แนวคิดทางพระพุทธศาสนากับการสร้างพระพุทธรูป

งานวิจัยเรื่อง ทัศนคติที่มีต่อการบูชาพระพุทธรูปในสังคมไทย.2552.

แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างพระพุทธรูปนั้น นอกจากจะสะท้อนถึงความงดงามทางศิลปะแล้ว  ยังมีความสำคัญในแง่ที่เกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนต่าง ๆ อีกด้วย ดังที่ศาสตราจารย์ศิลป   พีระศรี  กล่าวว่า

       วิธีการในการสร้างพระพุทธรูปนั้นยุ่งยาก  ลักษณะความสวยงามทางศิลปะอย่างเดียวยังไม่เพียงพอเพราะเหตุว่า  รูปที่ทำขึ้นตามอุดมคตินั้น ต้องนำให้เข้าถึงแก่นของคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาด้วย  ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาดลบันดาลให้มีรูปขึ้น  ไม่ใช่ว่ารูปร่างนั้นแสดงถึงรูปร่างที่แท้จริงของพระพุทธองค์[1]

 

 การสร้างพระพุทธรูป จึงมีที่มาที่ไปเกี่ยวกับแนวคิดคำสอนทางพุทธศาสนาอย่างแยกไม่ได้   ซึ่งตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์แม้ไม่ปรากฏชัดว่ามีการสร้างพระพุทธรูปในสมัยพุทธกาลหรือไม่   แต่มีการกล่าวอ้างถึงตำนานการสร้างพระพุทธรูป  คือ ตำนานพระแก่นจันทน์ ซึ่งมีรายละเอียดที่แสดงให้เห็นที่มาสำคัญของการสร้างพระพุทธรูป  ดังที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรง  ราชานุภาพกล่าวไว้ว่า  

 

     เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าไปเทศนาโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  และ

          พระองค์ทรงจำพรรษาอยู่สามเดือน พระเจ้าประเสนชิตแห่งกรุงโกศลราษฎร์มิได้   

     เห็นพุทธองค์เป็นเวลาช้านาน เกิดความระลึกถึงจึงตรัสให้ช่างสลักรูปพระพุทธ     

     องค์ด้วยไม้แก่นจันทน์แดงประดิษฐานไว้เหนืออาสนะที่พุทธองค์เคยประทับ  

       ครั้นเมื่อพระพุทธองค์เสด็จจากดาวดึงส์

     มายังที่ประทับ  พระแก่นจันทน์ลุกขึ้นปฏิสันถารด้วยพุทธานุภาพแต่พระพุทธองค์ 

     ทรงห้ามเสียและตรัสสั่งให้รักษาพระแก่นจันทน์นั้นไว้เพื่อเป็นต้นแบบอย่างของพระพุทธรูป     

      ซึ่งสร้างกันต่อมาภายหลัง  แต่เข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นงานเขียนในชั้นหลัง [2]    

    

      จากตำนานนี้แสดงให้เห็นว่า  แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างพระพุทธรูปในอดีต เริ่มจากความระลึกถึงพระพุทธเจ้า  เมื่อไม่ได้เห็นพระองค์จริงของพระองค์จึงสร้างองค์แทน คือ พระพุทธรูปขึ้นมา  ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนานั้น การระลึกถึงพระพุทธเจ้าจัดเป็นกรรมฐานข้อหนึ่งที่เรียกว่า พุทธานุสสติกรรมฐาน ซึ่งเป็นการน้อมจิตระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าเพื่อให้จิตมีความสงบ  

 

      อย่างไรก็ตาม ในยุคแรกนั้นยังไม่มีพระพุทธรูป  หากแต่เป็นสิ่งของที่เป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่า  ดังเช่นหลักฐานทางโบราณคดีเช่น ธรรมจักรและสถูปเจดีย์ที่ปรากฏ ในรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชและ ไม่ปรากฏหลักฐานที่แสดงว่ามีการสร้างพระพุทธรูปในสมัยนั้นเลย  ทั้งนี้สิ่งต่าง ๆ  ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้าในยุคแรกเริ่มอาจมาจากแนวคิดเรื่องเจดีย์ 4   ได้แก่  คือ ธาตุเจดีย์, ธรรมเจดีย์,บริโภคเจดีย์ และ อุทเทสิกเจดีย์ [3] 

