พระเจ้าใหญ่ วัดหงส์ 

ตั้งอยู่บ้านศีรษะแรด  ต.มะเฟือง  อ.พุทไธสง  จ.บุรีรัมย์ 

เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 1.37 ม. สูง 2.20 ม.  สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างพร้อมเมืองพุทไธสง คือ ประมาณ พ.ศ. 2200  ช่างที่สร้างเป็นช่างสกุลลาว  เพราะพระพุทธรูปหลายองค์ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชอัญเชิญมามีพระเกศเหมือนพระเจ้าใหญ่ เช่น ที่วัดสระปทุม  พระเกศลักษณะนี้จะมีเฉพาะในภาคอีสานและในประเทศลาวเท่านั้น  พระพุทธรูปองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์จนกิตติศัพท์เลื่องลือไปไกล 

มีตำนานเล่าว่าในสมัยก่อน  ท้าวศรีปาก (นา)  ท้าวเหลือสะท้าน  ท้าวไกรสร  เสนาบดีเมืองสุวรรณภูมิ (ปัจจุบันอยู่ในเขต จ.มหาสารคาม)  ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายลาวพร้อมด้วยบริวาร  ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ในเขตลุ่มน้ำลำพังชู  ตลอดไปจนถึงลุ่มน้ำชี (ในเขต จ.ชัยภูมิ)  กล่าวกันว่าการล่าแรดเพื่อเอานอมาทำยานั้น  ถ้าพบแรดในเขตพุทไธสงจะไล่ล่าได้ในเขตชัยภูมิ  และถ้าพบในเขตชัยภูมิจะไล่ล่าได้ในเขตพุทไธสง  ครั้งหนึ่งทั้งสามยิงได้นกขนาดใหญ่สวยงามมากตัวหนึ่งที่บริเวณบึงสระบัว  เรียกกันว่า  นกหงส์  นกตัวนั้นบินมาตกบริเวณป่ารกด้านทิศตะวันออก  จึงออกตามค้นหานกตัวนั้นในป่าดังกล่าว  แต่กลับพบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน  ด้วยความดีใจจึงเลิกค้นหานกและพากันสำรวจบริเวณรอบ ๆ องค์พระ  พบเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมด้านหลังองค์พระพุทธรูป  พบหนองน้ำขนาดย่อมด้านหน้าองค์พระ  มีหัวแรดตายมานานแล้วอยู่ในหนองน้ำนั้น  มีต้นตาลเรียงรายอยู่รอบ ๆ สี่ทิศ  มีเถาวัลย์คลุมรุงรัง  ไม่มีหมู่บ้านคนในบริเวณนั้น  จึงกลับไปบ้านเกิดและชักชวนญาติพี่น้องมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่  แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านหัวแรด  โดยมีท้าวศรีปาก (นา) เป็นเจ้าเมือง  เรียกว่า อุปฮาดราชวงศ์  และได้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์บริเวณที่พระพุทธรูปอยู่เป็นวัด  ชื่อว่า  วัดหงส์  ตามชื่อนกที่ตกบริเวณนี้

ทุกปีในวันขึ้น ๑๔ ค่ำถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓  เป็นเทศกาลนมัสการปิดทองพระเจ้าใหญ่วัดหงส์  มีการทำบุญไหว้พระและมีมหรสพต่าง ๆ มากมาย รวม ๓ วัน (คณะกรรมฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544 : 57-58)