การเรียนรู้ยุทธศาสตร์การจัดการงานวัฒนธรรม และวัฒนธรรมกับการพัฒนา

การเรียนรู้ยุทธศาสตร์การจัดการงานวัฒนธรรม และวัฒนธรรมกับการพัฒนา

จากศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์  พานิช

วันที่   4  กรกฎาคม  ..  2549

           


<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">พระครูภาวนาสมาธิคุณ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ตามที่นิสิตหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้เสนอ  รูปแบบ (MODEL)  ศึกษากรณีความสำเร็จในการจัดการความรู้ของโรงพยาบาลบ้านตาก  และเครือข่ายเกษตรธรรมชาติ จังหวัดพิจิตร  โดยใช้การวิเคราะห์ตามทฤษฎีระบบ  (System  Theory)  และ  SWOT นั้น ทำให้ทราบจุดบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแนวความคิด (Concept)  และเสริมสร้างปัญญาจากการแลกเปลี่ยนความรู้หลายประการ  จะกล่าวเป็นลำดับสืบต่อไป</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ประการที่  1    ทฤษฎีรูปแบบ  ประกอบด้วย  INPUT, PROCESS, OUTPUT  และ  OUTCOME  เป็นลักษณะการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม หรือวิทยาศาสตร์มากกว่าเป็นการวิเคราะห์ทางสังคมศาสตร์</p><p style="margin: 0cm 0cm 6pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                การวิเคราะห์ทางสังคมศาสตร์ จะเน้นไปยังบุคคล หรือชีวิต หรือวิถีชีวิต ซึ่งมีการพลวัตเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามปัจจัย และสิ่งแวดล้อม  ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ และมีระบบซับซ้อน  จึงควรจะวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีไร้ระเบียบ (CHAOS  THEORY) หรือ  DYNAMIC  COMPLEX  SYSTEM  จะเหมาะสมกว่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ทำให้ทราบว่า  คนเป็นผู้สร้างความไร้ระเบียบในสังคม ความเป็นคนย่อมแตกต่างจากความเป็นมนุษย์</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 6pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ประการที่  2    ปัจจัยนำเข้า (INPUT)  ของทฤษฎีระบบ  เป็นต้นเหตุของปัญหาที่ต้องแก้ไข  ยังเจาะลงไปไม่ได้ลึกอีกหลายสาเหตุ  ที่ต้องเอาเข้ามาวิเคราะห์ด้วย  เช่น  โครงการของรัฐบาลที่เข้าสู่องค์กร,  การทำงานของหน่วยงาน NGO,  ระบบการทำงานของข้าราชการ  เหล่านี้เป็นต้น  ที่มีผลกระทบต่อการทำงานขององค์กรทั้งสอง  แต่ใน VCD  ไม่ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่ผู้วิเคราะห์ระบบจะต้องเจาะลงไปให้ลึกกว่านี้ โดยนึกถึงสภาพที่เป็นจริงที่เคยพบด้วยตนเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ทำให้ทราบว่า  สรรพสิ่งในสากลโลก  ไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ</p>    <p style="margin: 0cm 0cm 6pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ประการที่  3    แนวความคิดในเรื่องวัฒนธรรม  หรือกระบวนการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม  อย่าไปยึดติดกับเหตุการณ์ในอดีต  ต้องมองวิเคราะห์สภาวะปัจจุบัน  และสืบสาวไปยังอนาคต  เพราะว่า สภาวะการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมในสังคมมนุษย์มีการพลวัตอย่างต่อเนื่อง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ทำให้ทราบว่า  วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องล้าสมัย  แต่ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย เพื่อให้เกิดความ          สมสมัยตามยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 6pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ประการที่  4    การวิเคราะห์โดยใช้  SWOT  ที่วิเคราะห์จุดอ่อน,  จุดแข็ง,  ภัยคุกคาม  และโอกาส ควรจะใช้วิธีคิดเชิงบวกเสริมเข้าไปด้วยในการยกย่อง  เยินยอ  (APPRECIATION)  เข้ามาวิเคราะห์ด้วย ซึ่งมีข้อดีมากกว่า  SWOT  ในแง่ที่มีความยืดหยุ่น  มีลักษณะการค้นหาความสำเร็จมาวิเคราะห์ เป็นการเสริมสร้างแรงบวก เพื่อให้เกิดความตื่นเต้น และปิติ  