าซี้ ชวนพูดคุยในเรื่องต่างๆ ก็มักจะไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีนัก  อย่างแรกที่ควรคำนึงสำหรับคนพวกนี้คือ การที่เขาเป็นคนที่เก็บตัว หรือจะเป็นคนที่กล้าแสดงออกนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เราไม่สามารถจะไปบังคับเขาให้เป็นอย่างที่เราต้องการได้ เราควรทำใจยอมรับในความเป็นเขา แต่หากเราอยากสร้างความรู้สึกที่ดีกับคนที่เก็บตัว เราต้องเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องคอยสังเกตว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร คนกลุ่มนี้มักชอบพูดเกี่ยวกับแนวความคิดในเรื่องต่างๆ มากกว่าเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลอื่น ดังนั้น คนกลุ่มนี้จึงเป็นพวกที่ชอบพูดคุยแบบใช้ความคิดลึกซึ้งมากกว่าการคุยสนุกๆ แบบธรรมดาทั่วไป
    มาถึงวิธีการทำงานกับ พวกที่มีอารมณ์ไม่คงเส้นคงวา บ้าง คนพวกนี้มักจะพูดอะไรตามอารมณ์ในขณะนั้น เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางทีรับปากแต่ไม่ทำ อารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ดังนั้นเวลาที่เราคุยกับเขาควรทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี แต่ไม่ควรเอาเรื่องเขามาเป็นชนวนให้คิดมาก  เพราะวันนี้เขาอาจกลุ้มจนเหมือนกับโลกจะระเบิด แต่พรุ่งนี้เขาอาจลืมไปแล้วว่าเคยกลุ้มเรื่องอะไร  อย่างไรก็ตาม ควรแสดงให้เห็นว่า เรายังห่วงใยในความทุกข์สุขของเขา นอกจากนี้เวลาที่เราจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับตัวเขา ก็ควรจะตรวจเช็คกับเขาให้แน่ใจอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มลงมือทำ มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหา เวลาที่จะมอบหมายงานก็ควรทำให้เขารู้ถึงความสำคัญของกำหนดวันที่งานจะต้องเสร็จด้วย เพราะถ้าเราไม่ทำเช่นนั้น เกิดเขาอารมณ์ขึ้นลงระหว่างทำงาน นึกไม่อยากทำหรือเปลี่ยนใจไปมา งานอาจเสียหายได้
    สำหรับคนอีกพวกหนึ่งที่เราจะพูดถึงต่อไปก็คือ พวกที่มีความรับผิดชอบต่ำ  สำหรับคนพวกนี้คล้ายๆ กับพวกไม่คงเส้นคงวาที่กล่าวถึงไปแล้ว แต่คราวนี้เป็นประเภทที่เราจะต้องดูแลเขาอย่างใกล้ชิดหน่อย อย่าเชื่อว่าการที่เขารับปากไปอย่างดี หมายความว่าเขาจะทำตามอย่างที่พูด เมื่อเขาทำผิดเราก็ควรบอกเขาอย่างตรงไปตรงมา ตลอดจนแสดงความเสียใจกับการกระทำของเขาด้วย เพื่อเขาจะได้รู้ว่าการที่เขาไม่รับผิดชอบในการกระทำของเขาทำให้เกิดผลเสียอย่างไร แต่หากเขาทำได้ดี ก็ไม่ควรลืมที่จะแสดงความซาบซึ้ง ชื่นชมในความสำเร็จของเขา แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เพราะการที่เราชื่นชมเขาจะเป็นรางวัลที่ทำให้เขากลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น พึงระลึกว่าทุกคนสามารถที่จะรับการพัฒนาได้  เพียงแต่ บางคนอาจช้า หรือบางคนอาจเร็วแตกต่างกัน
    วิธีการทำงานกับคนที่ไม่ค่อยเป็นมิตรและกับพวกที่ชอบปิดตัวเอง  สำหรับพวกแรกที่จะพูดถึงก็คือ พวกที่ไม่ค่อยเป็นมิตร คนพวกนี้มักจะเป็นผู้ที่มีอคติกับเรา และมองเราในแง่ลบ ชอบที่จะต่อต้านและไม่ให้ความร่วมมือกับเรา ซึ่งหากเราใจเย็นพอและค่อยๆ มองถึงสาเหตุที่เขาทำอย่างนั้นด้วยใจเป็นธรรม ก็สามารถเข้าใจการกระทำของเขาได้  และเมื่อเรามีความจำเป็นจะต้องทำงานกับคนพวกนี้ เราควรต้องมีความอดทนและใจกว้าง ไม่เอาชนะคนที่โกรธเราด้วยความโกรธ แต่ควรให้ความเมตตาตอบแทน วิธีการที่จะแนะนำในที่นี้คือ แอบชมเขาให้คนอื่นฟัง หรือแสดงความไม่เห็นด้วยกับคนที่โจมตีว่าร้ายเขา การกระทำที่ดีของเราต่อเขานั้น เมื่อรู้ถึงหูเขาโดยผ่านปากคนอื่นแล้วอาจจะทำให้เขาเปลี่ยนการรับรู้ที่มีต่อเราไปในทางที่ดีขึ้นได้
