ทริปนี้แตกต่างจากทุกๆ ครั้งก็ตรงที่เราตั้งกติกาก่อนเดินทางไว้ 2 ข้อ คือ . . .
ทำไมการไปเกาหลีครั้งนี้จึง “แตกต่าง” จากครั้งแรกที่เคยไปมา ผมว่าที่เห็นชัดๆ ก็คือเป็นการไปเอง ไม่ได้ไปกับทัวร์เหมือนที่เคยทำมา สุนิตได้บรรยายความรู้สึกเกี่ยวกับทริปนี้ไว้ว่า . .
“. . . ตอนนี้เมื่อนึกย้อนถึงการไปเที่ยวเกาหลีครั้งนี้ ก็มีหลายอย่างที่ทำให้อดยิ้มไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะสุขไปทั้งหมดนะ ที่ทะเลาะกับสามีก็มีบ้างเป็นธรรมดาแต่ก็ต้องถือว่าครั้งนี้น้อยกว่าที่ผ่านมามาก การไปเที่ยวเองเมื่อเทียบกับการไปเที่ยวกับทัวร์นั้นมันมีข้อด้อยข้อดีที่ต่างกัน การไปเที่ยวกับทัวร์นั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เลือกทัวร์และจ่ายเงินเท่านั้น จากนั้นก็แล้วแต่ทัวร์จะ “ทัว” ไป (ภาษาจีนแต้จิ๋วทัวแปลว่าลาก) และอีกอย่างคือขึ้นกับคนในกลุ่มทัวร์ที่ไปด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง หากเจอคนที่ตรงเวลารักษาเวลากันก็ดีไป แต่ถ้าเจอพวกที่เฉไฉก็ทำให้หงุดหงิดใจบ้างเหมือนกัน ซึ่งเป็นปัญหาของคนหมู่มาก มากคนก็มากเรื่อง แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ไปได้เพื่อนใหม่จากการได้ไปทัวร์เดียวกัน ส่วนการไปเที่ยวเองของเราในครั้งนี้ หากถามว่าพึงพอใจไหม ก็ตอบได้ทันทีว่าพอใจมาก เพราะสิ่งสำคัญก็คือการได้ “ก้าวข้ามความกลัว” ที่เกิดจากความคิดต่างๆ นานา เช่น กลัวว่าจะพูดกับเขาไม่รู้เรื่อง กลัวว่าจะหลงทาง กลัวจะเจอคนและเหตุการณ์ไม่ดี ซึ่งสิ่งที่ผ่านมาก็พบว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้เลย สนุกมากกว่าที่คิดไว้ แต่ละวันก็มีเรื่องราวใหม่ๆ ได้รับมิตรไมตรีอัธยาศัยอันดีจากคนท้องถิ่นทำให้ประทับใจค่อนข้างมาก แต่ก่อนตอนที่เรียนอยู่อเมริกาจำได้ว่าไม่ค่อยชอบหน้าคนเกาหลีเท่าไหร่ แต่ไปครั้งนี้ยอมรับว่าทัศนคติที่มีต่อคนเกาหลีต่อประเทศเกาหลีนั้นเปลี่ยนไป . . .”
บางภาพของมื้อบุฟเฟท์