สอ.ถ่ายโอนได้อย่างไร
ประสบการณ์นครราชสีมา
-
- การถ่ายโอนงานสาธารณสุขระดับตำบลไปให้ อบต. เทศบาล นั้น มีลักษณะพิเศษคือ
- 1.1 งานสถานีอนามัยถ้าคิดเป็นกิจกรรมแล้วมีกว่า 1,000 กิจกรรม แบ่งเป็น บริหาร บริการ วิชาการและงานชุมชน ดังนั้นการถ่ายโอนกิจกรรมจึงต่างจากงานกระทรวงอื่นๆ ซึ่งมีเพียงกระทรวงละ 1-2 กิจกรรมเท่านั้น
- 1.2 งานสาธารณสุขมีความเชื่อมโยงกันทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และประเทศ เช่นระบบส่งต่อ ดังนั้นงานของสถานีอนามัยจึงแยกเป็นเอกเทศไม่ได้
- 1.3 งานสถานีอนามัย เป็น technical know how ซึ่งต้องพัฒนาวิชาการให้ทันต่อโลกเสมอ หากแยกเป็นเอกเทศจะพัฒนาอย่างไร
- 1.4 เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยที่ไปอยู่องค์กรปกครองท้องถิ่นอาจเกิดปัญหาช่องว่างทางวิชาการ เกิดปัญหาในการสั่งงานได้
- 1.5 องค์กรปกครองท้องถิ่นแต่ละพื้นที่มีความพร้อมที่แตกต่างกัน ต้องอาศัยระยะเวลาพัฒนาระดับหนึ่ง และต้องหาเงื่อนไข ตัวชี้วัดความพร้อมขององค์กรแต่ละแห่ง
- ข้อเสนอแนวคิดการถ่ายโอนอำนาจให้ อบต./เทศบาล ควรเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้
- 2.1 งานที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมและป้องกันโรค เช่น การออกเทศบัญญัติ ข้อบังคับ อบต. เพื่อการปฏิบัติงานด้านความสะอาด โรคติดต่อ ฯลฯ
- 2.2 งานกิจกรรมสาธารณสุขมูลฐาน
- 2.3 งานบริหารการก่อสร้าง ระบบน้ำสะอาด กำจัดน้ำเสีย ฯลฯ
- 2.4 ระบบการจัดสรรเงินลงสู่หมู่บ้าน เช่น เงินงบ สสม. เป็นต้น
- 2.5 การมีพยาบาลวิชาชีพและ/หรือทันตาภิบาล และ/หรือ เจ้าหน้าที่อื่นๆซึ่งเป็นบุคลากรของเทศบาล หรือ อบต.โดยตรงเข้าไปร่วมปฏิบัติงานรักษาพยาบาลหรืองานสาธารณสุขอื่นๆ บนสถานีอนามัย
- 2.6 เมื่อการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่ายสำเร็จไปได้ด้วยดี และประชาคมสุขภาพระดับตำบลยอมรับแล้ว จึงถึงเวลาโอนให้ไปสังกัด อบตงหรือเทศบาล ทั้งนี้ในการดำเนินการทั้ง 6 ขั้นตอนนั้น จะต้องมีองค์กรของประชาชนเข้ามาร่วมประสาน ควบคุมกำกับ ประเมินผลการปฏิบัติงานในแต่ละขั้นตอนด้วย ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าว อาจประกอด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิของตำบล ผู้นำด้านสาธารณสุข ผู้แทนองค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้แทนหน่วยงานสาธารณสุข เป็นต้น
- วิเคราะห์เหตุผลความจำเป็นของการเกาะเกี่ยวเป็นเครือข่ายการบริการสาธารณสุข
- 3.1 'การกระจายอำนาจ' น่าจะหมายถึง การให้องค์กรท้องถิ่นได้มีอำนาจเข้ามาตัดสินใจ ชี้ทิศทาง กำหนดนโยบาย กำกับและประเมินผล ซึ่งไม่จำเป็นต้องโอนไปสังกัดองค์กรปกครองท้องถิ่น
- 3.2 รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ดี ถูกต้องสอดคล้องกับหลักสากล แต่การเกาะเกี่ยวกันเป็นเครือข่ายของหน่วยบริการสาธารณสุขแต่ละระดับก็เป็นสิ่งจำเป็น
- 3.3 ถ้าแยกสถานบริการออกไปแต่ละส่วน การจัดระบบบริการสาธารณสุขแบบเชื่อมโยงจะมีปัญหาอย่างแน่นอน
- 3.4 รูปแบบที่เสนอคือ การนำเครือข่ายทั้งหมดนั้นมารวมกันเป็นองค์การมหาชนอิสระ ( autonomous) โดยจะแยกเป็น 1 จังหวัด มี 1 เครือข่ายหรือมากกว่า ถ้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีความพร้อมที่จะรับเครือข่ายนี้ได้ ก็ให้เปลี่ยนเป็นการบริหารในรูป provincial health board
- 3.5 ถ้าจะกระจายอำนาจให้กับประชาชนจริงๆ คำตอบที่ได้น่าจะอยู่ที่ประชาคมระดับตำบล ระดับอำเภอ
- 3.6 ถ้าสถานบริการแยกเป็นส่วนๆ โดยขึ้นต่อองค์กรปกครองท้องถิ่นแต่ละแห่งไปแล้ว จะเกิดความไม่เป็นธรรมต่อประชาชนในพื้นที่ยากจน
- การถ่ายโอนงานสาธารณสุขระดับตำบลไปให้ อบต. เทศบาล นั้น มีลักษณะพิเศษคือ
ข้อเสนอแนะ