    สำหรับ พวกที่ปิดตัวเอง  คนกลุ่มนี้จะคล้ายๆกับพวกที่เก็บตัว ที่ต่างกันคือ เขาจะไม่ค่อยยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เราจึงควรพยายามใกล้ชิดเขา สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และค่อยๆให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงต่างๆ แก่เขา โดยควรตระหนักว่าเขาเหล่านี้มักสนใจเฉพาะเรื่องที่เป็นเรื่องตรงหน้าที่เป็นปัจจุบันขณะเท่านั้น ไม่ค่อยสนใจเรื่องภาพรวม ความคิดที่แปลกใหม่ หรือความคิดที่สร้างสรรค์เท่าใดนัก การที่เราไปคาดหวังให้เขาเปลี่ยนแปลงความคิดหรือการดำเนินชีวิตคงจะเป็นเรื่องยาก
     ด้านวิธีการทำงานกับ  พวกที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์สูง คนกลุ่มนี้มักจะต้องการที่จะมีเพื่อนมากๆ ปรารถนาให้คนอื่นๆ ชอบตน สนุกกับงานปาร์ตี้หรือสังสรรค์ ชอบทำงานเป็นกลุ่มมากกว่าทำคนเดียว แต่โดยทั่วไปก็มักจะไม่ค่อยได้งานเท่าไร  เพราะมัวแต่พูดคุยจนไม่ได้ลงมือทำงานอย่างจริงจัง หากเรามีเพื่อนเป็นแบบนี้ ขอแนะนำว่า ควรให้ความสำคัญในความเป็นเพื่อนกับเขา แต่ต้องไม่ลืมที่จะเตือนกันให้ทำงานให้ทันด้วย เพราะถ้ามัวเพลินกันอยู่ ทั้งคุณและเขาก็อาจจะเสียงานได้
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือ พวกที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูง คนกลุ่มนี้ต้องการเห็นความสำเร็จของงาน เป็นคนจริงจัง สนุกกับการได้ทำงานหนักหรืองานท้าทายเพราะเป็นการพิสูจน์ความสามารถของตน เขาจะภาคภูมิใจในงานของเขามาก ดังนั้นหากเราทำให้เขารู้ถึงความก้าวหน้าในงานของเขา มีการพูดถึงหรือชมเชยถึงความสำเร็จในงานของเขา เขาก็จะมีความสุขมาก การร่วมงานกับคนกลุ่มนี้ เราจะต้องมีความกระตือรือร้นในงานและต้องมีความรับผิดชอบสูงทีเดียว
    ส่วนกลุ่มสุดท้ายก็คือ พวกที่มีแรงจูงใจใฝ่อำนาจสูง คนกลุ่มนี้มักชอบการแข่งขัน ต้องการเป็นผู้ชนะ ชอบแสดงความคิดเห็นและเป็นผู้นำในสถานการณ์ต่างๆ และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง บางครั้งยังชอบที่จะเป็นผู้บงการในสิ่งต่างๆ อีกด้วย หากเราต้องร่วมงานกับเขา ก็คงต้องใช้เหตุผลในการพูดจามากสักหน่อย และถ้าเป็นไปได้ ควรเปิดโอกาสให้เขาได้รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชนะ ให้การสนับสนุนเขา เพื่อให้เขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า จากนั้นจึงดึงเขามาเป็นพวกเดียวกับเรา ไม่จำเป็นที่เราจะต้องทำให้เขายอมแพ้เรา แต่ให้เขาศรัทธาในสิ่งที่เราทำจะดีกว่า
     สรุปแล้ว สิ่งที่สำคัญในการอยู่ร่วมกันคือ การเรียนรู้ที่จะยอมรับความแตกต่างระหว่างกัน ดังแจกันใส่ดอกไม้ ที่จะสวยสดได้ ย่อมต้องประกอบด้วยดอกไม้หลากสีหลายชนิด มีการประดับแซมด้วยใบไม้ต่างๆ กันฉันใด การทำงานของมนุษย์ก็ฉันนั้น บางครั้งต้องมีความขัดแย้งบ้าง มีมุมมองที่แตกต่างบ้าง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ดี และหากเรารู้จักใช้วิธีที่ถูกต้อง ปรับตัวร่วมกับคนที่แตกต่างจากเราได้ เราก็สามารถมีความสุขอยู่กับการทำงานในสังคมที่สลับซับซ้อนนี้ได้ไม่ยาก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขในการทำงานและการสร้างมนุษยสัมพันธ์



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ตามมาอ่านครับอาจารย์ ได้แนวความคิดดีๆๆเพิ่งไปจัดกิจกรรมให้คนไม่มีความสุขกับการทำงานมาครับ

ขอบคุณแนวคิดดีๆ ที่ทำให้ผมต้องพัฒนาทักษะชีวิตการทำงานร่วมกับคนหลายกลุ่มในที่ทำงานแล้วหละครับ