...การตรวจภายใน...หรือการตรวจแปปสเมียร์ เป็นการตรวจหาเซลล์ผิดปกติของปากมดลูกในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้...จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้..."บะ"มุมสภากาแฟ ครั้งที่7 27 ก.ย.53 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

         เมื่อวันอาทิตย์ใครได้ดูละครเรื่องบางรักซอย 9 บ้าง? เป็นตอนที่แม่เยาว์ซึ่งเป็นแม่ยายของนายชัดเจนไปตรวจช่องคลอดหรือเรียกง่ายๆว่าการตรวจภายในนั่นเอง ซึ่งเรื่องราวจะดูให้ตลกก็ตลก จะดูให้มีสาระก็มีสาระแฝงอยู่

 

                      

 

          “บะ”...มุมกาแฟ วันนี้บรรยากาศดูเงียบ...ๆ เพื่อนสมาชิกยังมีไม่กี่คน บางคนก็ติดภารกิจจากงานประจำ ...น้ำเดือดแล้ว...กาแฟ...ส่งกลิ่นหอมพร้อมเสริฟ์ เหลือแต่สมาชิกที่ยังดูบางตามีไม่กี่คน ดังนั้นสมาชิกที่มาถึงก่อนก็จึงชวนกันคุยเรื่องสัพเพเหระและคุณเกศกัญญาก็ชวนคุยเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปีว่าเดือนนี้จะถึงเวลาของการตรวจสุขภาพอีกแล้วและเวลาตรวจสุขภาพจนท.(โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนโสด) หลายคนขอยกเว้นการตรวจภายในและเต้านม ถึงแม้ว่าอายุจะถึง 35 ปีตามเกณฑ์แล้วก็ตาม เนื่องจากความอายและเขินคนกันเองในสถานพยาบาล

 

                    

 

          คุณพรนภาก็เลยเกริ่นว่าใครได้ดูละครเรื่องบางรักซอย 9 บ้าง? ตอนที่แม่เยาว์ตรวจภายใน ซึ่งอายและยิ่งอายก็เหมือนแกล้ง โดยคุณหมอได้ขออนุญาตนำนักศึกษาแพทย์มาศึกษาด้วยหลายคน(บอกเพื่อเป็นวิทยาทาน) ยิ่งอายไปใหญ่ จากเรื่องนี้ทำให้นึกถึงการตรวจสุขภาพประจำปีที่คนส่วนมากก็เป็นเช่นกัน เลี่ยงกันไปมาไม่อยากตรวจ ดังนั้นวันนี้แต่ละคนก็เลยผลัดกันนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง ทำให้มีแต่เสียงหัวเราะบรรยากาศสนุกสนาน

 

                      

 

          พอดีคุณหมอสุขุมาลย์ สว่างวารี ซึ่งเป็นแพทย์จากกลุ่มงานมะเร็งนรีเวชได้ให้เกียรติมาร่วมสภากาแฟกับเราด้วย จึงเป็นโอกาสดีมากที่สมาชิกจะได้ความรู้ด้านนี้ ซึ่งจากการสนทนาเรื่องการตรวจภายในค้างไว้เลยได้โอกาสถามคุณหมอเลยว่า การตรวจภายในนั้นทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บ อายและกลัวการตรวจภายใน จึงอยากรู้ว่าจำเป็นไหม? มีประโยชน์อย่างไร?และในละครทีวีคุณหมอก็ชอบล้อเล่นโดยขยับปากเป็ดเล่นเสียงดัง...แก๊ป...ๆๆๆ คนยิ่งกลัวก็ใจฝ่อใหญ่เลย ถามว่ามีปากเป็ดขนาดเล็กไหม? สารพัดคำถาม

 

 

