เราจะใช้ให้เป็นประโยชน์ก็ได้ ใช้เล่นๆให้สิ้นเปลืองทรัพยากรไปเฉยๆ หรือ ใช้เป็นสิ่งเสพติดก็ได้

ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PERSONAL COMPUTER) เพียงประมาณยี่สิบกว่าปีมานี้ ได้มีการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วมาก จนมาถึงยุคอินเตอร์เน็ต

ที่ทำให้ทุกบ้าน “จำเป็น” ต้องมีไว้แบบแทบจะเรียกได้ว่าเป็น ความจำเป็นพื้นฐาน สำหรับชีวิตที่ทันสมัยไปเลย

ผมก็ลองเดินตามแบบอนุรักษ์นิยม ระวังตัวหน่อยๆ

แบบไม่วิ่งตาม แต่แอบดู และไม่ต่อต้าน แต่พยายามเรียนรู้ในทุกมุมที่สัมผัสได้

ก็พบว่าระบบอินเตอร์เน็ตนี้ เป็นเสมือนดาบสองคมจริงๆ

  • เราจะใช้ให้เป็นประโยชน์ก็ได้
  • ใช้เล่นๆให้สิ้นเปลืองทรัพยากรไปเฉยๆ หรือ
  • ใช้เป็นสิ่งเสพติดก็ได้

ในทางสร้างสรรค์ ระบบอินเตอร์เน็ต

  • ช่วยทำให้นักธุรกิจบางคน ร่ำรวยจากการคิดค่าบริการ การโฆษณา และการค้าได้กว้างไกลและรวดเร็ว
  • ทำให้คนสามารถพัฒนาสังคมแบบใหม่ได้โดยแทบไม่ต้องเดินทางไปไหน รู้จักกัน รู้นิสัยใจคอโดยไม่ต้องเห็นหน้า หรือพูดคุยกันมาก่อน
  • ทำให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ได้กว้างไกล
  • ทำให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข่าวสารได้รวดเร็ว
  • ฯลฯ

แต่ ก็มีข้อด้อย ที่ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ระบบอินเตอร์เน็ต

  • ทำให้คนใช้เวลากับเรื่องไร้สาระ
  • เป็นช่องทางของมิจฉาชีพ หลอกลวง ต้มตุ๋น สารพัดรูปแบบ
  • จนกระทั่งเป็นแหล่งมอมเมา อบายมุข การเล่นเกม และการพนันสารพัดรูปแบบ ที่คนมีความรู้เหนือกว่า จะนำมาล่อหลอกคนขาดสติ ด้อยปัญญา

จากการตามไปดูห่างๆ ในหลายๆเรื่อง

ผมรู้สึกว่ามีอัตราความสำเร็จที่ดีมากในเชิงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่ก็น่าเสียดายมากที่คนจำนวนหนึ่งยังไม่ค่อยเห็นคุณค่าของทรัพยากรของโลกที่ทุ่มเทให้กับเรื่องนี้

ยังมีการใช้แบบเล่นๆ ไร้สาระ แบบไม่มีแก่นสารอะไร เสมือนหนึ่ง “ของฟรีอยู่แล้ว ใช้อย่างไรก็ได้” หรือ “เรื่องของข้า คนอื่นไม่เกี่ยว” ไม่ค่อยพิจารณาว่าอะไรมีหรือไม่มีประโยชน์ หรือจะใช้อย่างมีประโยชน์ได้อย่างไร

และอีกกลุ่มหนึ่งที่สาหัสกว่า คือใช้เป็น “อบายมุข” เสพติดงอมแงม ทำแค่สนองกิเลสตัณหาของตัวเอง แบบไม่มีใครได้ประโยชน์ จะมีก็เฉพาะเจ้าของธุรกิจที่กอบโกยผลประโยชน์จากระบบอินเตอร์เน็ต

จากการตามดูห่างๆ ทำให้ผมมีเวลาทบทวน มีสติพอที่จะรู้ และเข้าใจว่า เราจะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า

เพราะ ในความเป็นจริงนั้น ไม่มีของฟรีในโลก ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ลงทุน

เราจึงควรยั้งคิดหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์สูงสุด

ที่ผมใช้ในปัจจุบัน ก็คือ

  • ใช้เป็นเวทีหาเพื่อน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทุกด้านที่เป็นประโยชน์
  • ใช้เก็บความคิด ความรู้ ความเข้าใจ และรวบรวมข้อมูลและความรู้ที่มี
  • ใช้เป็นเวทีเผยแพร่แนวคิด และวิธีการทำงาน และการดำรงชีวิตที่ค้นพบจากประสบการณ์ของตนเอง
  • ใช้เป็นเวทีพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาชีวิต และคุณภาพชีวิต
  • ใช้เป็นเวทีประเมินนิสัยใจคอ ความคิด และคุณภาพที่แสดงออกมาของคนในสังคม

ที่ทำให้ผมรู้จักคนมากมายและรวดเร็ว ทั้งในเชิงความรู้และนิสัยใจคอ แบบใช้เวลาและทรัพยากรน้อยมาก

แต่ผมมองย้อนกลับไปหาสังคมใหญ่ ผมยังรู้สึกว่า

นอกจากจะใช้ระบบอินเตอร์เน็ตไม่ค่อยคุ้มค่าแล้ว บางคนยังตกเป็นเหยื่อของระบบ จนกระทั่งเข้าไปติดกับดักในเชิง “อบายมุข” อีกมากมาย

ที่อย่างน้อยเราควรกลับมาพิจารณาตัวเองเป็นระยะๆ

และถ้ามีโอกาสดีอีกหน่อย ก็น่าจะช่วยกัน “กระตุก” ไม่ให้สังคม และ “เด็กๆ” หลงทางไปกับสิ่งไร้สาระ ที่มากับกับระบบอินเตอร์เน็ต

ก็แค่บ่นมาดังๆ ด้วยความเป็นห่วงครับ