 

                  1)  ธาตุเจดีย์ 

คือ  เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เดิมมีเพียง 8 แห่ง ตามเมืองที่ได้รับการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุไปไว้สักการะหลังพุทธปรินิพพาน หลังจากนั้นพระเจ้าอโศกมหาราชทรงนำมารวบรวมใหม่และได้ทรงแบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกไปบรรจุไว้ในพุทธเจดีย์ตามเมืองต่างๆ อีกหลายแห่ง

 

                  2)  บริโภคเจดีย์ 

คือ เจดีย์ที่สร้างขึ้นในบริเวณที่พระพุทธเจ้าเคยประทับเมื่อครั้งทรงพระชนม์อยู่ ซึ่งได้แก่  สถูปเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสังเวชนียสถานนั่นเอง ซึ่งต่อมาเกิดนิยมสถานที่ที่เกิดพุทธปาฏิหาริย์ว่าเป็นบริโภคเจดีย์ เพิ่มเป็นอีก 4 แห่ง ได้แก่  สถานที่เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  เมืองสังกัสสะ สถานที่ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ เมืองศราวัสติ  สถานที่ทรงทรมานช้างนาฬาคีรี  เมืองราชคฤห์ และ สถานที่ทรงรับน้ำผึ้งจากพระยาวานร สวนมะม่วง เมืองเวสาลี

 

                  3)  ธรรมเจดีย์

คือ สถานที่ประดิษฐานหรือจารึก พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้แก่ พระไตรปิฎก

 

                 4)  อุเทสิกเจดีย์

คือ สิ่งที่สร้างเพื่อระลึกถึงพุทธคุณหรือเจตนาอุทิศต่อพระพุทธเจ้า โดยมากเป็นศิลปวัตถุต่างๆ ที่นิยมใช้เป็นสิ่งแทนพระพุทธเจ้า อาทิ ธรรมจักร รอยพุทธบาท และพุทธอาสน์ เป็นต้น จนกระทั่งมีการนิยมสร้างพระพุทธรูปขึ้นเป็นอุเทสิกเจดีย์[4]

 

                 นอกจากการระลึกถึงพระพุทธเจ้าที่เป็นเหตุให้มีการสร้างพระพุทธรูปแล้ว แนวคิดอย่างหนึ่งที่เป็นหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนาก็คือ การบูชา ซึ่งตามหลักมงคลสูตรนั้น ได้อรรถาธิบายถึงบุคคลและสิ่งที่ควรบูชาไว้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติตาม (จะได้กล่าวถึงเกี่ยวกับการบูชาในบทต่อไป) เมื่อไม่มีพระพุทธเจ้าดำรงพระชนม์อยู่  พุทธบริษัทที่มีศรัทธาต่อพระองค์จึงได้สร้างองค์แทนขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชานั่นเอง

 


เอกสารอ้างอิง

            [1]  วิบูลย์  ลี้สุวรรณ, ศิลปะกับชีวิต, หน้า101.

            [2] สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ผาสุก อินทราวุธ,และวรณัย  พงศาชลากร,อัฟกานิสถานแหล่งผลิตพระพุทธรูปองค์แรกในโลก (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน  2545), หน้า 4.

            [3] เสนอ  นิลเดช,ประวัติสถาปัตยกรรมไทย (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร ,2543), หน้า  2.

            [4]  เทพ สาริกบุตร,  พุทธาภิเษกพิธี  (กรุงเทพมหานคร: อุตสาหกรรมการพิมพ์,2503), หน้า 2.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พุทธศาสนา



ความเห็น (0)