          คุณสุนันทาเล่าว่าเคยร่วมไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในต่างจังหวัด บอกว่ามีแม่คนหนึ่งได้นำลูกสาวอายุยังน้อยประมาณ 12-13 ปีเอง ซึ่งเนื่องจากหมอตรวจให้ฟรีและมาบริการถึงที่ว่างั้นเถอะเลยไม่อยากให้ลูกพลาดโอกาสจึงบังคับให้เด็กตรวจ ซึ่งทำให้เด็กได้รับความเจ็บปวดและร้องไห้เสียงดัง ถึงแม้ว่าจะใช้ปากเป็ดตัวเล็กก็ตาม ดังนั้นจึงถามคุณหมอว่าจำเป็นไหม?ว่าเด็กจะต้องตรวจภายในและมีความเสี่ยงหรือไม่? ซึ่งคุณหมอให้คำชี้แจงว่า เด็กหรือคนแก่ก็มีโอกาสเกิดมะเร็งขึ้นเหมือนกัน แต่จะพบส่วนมากก็อายุประมาณ 30-50 ปี

                       

การตรวจสุขภาพประจำปี

          คุณหมอกล่าวว่าที่สถาบันมะเร็งแห่งชาตินั้นใจดีมากที่ตรวจ Thin prep ให้จนท.ทุกคนฟรี ซึ่งจากการตรวจได้ผลดีมาก ทำให้พบอาการผิดปกติได้เร็วและรีบรักษา โอกาสหายก็สูงมาก ซึ่งถ้าตรวจแล้วไม่มีอะไรหรือปกติ ก็สามารถเว้นไป 5 ปีค่อยตรวจใหม่ ซึ่งราคาแค่ 1600 บาทถือว่าถูกที่สุดในบรรดาร.พ.อื่นๆ (เอกชนเฉพาะตรวจ Thin Prep+HPVประมาณ 3000กว่าบาท) ซึ่งการตรวจจะให้ความแม่นยำสูงมาก

เหตุผลส่วนตัว...ผลัดกันเล่า...

ความอาย...เป็นสาเหตุหลักของการของดตรวจภายในชุดตรวจสุขภาพประจำปี เนื่องจากบางคนมีลูกแล้วแต่ก็ยังอายอยู่ดีก็เหมือนกับแม่เยาว์นั่นแหละ

ความกลัว...เจ็บไหม?...เป็นคำถามยอดฮิตที่พบบ่อยมาก

ความวิตกกังวล...กลัวว่าถ้าพบความผิดปกติแล้วจะทำใจไม่ได้ คิดมากวิตกกังวล และไม่รู้จะเตรียมตัวอย่างไรและกลัวอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ทำให้ใจฝ่อ

ไม่เจ็บป่วย...ไปตรวจทำไม?...คนโบราณก็ไม่เห็นใครเขาตรวจกัน เมื่อสบายดีก็ไม่อยากไปตรวจ ซึ่งก็เป็นอีกทัศนคติหนึ่ง

                 

การตรวจภายในหรือแปปสเมียร์(Pap Smear) ทำอย่างไร?

          การตรวจแปปสเมียร์เป็นการตรวจง่ายและรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 2-5 นาทีโดย

 

               

 

       1. ขึ้นนอนบนเตียงและขึ้นขาหยั่ง

      2. แพทย์หรือพยาบาลจะสอดเครื่องมือแพทย์ที่เรียกว่าปากเป็ดอันเล็กๆ(Speculum)ซึ่งมีหลายขนาดเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล เข้าไปในช่องคลอดเพื่อให้มองเห็นปากมดลูกชัดเจน

      3. แพทย์หรือพยาบาลจะป้ายเซลล์ที่ปากมดลูก โดยใช้ไม้เล็กๆเก็บเซลล์ที่คอมดลูกและมดลูก ป้ายบนแผ่นใส(Glass Slide)ทำให้เซลล์ติดกระจกแน่นและส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ

 

 

ความสำคัญของการตรวจแปปสเมียร์

          คุณหมอได้เล่าถึงความสำคัญของการตรวจภายในกับโรคมะเร็งว่า ประเทศไทยมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย โดยธรรมชาติการเกิดมะเร็งปากมดลูกจะใช้เวลานานเกือบ 10-20 ปีนับจากที่เริ่มมีการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีเซลล์เปลี่ยนแปลงจนถึงเป็นมะเร็ง ซึ่งการตรวจแปปสเมียร์(Pap Smear)จะเป็นการตรวจของเซลล์ผิดปกติขอปากมดลูกในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้

 

                            

 

ใครบ้างที่เสี่ยง...ต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก?

