เธอพยักหน้าทั้งที่ไม่เข้าใจเท่าไรนัก "แล้วได้อะไรอีกยาย" ยายหันมามองหน้า............

ฟังธรรมตามกาล-2

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

                เธอพยักหน้าทั้งที่ไม่เข้าใจเท่าไรนัก “แล้วได้อะไรอีกยาย” ยายหันมามองหน้านิ่งๆ ยายคงเบื่อและนึกว่า หลานเรานี่ผีเจาะปากให้พูดแท้ๆ แต่ยายก็อดทนตอบคำถามของเธอเสมอ “ได้ฝึกการให้ทาน” “ฝึกทำไมยาย มีประโยชน์หรือ” “มีซิ คนมีความโลภอยากได้เป็นพื้นฐาน หากไม่ฝึกให้ทานไว้บ้าง นานเข้าจะเห็นแก่ตัว และเกิดการแย่งชิงจนฆ่ากันตาย” “ได้อะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่ายาย” “ได้ฟังธรรมจากพระด้วย” “ฟังท่านทำไมเล่ายาย” “เรียนรู้หลักธรรมนำมาใช้ในชีวิต” “หนูเรียนที่โรงเรียนแล้วไม่พอหรือยาย” “ไม่พอหรอก โรงเรียนเดี๋ยวนี้เขาสอนวิชาการเอาไปเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเท่านั้น ส่วนหลักธรรมเรียนเพื่อเอาไปเลี้ยงใจ”

 

               ยายพูดหลักการได้ลึกซึ้งน่าฟังเสมอ “มันจะยากนะยาย เรียนที่โรงเรียน แล้วยังต้องเรียนที่วัดด้วย” “คนเรามีหน้าที่ดูแล กายกับจิต ของตนเอง” “ไม่เห็นใครดูแลจิตใจเท่าไร” “ใช่ คนในปัจจุบันเห็นว่าการเรียนเท่านั้นที่สำคัญ” “แล้วยายเห็นต่างจากคนอื่นเพราะอะไร” “คงเป็นเพราะยายเอง ตามยาย ตามแม่ไปวัดมาตั้งแต่เล็ก ฝึกทำทานจนเคยชิน ฝึกฟังธรรมจนเคยชิน ฝึกปฏิบัติธรรมทีละเล็กทีละน้อย นานเข้าก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต”

 

                ในวัย 31 ปี แสดงเดือนมองยายด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม ยายร่างผอมแกร่ง หลังตั้งตรง เมื่อแต่งชุดขาวยิ่งดูงามสง่าสมวัย เมื่อก่อนมองความเงียบสงบของยายว่าน่าเบื่อหน่าย  แต่ปัจจุบันเธอมองความเงียบสงบของยายว่าน่ารัก น่าศรัทธา เธออยากเป็นเหมือนยาย  “การฟังธรรมตามกาลสำคัญมากหรือยาย” “แน่นอน ฟังบ่อยๆ ให้ธรรมค่อยๆ ซึมเข้าสู่จิตใจ เดี๋ยวนี้ยิ่งหาฟังได้ง่าย วิทยุก็เปิดกันมาก โทรทัศน์พระมาเทศน์บ่อย อินเตอร์เน็ทก็มี” “อ่านหนังสือธรรมะก็น่าจะได้นะยาย” “ได้ซิ เดี๋ยวนี้เห็นมีหนังสือธรรมะไม่น้อยเลย” “บางคนอ่านมากแล้วเอามาเถียงกันก็มีนะยาย” “นั่นแสดงว่าเขาเผลอสติแล้ว หลักธรรมไม่ใช่เพื่อนำมาเถียงกัน” “แล้วเพื่ออะไรกันเล่ายาย” “เพื่อนำมาปฏิบัติเอง เพราะธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”