
ครั้งหนึ่งในอดีต ผมเคยได้จัดโครงการพัฒนาบุคลากร พาครู กศน.อำเภอพระยืน(ทุกคน)เดินทาง ไป “ภูกระดึง” ยอดภูสูงที่มีทางเดินปีนขึ้นลำบากและบนยอดภูมีความหนาวเย็นมาก ผมเพียงคาดหวังว่าคณะครู กศน.ทุกคนจะได้เรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกัน รู้จักช่วยเหลือกันและกัน และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป โดยใช้ “ ภูกระดึง” เป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้ และหล่อหลอมพฤติกรรม ซึ่งต่อมาก็ปรากฏว่าได้ผลรับที่ดี จากการเริ่มต้นจากอดีตในวันนั้น(การปีนภู) ก็ได้ส่งผลดีมาจนถึงปัจจุบันในวันนี้




ประเด็นที่ผมจะพูดถึงในบันทึกนี้ ก็คือ “ภูกระดึง” นั้นเป็นแหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติ ที่มีธรรมชาติเป็นครูผู้สอน สอนให้เรา(มนุษย์)เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างร่วมกัน ดังที่ผมพอจะสรุปวิเคราะห์ตามสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นและได้คิด ดังต่อไปนี้
(1) สอนให้เรารู้จักเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะไปภูกระดึงนั้น เราทุกคนต้องเตรียมความพร้อมในการศึกษาหาข้อมูล และเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย ความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ของกิน เครื่องใช้ต่างๆ เสื้อหนาว ผ้าห่ม เต็นท์ที่พัก ฯลฯ โดยครูทุกคนร่วมกันคิดร่วมกันทำ แบ่งงานกันทำ เพื่อให้พร้อมที่สุด มั่นใจที่สุดว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดและผ่านพ้นไปด้วยดี เพราะมิฉะนั้นพวกเราต้องประสบกับปัญหาแน่นอน
(2) สอนให้เรารู้จักเห็นอกเห็นใจกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเดินทางขึ้นสู่ยอดภูกระดึงเต็มไปด้วยทางลาดชันและทางลาดที่ยาวไกล ความเหน็ดเหนื่อย การรอกัน การช่วยถือของ การแบ่งปันน้ำดื่ม การพูดให้กำลังใจ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างมิตรเพื่อนแท้ได้ในอนาคต หลายคนพ้นผ่านความยากลำบากมาด้วยกันย่อมเกิดมิตรภาพขึ้นในใจและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเรื่อยมา
(3) สอนให้เรารู้จักอดทน สู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนบรรลุถึงยอดภู แล้วถ่ายภาพกับป้าย “ผู้พิชิตภูกระดึง”อย่างภาคภูมิใจ ครู กศน.บางคนของเราท้อถอยตั้งแต่เริ่มแรกที่ “ซำแฮก” หรือที่เรียกกันสนุกปากว่า” ซำฮาก” กว่าจะทำใจให้สู้ได้ก็ใช้เวลานานทีเดียว แต่เมื่อถึงยอดภูกระดึง และได้ถ่ายภาพกับป้าย “ผู้พิชิตภูกระดึง”แล้ว ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หัวเราะเสียงดัง จนความเหนื่อยเมื่อยล้าก็หายไปทันที สิ่งที่ได้รับคือความภาคภูมิใจที่บอกเราว่า เราก็ทำได้เหมือนคนอื่นๆ นอกจากการเดินขึ้นภูแล้ว เรายังต้องอดทนเดินและเดินทางราบเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ดูน้ำตกหลายแห่ง และดูพระอาทิตย์ตกอีก ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงพลบค่ำ จนกระทั่งเดินฝ่าความมืดกลับที่พัก เรียกว่า สู้แล้วสู้อีกจริงๆ