      1. หญิงที่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี(HPV) ไวรัสตัวนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุของปากมดลูกและมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้โดยไวรัสตัวนี้ สามารถติดต่อกันทางการมีเพศสัมพันธ์

      2. หญิงที่มีคู่นอนหลายคนหรือมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุน้อย  

      3. หญิงที่สูบบุหรี่เพราะสารในบุหรี่สามารถกระตุ้นให้เซลล์ที่ปากมดลูกทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้มากขึ้นจากเซลล์ภูมิคุ้มกันบริเวณมูกปากมดลูกลดลงและมีการตรวจพบสารนี้ในน้ำเมือกที่ปากมดลูกของหญิงที่สูบบุหรี่

      4. ภูมิคุ้มกันต่ำหรือบกพร่อง เช่น HIV , Leukemia

      5. คลอดบุตรเองทางช่องคลอดหลายคน

      6. ทานยาเม็ดคุมกำเนิดติดต่อกันเช่น 5 ปี

      7. ไม่เคยตรวจภายในเลย

 

         จากการพบปะและพูดคุยในสภากาแฟในครั้งนี้ ทำให้ได้ประโยชน์มากและถึงเวลาที่คุณหมอต้องออกตรวจคนไข้และสมควรแก่เวลาพอดี แต่ยังมีปัญหาที่อยากถามเพิ่มเติมที่มีประโยชน์อยากรู้ ดังนั้นผึ้งงานจึงตามไปขอความรู้และนำมาเล่าสู่กันฟังคือ

1.  ผู้หญิงควรจะเริ่มตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดีจึงจะเหมาะสม?

-  ฝรั่งนั้นจะเริ่มมตั้งแต่อายุ 21 ปีหรือตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกภายใน 3 ปี แต่ของกระทรวงสาธาณสุขของไทยจะเริ่มเมื่ออายุ 35 ปี

 2. การตรวจภายในมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

-  ประโยชน์คือ 1) เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก    2) เพื่อตรวจหาความผิดปกติของช่องคลอด มดลูกและรังไข่

3. จะแก้ความกังวลของการกลัวและความอายในการตรวจภายในได้อย่างไรและควรเตรียมตัวก่อนไปตรวจอย่างไร? ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

- เรื่องความอายและความกังวลนั้น ให้ลองหลับตาเวลาตรวจสักพัก ทำใจให้สบายๆ

- ส่วนการเตรียมตัวนั้นควรทำดังนี้

1. งดการมีเพศสัมพันธ์ การสวนล้างช่องคลอด การเหน็บยา 2 วันก่อนตรวจ

2. ตรวจหลังประจำเดือนหมด 1 สัปดาห์ ส่วนในคนที่วัยหมดประจำเดือนแล้ว มาตรวจวันไหนก็ได้

3. ไม่แนะนำให้ตรวจขณะมีช่องคลอดอักเสบ ตกขาวผิดปกติที่เกิดจากการอักเสบ

4. มีวิธีอื่นอีกไหม?คะ ถ้าไม่ต้องการตรวจภายใน(เนื่องจากอาย)ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

การตรวจเลือดทดแทนการตรวจภายในไม่ได้ ส่วนการฉีดวัคซีนนั้นสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 70% ดังนั้นก็ยังต้องตรวจภายในเหมือนคนทั่วไป

5. จะปรึกษาปัญหาเพิ่มเติมได้ที่ไหนคะ?

-  สามารถปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนโรคมะเร็งหรือแผนกมะเร็งนรีเวช สถาบันมะเร็งแห่งชาติ หรือรพ.ของรัฐบาล/เอกชน สถานีอนามัย ศูนย์บริการสาธารณสุข

 

 

 

     เหตุจากแม่เยาว์...เรื่องบางรักซอย 9 ตอนการตรวจภายใน...สู่การพูดคุยนำสาระมาสู่สภากาแฟ...ทำให้กาแฟที่ทำท่าว่าจะเงียบเหงาในตอนแรก กลับคึกคัก ถึงแม้ว่าจะมีสมาชิกมาร่วมไม่มาก(เพียง 9 คน)แต่กลิ่นกาแฟ...ก็คงไม่จางหาย....ถ้าเราช่วยกันชงกาแฟแก้วต่อไป......

            (ขอบคุณ...ภาพประกอบจากอินเทอร์เนต)

                                            Coffee3-15-06-53