นับว่าเป็นจิตวิทยาการกระตุ้นให้ทำงานอย่างภาคภูมิใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ทำให้ทราบว่า การยกย่องเยินยอผู้อื่นมากเกินไป ต้องระวังในการตกขอบอย่างขาดสติสัมปชัญญะ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 6pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ประการที่  5    ทุนนิยม  อย่าไปตีความหมายว่า  ทุนคือเงินตรา  แต่ทุนในที่นี้ หมายถึง ความรู้หรือปัญญาที่มีอยู่ในตัวเอง เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน  เสมือนเป็นอริยทรัพย์ หรือทรัพย์ภายในทางหลักพุทธศาสนา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ทำให้ทราบว่า ทุนนิยม   ในที่นี้  หมายถึง  ทุนทางด้านปัญญา</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 6pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ประการที่  6    เรื่อง  KM  (KNOWLEDGE  MANAGEMENT)   ถ้าทำได้ผลสำเร็จ  ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการรู้สึกผ่อนคลาย  มีความสุข  เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน  รู้การเรียนรู้มีการเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุด และสามารถบริหารเวลาทำให้สร้างปริมาณงานได้มากขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ทำให้ทราบว่า เรื่อง  KM  ต้องรู้จริงจากการปฏิบัติ  ไม่สามารถเข้าใจได้ภายในวันเดียวฉันใด     พระพุทธเจ้าทรงใช้เวลา  6  พรรษา ในการตรัสรู้  จึงสามารถสอนผู้อื่นได้</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 6pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ประการที่  7    การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะ หรือ เครื่องมือการจัดการความรู้ในบล็อก (BLOG)  โดยผ่านเทคโนโลยี  IT  เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะ  และการจัดการความรู้ซึ่งกันและกัน  นับว่าเป็น        ขุมทรัพย์ความรู้ไว้ใช้งาน  และหมุนเวียนเกลียวความรู้อย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ทำให้ทราบว่า วัฒนธรรมการเรียนรู้ในยุคนี้  มีการปฏิวัติไปตามยุค  IT  ถ้าสามารถฝืนทวนกระแสในยุคนี้  เรียนรู้ไม่ใช้  IT  นับว่าเป็นเลิศในทักษะการเรียนรู้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 6pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ประการที่  8    บทสุดท้าย  คือ  การแลกเปลี่ยนการเรียนรู้หลังจากทำงานเสร็จแล้ว  (AAR  -  AFTER  ACTION  REVIEW)  โดยตั้งคำถาม  5  ข้อ  และให้ตอบตามความคิดของตนเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ทำให้ทราบว่า “AAR  เป็นเครื่องมือประเมิน หรือ ตัวชี้วัดการแลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งกันและกัน       ชี้วัดถึงประสบสำเร็จหรือล้มเหลว  หลังจากเรียนรู้เสร็จ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left">บทสรุป      </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left">สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในการเสริมสร้างปัญญา</p><p align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1.       การใช้ทฤษฎีระบบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.       หลักการใช้ทฤษฎีไร้ระบบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">3.       วิธีการคิดในเชิงบวกในการยกย่อง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">     เยินยอ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">4.       การจัดความรู้ (KM)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">5.       เครื่องมือการจัดความรู้ในบล็อก (BLOG)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">6.       การแลกเปลี่ยนความรู้หลังจากทำงานเสร็จแล้ว  (AAR)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">7.       ความสุขในการเรียนรู้ที่ไม่ต้องใช้ตำราเรียน  ฃ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">         (TEXT  BOOK)</p>