สวัสดีคะเพื่อนๆชาว gotoknow ทุกคน วันนี้ติ๊กมีเรื่องดีๆมาเล่าสู่กันฟังคะ โดยเฉพาะคนที่ท้อแท้และสิ้นหวังลองมาอ่านบทความนี้กันนะคะ         

                 เมื่อพูดถึงนักประพันธ์ดนตรีคลาสิก เชื่อว่านอกจากโมสาร์ทแล้ว บีโทเฟนก็เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ทุกคนนึกถึงกัน ซึ่งทั้งผลงานดนตรีและเรื่องราวชีวิตของบีโธเฟน ต่างก็ยิ่งใหญ่และมีสีสันไม่แพ้กับโมซาร์ทเลยทีเดียว    

                  ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อก้อง เกิดที่กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี ในปีค.ศ. 1770 ก่อนที่ย้ายไปกรุงเวียนนาในปี 1792 และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนกระทั่งเสียชีวิตในปีค.ศ. 1827   โดยในช่วงต้นคริศต์ศตวรรษที่ 19 บีโธเฟนได้ผลิตผลงานที่ถือว่ามีรูปแบบแปลกใหม่ สำหรับยุคนั้นออกมา ซิมโฟนีหมายเลข 3  (Eroica) ,งานเปียโน โซนาตาAppassionataและงานสตริงควอเต็ท Razumoysk      

                  แต่ในขณะที่บีโธเฟนกำลังสร้างสรรค์ผลงานต่างๆออกมา เขาเริ่มตระหนักว่าหูของเขามีปัญหาในการได้ยินเรื่อยๆมาและหมอคนไหนๆก็ไม่สามารถรักษาหายได้ นอกจากนี้บีโธเฟนก็ยังมีปัญหาสุขภาพอื่นๆรวมทั้งนังเผชิญปัญหาในด้านความยากจนอีกด้วย           

                แม้ในช่วงแรกเขาจะรุ้สึกท้อแท้และสิ้นหวังจนกระทั่งเคยคิดที่ฆ่าตัวตายด้วย แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจที่จะมายอมแพ้ต่อโชคชะตา และอดทนสร้างผลงานต่างๆออกมาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งผลงานชิ้นเยี่ยมอย่าง เปียโน โซนาตา op. 106 Hammerklayier, และซิมโฟนีที่ยิ่งใหญ่อย่างซิมโฟนีหมายเลข 9 the choral        

               แม้เขาจะไม่เคยได้ยินเสียงเครื่องดนตรีบรรเลงเพลงที่เขาแต่งขึ้น แต่เขาก็คงประพันธ์เพลงเรื่อยไปจนถึงวันที่เขาเสียชีวิตบีโธเฟนได้รับการยอมรับว่าเป็นนักประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คนหนึ่ง เขามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของดนตรีคลาสสิกจากยุคคลาสสิก (เช่นผลงานของโมซาร์ท และไฮเดิน) โดย บีโธเฟน ได้ผสมผสานดัดแปลงรูปแบบการประพันธ์แบบดั้งเดิมเข้ากับวิธีการใหม่ๆ และใส่อารมณ์ ความรู้สึกของตนเข้าไปในผลงานซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของมนุษย์เป็นรูปแบบที่ทำให้ผลงานของเขาแตกต่างจากผลงานในยุคคลาสสิก และปฎิวัติเปลี่ยนแปลงดนตรีตะวันตกเข้าสู่ยุคโรแมนติก ผลงานของเขาได้สร้างแรงบัลดาลใจให้แก่นักประพันธ์ดนตรีรุ่นต่อๆมา รวมไปถึงนักดนตรี และผู้ที่ได้ฟังดนตรีของเขาอย่างมากมาย               นอกจากผลงานประพันธ์ของเขาแล้ว บีโธเฟน ยังเป็นที่ชื่นชมและจดจำในฐานะมนุษย์คนหนึ่งซึ่งต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา และยังคงมองโลกในแง่ดีและเชื่อมั่นในมนุษยชาติเสมอ แม้ว่าชีวิตจะยากลำบากเพียงใด     

              เป็นยังไงกันบ้างคะประวัติของนัประพันธ์ชื่อก้องโลกที่ชื่อบีโทเฟน เห็นมั้ยหละคะว่าความสำเร็จทุกอย่างมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพยายามและความตั้งใจคะ ถ้าบีโทเฟนเกิดท้อแท้และไม่ลุกขึ้นสู้ วันนี้พวกเราชาวโลกคงจะไม่ได้มีผลงานดีๆ ได้ออกมาชื่นชมกัน         เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเพื่อนๆรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังก็อย่างเพิ่งหมดกำลังใจกันนะคะ เหนื่อยก็พัก ท้อได้แต่อย่าถอยคะ ไม่แน่นะคะ บีโทเฟนคนต่อไปอาจจะเป็นเพื่อนๆก็ได้ แล้วติ๊กจะเป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะคะ