ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทยของโรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย
ผู้ประเมิน นายยรรยง สุขเกษม รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย
ปีที่ประเมิน พ.ศ. 2552
บทคัดย่อ
การประเมินโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทยของโรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย มีวัตถุประสงค์ ดังนี้1) ด้านบริบท (Context) เพื่อประเมินสภาวะแวดล้อม ของโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทยของโรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย 2)ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) เพื่อประเมินความเหมาะสมของปัจจัย ที่ใช้ในการดำเนินโครงการ 3) ด้านกระบวนการ (Process) เพื่อประเมินกระบวนการความก้าวหน้าในการดำเนินกิจกรรม การนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ 4) ด้านผลผลิต (Product) เพื่อประเมินผลผลิตจากผลการดำเนินงานตามกิจกรรมและผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ซึ่งประกอบด้วย (4.1) ผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ ซึ่งประกอบด้วย (1) การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการด้านผลการดำเนินกิจกรรมตาม (2) การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการด้านผลการดำเนินกิจกรรมพัฒนาสื่อเพื่อพัฒนาการอ่าน (3) การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการด้านผลการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์หนังสือด้วยมือหนู (4) การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการด้านผลการดำเนินกิจกรรมครอบครัวนักอ่าน (5) การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการด้านผลการดำเนินกิจกรรมอ่านได้อ่านดี (6) การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการด้านผลการดำเนินกิจกรรมเวลาดีมีสาระ (4.2) ประสิทธิภาพการสอนของครู (4.3) ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของนักเรียน 5) ด้านผลกระทบ(Impact) เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการดำเนินโครงการ พัฒนาการอ่านภาษาไทยของโรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย ซึ่งประกอบด้วย (5.1) ความพึงพอใจของผู้บริหาร ครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีต่อการโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทย (5.2) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการดำเนินโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทย (5.3) ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการดำเนินโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทย (5.4) การเปรียบเทียบผลการสอบ O – Net ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (5.5) ความก้าวหน้าของผลการประเมินการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เปรียบเทียบก่อนและหลังดำเนินโครงการ (5.6) ผลการประกวดแข่งขัน และรางวัลที่ได้รับ
กลุ่มประชากรที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ จำนวน 442 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร 1 คน ครูผู้สอน26 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ของปีการศึกษา 2552 จำนวน 201 คน ใช้ตารางการสุ่มกลุ่มตัวอย่างของเครซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ของปีการศึกษา 2552 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 201 คน
ข
และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทยของโรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย เป็นแบบประเมินผลการดำเนินโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทยของโรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย โดยใช้รูปแบบการประเมินของซิป (CIPP Model) ประกอบด้วยการประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสภาวะแวดล้อม
(Context) ด้านปัจจัย (Input) ด้านกระบวนการ (Process) ด้านผลผลิต (Product) และการประเมินผลกระทบ (Impact) ที่เกิดขึ้นหลังจากการดำเนินโครงการได้แก่ ความพึงพอใจของผู้บริหาร ครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีต่อการโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทย ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการดำเนินโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทย ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการดำเนินโครงการพัฒนาการอ่านภาษาไทย การเปรียบเทียบผลการสอบ O - Net ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ความก้าวหน้าของผลการประเมินการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เปรียบเทียบก่อนและหลังดำเนินโครงการ ผลการประกวดแข่งขัน และรางวัลที่ได้รับ
การดำเนินโครงการ ได้ดำเนินตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนดในปฏิทินปฏิบัติงาน กำกับติดตามและประเมินผลตามระยะเวลาและวิธีที่กำหนดในโครงการ แบบสอบถาม สร้างขึ้นตามแบบของ ลิเกิต (Likert’s Method) มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) โดยหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) มีค่าระหว่าง 0.5 - 1.0 และ ค่าความเที่ยงตรงของแบบประเมินโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟ่า (Alpha) ของคอร์นบัค (Conbach) ได้ค่าความเที่ยงตรงเท่ากับ 0.91, 0.94, 0.96, 0.93, 0.93, 0.93, 0.93, 0.92 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
การประเมินสรุปได้ดังนี้
