ครุวิจัย

 

ถาม: ก่อนเข้าโครงการครุวิจัยมีทัศนคติเกี่ยวกับงานวิจัยอย่างไร

ตอบ:ก่อนเข้าร่วมโครงการครุวิจัย ผมคิดว่างานวิจัยเป็นเรื่องที่ยาก เพราะทัศนคติของผมงานวิจัยคือการศึกษาค้นพบ องค์ความรู้ใหม่ ที่ไม่เคยมีใครเคยคิดค้นมาก่อน ดังนั้นเมื่อมองดูรอบๆ ตัวเอง ผมพบว่าเรื่องราวต่างๆในโลกนี้เกิดขึ้นมากมายทุกวัน ยังมีเรื่องราวใดเล่าที่คนยังไม่ค้นพบ ผมจึงหาหัวข้อเรื่องที่จะทำวิจัยไม่ได้เลย ดังนั้นปัญหาในการทำวิจัยของผมคือการคิดหัวข้อเรื่องที่จะทำนั่นเอง

ถาม:รู้จักโครงการครุวิจัยได้อย่างไร

ตอบ:เพื่อนครูที่เคยเข้าร่วมโครงการครุวิจัยแนะนำ เพื่อนครูเล่าให้ฟังว่าโครงการครุวิจัยเป็นโครงการที่ช่วยให้เราได้เรียนรู้ และฝึกทำวิจัยอย่างแท้จริง มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มีทีมงานให้ความรู้และคอยดูแลช่วยเหลือทุกขั้นตอน เมื่อเข้าจบโครงการเราจะได้งานวิจัยกลับมาหนึ่งชิ้นแน่นอน ผมดูตัวอย่างงานวิจัยที่เพื่อนครูแล้วก็ยังรู้สึกว่ามันยังยากอยู่ดี เพราะดูแล้วเป็นงานที่มีคุณภาพมากๆ (ซึ่งก็หมายความว่ามันต้องทำยากด้วยแน่นอนเลย) แต่เพราะอยากลองจึงสมัครเข้าร่วมโครงการ

ถาม:สมัครเข้าร่วมโครงการครุวิจัยอย่างไร

ตอบ:ขอตัวอย่างเค้าโครงวิจัยจากเพื่อนครูมาดูเป็นแบบ เค้าโครงที่ส่งมาครั้งแรก อยากทำเรื่อง”คุณสมบัติของดินที่ทำให้เกิดเห็ดป่า” สาเหตุที่อยากทำเรื่องนี้เพราะคิดว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้สวนป่าในโรงเรียนมีเห็ดป่าเกิดขึ้นมาได้ ปรากฏว่าเค้าโครงวิจัยที่ส่งไปได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการครุวิจัย

ถาม:มั่นใจว่าจะทำได้หรือไม่

ตอบ:พอดีก่อนเข้าร่วมโครงการครุวิจัยที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งล้อม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2552 พอดีในช่วงเดือนมีนาคมผมเข้ารับการผ่าตัดเอ็นหัวเข่า หมอบอกว่าต้องใช้เวลา 3 เดือนถึงจะเดินได้ หนักใจมากครับกลัวว่าจะทำไม่ได้ เป็นภาระคนอื่น ในใจคิดว่าลองไปดูถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องถอย

ถาม:เข้าศูนย์วิจัยพี่เลี้ยงวันแรก

ตอบ:เข้าศูนย์วิจัยพี่เลี้ยงวันแรกได้รับการต้อนรับ และดูแลเป็นอย่างดีจากคณะพี่เลี้ยงประจำศูนย์ ที่พักสะดวกสบายทุกอย่าง คิดในใจว่าน่าจะอยู่ได้ แต่ทีทำให้มั่นใจว่าเราน่าจะอยู่ได้แน่นอนคือ เพื่อนครูครุวิจัยร่วมศูนย์ที่คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ รวมทั้งคำแนะนำที่ดีจากท่าน ผศ.ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วงผู้อำนวยการศูนย์ ยังจำคำพูดที่ท่านอาจารย์บอกไว้ (ผมถือว่าเป็นคำอวยพรครับ) “เดี๋ยวอาจารย์ก็คงจะเดินได้ที่นี่แหละ”

ถาม:เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อได้เรียนรู้ในศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ตอบ:สิ่งแรกที่ได้คือทัศนคติเกี่ยวกับการวิจัย ท่านอาจารย์ยรรยงค์บอกว่าถ้าจะพูดถึงการวิจัยให้คิดถึงคำว่า RESEARCH ซึ่งมาจากคำว่าRE หมายถึงการทำซ้ำๆ การย้อนกลับมา SEARCH หมายถึงการค้นหา เมื่อรวมกันแล้วการวิจัยหมายถึงการค้นหาเรื่องราวหนึ่งๆ ซ้ำๆ หรือการย้อนกลับมาค้นหาเรื่องราวที่มีอยู่แล้ว เช่นภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นต้น เป็นคำที่ทำให้ “ต่อมวิจัยแตก” ผมถึงบางอ้อทันที ต่อไปนี้หัวข้องานวิจัยที่ผมคิดว่ามันลำบากยากหนักหนาว่าต้องเป็นสิ่งใหม่ สิ่งที่ไม่มีผู้ใดเคยค้นพบ ได้เปลี่ยนไป หัวข้องานวิจัยมีอยู่มากมายรอบตัวเรานี่เอง

