“ธรรมานุสรณ์”ที่ระลึกเนื่องในงานฌาปนกิจศพคุณแม่ชิต ยอดแก้ว ณ ฌาปนสถานวัดจาก ตำบลระโนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา วันเสาร์ที่ ๒ เดือนตุลาคม พ.ศ ๒๕๕๓
หากเปรียบชีวิตเหมือนการเดินทางบนเส้นทางอันยาวไกล แน่นอนว่า บนเส้นทางนั้นย่อมมีทั้งความราบรื่น และความยากลำบากมากบ้างน้อยบ้างปะปนกันเป็นธรรมดา
บางช่วงของเส้นทางอาจจะต้องเจอกับความยากลำบากอย่างหนักหนาสาหัสแทบเอาชีวิตไม่รอด
บางครั้งอาจจะเจอกับความสะดวกสบายอย่างเลิศเลอและไม่อยากให้ลับลา ดุจเดียวกับชีวิตของทุกคนที่มีสุขบ้างทุกข์บ้างเป็นธรรมดา
เมื่อวงจรของชีวิตดำเนินไป การปรารถนาแต่ความสุขอย่างเดียว และปฏิเสธความทุกข์ในทุกกรณีคงเป็นไปไม่ได้ ความทุกข์และความสุขจึงเป็นสิ่งที่เคียงคู่กับชีวิตเสมอ ดุจความสว่างและความมืดที่เคียงคู่โลก ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเราจะดำรงอยู่กับความสุขและความทุกข์นั้นอย่างไร ให้ได้รับความสุขที่แท้จริง ไม่เป็นสุขแบบ(สุก)ร้อน คอยเผารนชีวิตจิตใจในภายหลัง และเราจะดำรงอยู่กับความทุกข์อย่างไร ให้ความทุกข์เป็นปัญหากับชีวิตน้อยที่สุด ดุจเดียวกับการเดินในท่ามกลางฝนและแดดอย่างไรให้เปียกฝนและถูกแดดร้อนเผารนให้น้อยที่สุด
การจะเป็นเช่นนั้นได้ ชีวิตต้องมีหลักหรือที่พึ่งพิง ดุจการมีร่มคอยป้องกันในยามที่ฝนตกและแดดจ้า
ดุจการมีแผนที่และเข็มทิศในยามที่ท่องป่าและมหาสมุทร
ดุจการมียานพาหนะเครื่องอาศัยในการเดินทางไกล
เมื่อเป็นเช่นนั้นอะไรกันเล่าจะมาเป็นที่พิงพิงชีวิตที่ว่านั้นได้
ตามหลักพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเน้นย้ำให้พึ่งตนเองเป็นสำคัญ ดังพุทธภาษิตที่รู้กันโดยมากว่า
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
การพึ่งตนเองจึงเป็นหลักการสำคัญในการดำเนินชีวิต แต่!ต้องทำความเข้าใจกันอีกนิดก่อนว่า คำว่า “พึ่งตนเอง”ในที่นี้ จะศักดิ์สิทธิ์และมีประสิทธิผล ตนจะต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแล้ว ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเน้นย้ำต่อจากพุทธภาษิตประโยคต้นว่า
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ
ทั้งนี้ ผู้มีตนที่ฝึกดีแล้ว ย่อมมีที่พึ่งที่หาได้ยาก
เป็นอันแสดงว่า การจะมีตนเป็นที่พึ่งได้อย่างดีนั้น ตนต้องได้รับการฝึกฝนมาด้วยดี หากจะถามว่าอะไรเล่าจะเป็นเครื่องฝึกฝนอบรมตนให้สามารถเป็นที่พึ่งที่ดีได้ ธรรมะ คือ คำตอบสุดท้าย หากบุคคลมีธรรมะเป็นเครื่องฝึกตน เป็นเครื่องดำเนินชีวิตแน่นอนว่า ตนย่อมได้รับการฝึกฝนในทางที่ดี
คาถาชีวิต เล่มนี้มุ่งนำเสนอธรรมะในรูปแบบสูตรแห่งการฝึกฝนตน เพื่อเป็นเข็มทิศชีวิตช่วยบอกทางให้ชีวิตก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้องและดีงาม มีความสันติสุขเป็นเป้าหมาย โดยที่เนื้อหาของหนังสือนี้ เป็นการนำข้อธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนาในส่วนที่เป็นหลักปฏิบัติ (๗ เรื่อง) มาขยายความเป็นภาษาง่ายๆ เพื่อให้จดจำได้สะดวก แต่ก็ไม่ทิ้งหลักเดิมและมีการอธิบายเสริมเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจตามความเหมาะสม
หัวใจของ คาถาชีวิต คือ นำเสนอคาถาธรรม(คาถาทำ) ที่ต้องทำถึงจะบรรลุผลตามแนวพุทธศาสตร์ มิใช่เพียงแต่ท่องบ่นดุจเวทย์มนต์ในทางไสยาศาสตร์ ความขลังของคาถาชีวิต จึงอยู่ที่จิตรับรู้ จดจำจนขึ้นใจและเข้าใจชัด ความศักดิ์สิทธิ์ของคาถาชีวิต จึงอยู่ที่การปฏิบัติตามอย่างจริงจัง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือ “คาถาชีวิต” เล่มนี้ จะเกื้อกูลต่อการดำเนินชีวิตของทุกคนตามสมควรและหากเกิดมีผลความดีอันใดจากความเพียรพยายามคิด และเขียนเพื่อนำเสนอธรรมะในครั้งนี้ ผู้เขียนขอแผ่บุญกุศลให้บิดามารดาคือ คุณพ่อเจือ-คุณแม่ชิต ยอดแก้ว พระอุปัชฌาย์คือ พระราชปริยัติโกศล (เสถียร ฉนฺทโก) อาจารย์ คือ (พระมหามนัส คุณธมฺโม และพระครูศรีคณาภิรักษ์ (พงศธร เขมจารี) และผู้มีพระคุณทุกท่านและขอตั้งความปรารถนาดีมายังผู้อ่านทั้งหลายขอให้ทุกท่านจงเป็นผู้มีส่วนแห่งความดีนี้ด้วยเทอญฯ