1. ด้านบริบท (Context) เพื่อประเมินด้านสภาวะแวดล้อมมีความสอดคล้อง อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อจำแนกเป็นแต่ละรายการพบว่าวัตถุประสงค์ของโครงการมีความสอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็นในสภาพปัจจุบันมีความสอดคล้องอยู่ในระดับมากที่สุดสอดคล้องกัน ( = 4.58, SD. = 0.56) การกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการมีความชัดเจนและสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของชาติ ของกรุงเทพมหานคร วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2. ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) เพื่อประเมินด้านปัจจัย มีความเหมาะสมเพียงพอของทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินโครงการอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านบุคลากรได้รับการพัฒนาความรู้ ความสามารถอย่างต่อเนื่องและมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอมีความเหมาะสมมากที่สุดสอดคล้องกัน ( = 4.07, SD. = 0.62)
3. ด้านกระบวนการ (Process) เพื่อประเมินด้านกระบวนการ มีความเหมาะสมของการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ มีความยืดหยุ่น เหมาะสม เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงานด้าน
กระบวนการของโครงการ หมายถึง การดำเนินงานตามแผนขั้นการนำแผนไปปฏิบัติ มีการประเมิน
ค
ความก้าวหน้าของโครงการอย่างสม่ำเสมอ แล้วสรุปรายงานผลการดำเนินโครงการให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ การนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล รวมทั้งมีการนำผลที่ได้จากการประเมินความก้าวหน้าของโครงการมาปรับปรุงแก้ไข มีความเหมาะสมของการปฏิบัติมากที่สุด สอดคล้องกัน ( = 4.52,SD.= 0.61)
4. ด้านผลผลิต (Product) ผลการดำเนินโครงการพัฒนาการอ่านของโรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย ด้านผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ โดยรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.23, SD. = 0.71) โดยมีผลการประเมินใกล้เคียงกัน เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ข้อที่มีระดับความสำเร็จสูงสุดได้แก่ กิจกรรมพัฒนาสื่อเพื่อพัฒนาการอ่าน มีผลการประเมินความสำเร็จอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย
( = 4.33, SD. = 0.67) รองลงมาได้แก่กิจกรรมอ่านได้อ่านดี มีผลการประเมินความสำเร็จอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.25, SD. = 0.72) ข้อที่มีผลการประเมินน้อยที่สุดได้แก่ กิจกรรมเวลาดีมีสาระ มีผลการประเมินความสำเร็จอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.19, SD. = 0.73) ด้านประสิทธิภาพการสอนของครูโดยรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.29, SD. = 0.74) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ครูดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ มีผลการประเมินอยู่ในระดับสูงสุด มีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( = 4.59, SD. = 0.50) รองลงมาได้แก่ ครูดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด มีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.48, SD. = 0.64) ด้านประสิทธิภาพการเรียนรู้ของนักเรียนโดยรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.24, SD. = 0.76) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาการอ่านที่ครูจัดขึ้นด้วยความสนุกสนานมีผลการประเมินอยู่ในระดับสูงสุด มีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.48, SD. = 0.64) รองลงมาได้แก่ มีทักษะในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ มีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.40, SD. = 0.69)
5. ด้านผลกระทบ (Impact) เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการดำเนินโครงการ ด้านความพึงพอใจของผู้บริหาร ครู และกรรมการสถานศึกษา โดยรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ย
( = 4.44, SD. = 0.63) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า โครงการพัฒนาการอ่านที่จัดขึ้นมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาการอ่านของนักเรียนมีผลการประเมินอยู่ในระดับสูงสุด มีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( = 4.80, SD. = 0.40) รองลงมาได้แก่ ความรู้ที่ได้จากกิจกรรมพัฒนาสื่อเพื่อพัฒนาการอ่านสามารถนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาการอ่านของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( = 4.65, SD. = 0.57) ด้านความพึงพอใจของนักเรียนต่อ
การดำเนินโครงการโดยรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( = 4.50, SD. = 0.58) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า นักเรียนเกิดความตระหนักว่าการอ่านหนังสือนอกจากได้รับความรู้แล้ว ยังทำให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( = 4.93, SD. = 0.25)
ง
รองลงมาคือกิจกรรมที่ครูจัดขึ้นมีประโยชน์ต่อการเรียนในสาระภาษาไทยและสาระอื่น ๆ มีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( = 4.86, SD. = 0.34) การ ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อผลการดำเนินโครงการโดยรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( = 4.49, SD. = 0.64) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าบุตรหลานของท่านมีความสนใจ ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ รักการค้นคว้า สามารถสรุปและจับประเด็นเรื่องราวต่าง ๆ จากการอ่านได้มีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( = 4.86, SD.
= 0.41) และบุตรหลานของท่านรู้จักการค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ มีผลการประเมินสูงสุด มีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย( = 4.77, SD. = 0.49)ผลการเปรียบเทียบการวัดผลสอบ O-net โรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย ปีการศึกษา 2552 พบว่า การวัดผลสอบ O-net เพิ่มขึ้น ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ทำการประเมินผล คือสูงกว่าระดับประเทศ 7.15 ความก้าวหน้าของผลการประเมินการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 สูงขึ้น จากร้อยละ 83.36 เป็นร้อยละ 88.78 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.82 มีรายงานผลงานการประกวดแข่งขันความสามารถทางภาษาไทยของนักเรียนในระดับต่าง ๆ