ถาม:RESEARCH ใช้ได้จริงหรือ

ตอบ:เมื่อออกสำรวจพื้นที่เพื่อเลือกหัวข้อวิจัยใหม่ เพราะหัวข้อที่ผมส่งมาเรื่องคุณสมบัติของดินที่ทำให้เกิดเห็ดป่า นั้นตอนนี้สภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยเพราะเดือนเมษายนนั้นเป็นฤดูที่ไม่ค่อยมีเห็ด สำรวจมาถึงบ้านคุณลุงคำพันธุ์ เกษตรกรตัวอย่างประจำหมู่บ้านดอนแดง ผมสนใจแปลงผักของคุณลุง ท่านบอกว่าแปลงผักชุดนี้ขุดแปลงเพียงครั้งเดียว สามารถปลูกผักได้ตลอดปี และผักก็เจริญงอกงามดี ผมนำคำว่าRESEARCH เข้ามาใช้ทันที ค้นหาสิ่งที่มีอยู่แล้ว ค้นหาว่าสิ่งนี้จริงแท้ประการใด ผมจึงได้หัวข้อวิจัยใหม่คือ “คุณสมบัติของดินและเทคนิคการทำแปลงผักอินทรีย์ถาวร แบบผสมผสาน” เพื่อศึกษาว่าเหตุใดแปลงผักของคุณลุงคำพันธุ์จึงมีคุณสมบัติพิเศษ

ถาม:ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ในศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ตอบ:นอกจากทัศนคติที่เปลี่ยนไป ผมยังได้ความรู้ที่เกี่ยวกับงานวิจัยอื่นมากมายเนื่องจากศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีรูปแบบการทำวิจัยอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งทางน้ำ ป่าไม้ ด้านชุมชน หรืองานวิจัยที่ต้องเข้าห้องปฏิบัติการทดลองเหมือนผม(วิเคราะห์คุณสมบัติของดิน)เริ่มตั้งแต่การสำรวจ การเก็บกลุ่มตัวอย่าง การวิเคราะห์ และที่สำคัญคือการนำความรู้ที่ได้มาเขียนเป็นเอกสารงานวิจัย ความรู้เหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นเมื่อได้เข้าร่วมโครงการครุวิจัยในครั้งนี้

ถาม:นำความรู้ที่ได้มาใช้กับนักเรียนอย่างไรบ้าง

ตอบ:สำหรับความรู้ที่เป็น Knowledge นำมาสร้างหน่วยการเรียนรู้เรื่อง “แปลงผักอินทรีย์ถาวร แบบผสมผสาน” ด้านกระบวนการ (Process) และ เจตคติ (Attitude)นำมาใช้ในการเป็นที่ปรึกษาการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียน นอกจากนี้ผมยังเป็นที่ปรึกษานักเรียนที่ได้รับทุนยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ของ สกว. โดยการทำวิจัยในครั้งนี้ผมใช้ความรู้และทักษะการสัมภาษณ์และการบันทึกถอดความจากที่เรียนรู้และปฏิบัติจากศูนย์พี่เลี้ยง มมส. รวมกับเทคนิคเรื่องเส้นแบ่งเวลา ทำให้การทำวิจัยครั้งนี้ดำเนินไปได้ด้วยดี อีกงานหนึ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้คือหลักสูตรท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการรู้คิด ซึ่งเกิดจากการเข้ารับการอบรมการพัฒนาอัจฉริยภาพด้านความรู้คิดเพื่อการเรียนการสอนของครู(สกว.)

บทส่งท้าย:ขอบคุณ

การที่ข้าพเจ้ามีวันนี้ขอขอบพระคุณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย  ที่มีโครงการดีๆ อย่าง “ครุวิจัย” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยรรยงค์  อินทร์ม่วง
ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม นิสิตปริญญาโทและเอก  คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  คณะวิทยากรจากสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดมหาสารคาม  นายคำพันธ์  เหล่าวงษี  ที่ได้ให้ความรู้  และถ่ายทอดประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ  จนทำให้ผู้วิจัยสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลและสามารถดำเนินการวิจัยจนประสบผลสำเร็จ นายอมร ฤกษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการโรงเรียนน้ำคำวิทยาคม ผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุน นายบุญส่ง จันทร และนางเทียมใจ จันทร เพื่อนครูผู้แนะนำให้รู้จักกับโครงการ
“ครุวิจัย” พ่อมาลัย ศรีสมฤทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านผู้นำพาทำนาในโรงเรียน พ่อประยูร คำทอง ปราชญ์ชาวบ้านผู้เชี่ยวชาญเรื่องการคัดพันธุ์ข้าว พ่อประวิทย์ จันทร์สอน นายประยงค์ ศรีสมฤทธิ์ นักการภารโรงที่ร่วมแรงช่วยพัฒนาจนมาถึงจุดนี้ และที่ทำให้ทุกอย่างเป็นจริงจนเกิดความสำเร็จคือนักเรียนโรงเรียนน้ำคำวิทยาคมทุกคน ขอบคุณผลแห่งความดีงาม ความตั้งใจ จนได้รับโอกาสนำเสนอข้อมูล เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

โปรดติดตาม: บันทึกต่อไปจะนำเสนอผลงานการวิจัยครับ จากครูที่ไม่เคยทำวิจัยครับ