ปัญหาในการจัดการหลักสูตรท้องถิ่นของการศึกษาไทย
สมจิตร ยิ้มสุด
......................................................................................................................................
นับแต่ประเทศไทยมีการปฏิรูประบบราชการขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 นโยบายในขณะนั้นเป็นการผลิตคนเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบราชการเป็นสำคัญ แต่เมื่อมาถึงช่วงระยะหนึ่ง ได้มีการส่งเสริมให้ประเทศมีแผนพัฒนาขึ้น เมื่อพ.ศ.2504 โดยมุ่งเน้นการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ นโยบายการศึกษาของประเทศจึงเป็นการผลิตคนเพื่อป้อนเข้าเข้าภาคอุตสาหกรรมและการบริการเป็นสำคัญ จะเห็นได้ว่า นโยบายการศึกษามีลักษณะสัมพันธ์กับนโยบายการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจด้วยอย่างแยกไม่ออก
เมื่อระบบราชการอิ่มตัว ภาคอุตสาหกรรมและบริการมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาทดแทนแรงงานคน ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้มากว่าเดิม ในสภาวะการณ์ที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เจ้าของทุนก็เลือกที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนแรงงานคนมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อแรงงงานคนในปัจจุบันอย่างรุนแรง ซึ่งจะพบได้ว่าตำแหน่งงานที่ว่างในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสาขาวิชาที่จบมาของคนมากขึ้น จึงนำไปสู่ปัญหาการว่างงาน หรือการเข้าทำงานในตำแหน่งงานที่ไม่ตรงกับวุฒิการศึกษาที่จบมา
นโยบายการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาดในอดีต ไม่สอดคล้องกับบริบทและศักยภาพของประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพทางการเกษตร แต่เรากลับมุ่งเน้นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม โดยคาดหวังจะว่าประเทศไทยเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียใต้ ทำให้เราต้องนำเข้าสินค้าทุนประเภทน้ำมันและเครื่องจักรมากขึ้น และท้ายที่สุดก็ต้องล้มลงอย่างไม่เป็นท่า ซึ่งนโยบายการพัฒนาประเทศที่ผิดพลาดนี้ย่อมส่งผลต่อนโยบายการศึกษาของประเทศไทยด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น รัฐจึงได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการกำหนด ไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยให้สถานศึกษาแต่ละแห่งสามารถที่จะจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นของแต่ละสถานศึกษาขึ้นมาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละชุมชน เพื่อใช้ในการเรียนการสอน แต่ก็ยังประสบปัญหาอยู่มาก ซึ่งสามารถสรุปสาเหตุได้ดังนี้
1.ค่านิยมของคนในสังคม
สังคมไทยที่มีมาแต่เดิมนั้นมักส่งเสริมและสนับสนุนให้บุตรหลานเข้าศึกษาเล่าเรียนเพื่อเป็น “เจ้าคน นายคน” ทำให้หลักสูตรท้องถิ่นที่สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดทำขึ้นมาเป็นแค่เรื่องที่จำเป็นต้องเรียนตามนโยบายของทางราชการเท่านั้น
2.ผู้บริหารสถานศึกษาไม่ได้ให้ความสำคัญกับหลักสูตรท้องถิ่น
ผู้บริหารสถานศึกษาไม่ให้ความสำคัญกับหลักสูตรท้องถิ่นที่กำหนดขึ้นอย่างจริงจัง และยังคงค่านิยมส่งเสริมให้นักเรียนมีความเป็นเลิศทางวิชาการด้านอื่นๆ เพื่อมุ่งสร้างชื่อเสียงให้แก่สถานศึกษา ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันจะพบป้ายยกย่องนักเรียนที่สอบแข่งขันทางวิชาการได้รางวัลชนะเลิศ หรือศิษย์เก่าที่สามารถสอบเข้าเรียนในสถานศึกษาที่โด่งดังติดไว้หน้าสถานศึกษาอย่างใหญ่โต และแทบจะไม่เห็นเลยว่าจะมีป้ายที่ยกย่องนักเรียนที่มีผลการเรียนดีในหลักสูตรท้องถิ่น หรือนักเรียนที่ทำคุณงามความดีด้านจริยธรรมคุณธรรมได้รับการติดประกาศยกย่องเช่นนั้น
3.การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นขาดการมีส่วนร่วมจากชุมชน
การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นที่ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนก็เป็นปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่ง จากการที่ผู้เขียนได้สัมผัสและมีประสบการณ์จากสนทนากับผู้บริหารสถานศึกษา จะพบว่าการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นของสถานศึกษาบางแห่งเกิดขึ้นจากแนวคิดของผู้บริหารนั้นๆ ไม่ได้เกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชน จึงเป็นเหตุให้หลักสูตรที่จัดทำขึ้นไม่สอดคล้องกับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