(4) สอนให้เรารู้จัก”ความสวยงาม”ตามธรรมชาติ ตั้งแต่ป่าไม้ ต้นสน ท้องฟ้า ลำธาร ดอกไม้ จนถึงพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ฯลฯเป็นความเพลิดเพลินจำเริญใจ ช่วยให้เราได้เห็นในสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นในพื้นราบทั่วไป เช่น “ใบเมเปิลสีแดง” เต็มต้นไม้ไปหมด และร่วงลงมากองเกลื่อนกลาดบนพื้นเต็มไปหมด นอกจากนี้ยังได้รับรู้ถึงความรู้สึกมืดมิดที่น่ากลัว (เดินทางฝ่าความมืดกลับที่พัก) รู้สึกถึงอากาศหนาวเย็นเมื่อยืนอยู่นอกเต็นท์และความอุ่นของผ้าห่มภายในเต็นท์ ผมคิดว่า”ความสวยงาม” “ความแปลกตา”เหล่านี้ล้วนแลกมากับความยากลำบากของเราที่สู้ปีนป่ายมาจนได้ดูได้เห็นเช่นที่ว่านี้ คุ้มค่าจริงๆ
(5) สอนให้เรารู้จัก”ความสุข” เป็นความสุขที่ได้เห็นจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานของเพื่อนๆที่เรารักและสนิทสนมคุ้นเคย รวมถึงความสุขจากการได้ดูได้เห็นธรรมชาติที่งดงาม เช่น ยามเมื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกนั้น เรารับรู้ถึงความสุขที่เกิดขึ้นภายในใจเรา ครู กศน.บางคนของเราสนุกกับการถ่ายภาพ ถ่ายภาพดอกไม้ริมทางเดิน และแม้แต่ “ขี้ช้าง” ก็ยังถ่ายมาให้เราดูอย่างมีความสุขครับ
ผมคงถ่ายทอดความรู้สึกและความคิดเห็นได้เพียงเท่านี้ ซึ่งเป็นมุมมองของผมคนเดียว ท่านใดที่เคยไปและหลงเสน่ห์ “ภูกระดึง” ก็ลองมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันบ้าง ว่ารู้สึกอย่างไร? ผมมีภาพประทับใจมาให้ชมครับ จากฝีมือของครู กศน.เราหลายคนที่ผมรวบรวมมาได้
...สิ้นปีนี้ ผมอยากไปเรียนรู้ “ภูกระดึง”อีกสักครั้ง...



มาเยี่ยมเยือนครับ
ผมเคยไปภูกระดึงเมื่อเกือบสามสิบปีมาแล้ว ก็ได้บรรยากาศน่าประทับใจเช่นกันครับ
เก็บตก ภาพเสื้อสวยๆที่ขายเป็นที่ระลึกบนภูกระดึง และครู กศน.ใส่เสื้อสวยๆ
ข้อมูล อุทยานแห่งชาติภูกระดึง (จากอินเตอร์เน็ต)
ยังประทับใจไม่ลืม ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานกแอ่น และ พระอาทิตย์ตกที่ ผาหล่มสัก
ยังประทับใจ ใบเมเปิลสีแดง และน้ำตกหลายแห่ง
แค่หลับตาลง ก็นึกถึงบทเรียน ความลำบาก ร่วมกันกับเพื่อน ๆ
เต็นท์ที่พักของเรา
ขาลงจากภูกระดึง...ตอนจบ
ขออภัยครับ...เพลินไปกับโหลดรูปภาพ...ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมชม...ดร.ดิศกุล และ อ.ประยุทธ
ปีนี้ตั้งใจว่า...อยากไปอีกครั้ง...กลัวว่า ถ้าแก่กว่านี้...จะปีนขึ้นภูกระดึงไม่ไหว...เลยกะลงมือในปีนี้ครับ
ไปมาเหมือนกันครับที่นี่
สนุกมาก บรรยากาศสวยงามดีจริงๆ
สุดยอด..ครับเหนื่อย...ยังมีวันหาย
เยี่ยม...มากค่ะ ยังไม่เคยไปเลย สักวันต้องไป...ลองดู อิอิ
ขึ้น สาม ครั้ง ไปเจอ เมเปิ้ล แดง เอาครั้ง ที่ 3 นี่แหละครับ สวย มาก ๆ
ผมว่าผู่ กระดึง มีเสน่ห์ ที่เราได้เดิน นะครับ ตั้งแต่ เริ่มเดิน จากที่ทำการ ตีนภู เลย ครับ วัน ๆ ไม่ทำอะไร เดิน ทั้งวัน ดู พระอาทิตย์ ขึ้น - พระอาทิตย์ ตก แต่ ไปกี่ ครั้งก็ ชอบ ช่วงก่อน ผมไป วันธรรมดา ได้ ไป แต่ละครั้ง คนบนภู ไม่เกิน 300 ซัก ที แต่ คราวหน้า ถ้าจะไปคง ได้ พบ เพื่อน ๆ บนภูมากมายเลย ครับผม ........................ อยากไปอีก ครั้ง เช่นกัน
รูปมาฝากครับผม .......