เพื่อนคนนี้หลงจากกลุ่มตอนรอแถวเข้าห้องน้ำที่ค่อนข้างยาว กว่าธุระส่วนตัวจะเรียบร้อยกลุ่มของเราเดินตามกันเป็นพรวนหาย

สัญลักษณ์แห่งเมืองเวนิส-4

โสภณ  เปียสนิท

...........................................

 

                 ทราบความจริงแล้วน่าเห็นใจ เพราะเพื่อนคนนี้หลงจากกลุ่มตอนรอแถวเข้าห้องน้ำที่ค่อนข้างยาว กว่าธุระส่วนตัวจะเรียบร้อย กลุ่มของเราเดินตามกันเป็นพรวนหายไปอยู่ในห้องเล็กห้องใหญ่ ซอยเล็กซอยใหญ่จึงไม่รู้ว่าจะตามให้ทันได้อย่างไร ยืนงงอยู่พักหนึ่งยังมองไม่เห็นใคร จึงตัดสินใจกลับไปนั่งจิบกาแฟรอดังกล่าว เลยไม่ได้ชมอะไรเลย

 

                 เคยมีรายงานว่า น้ำท่วมตึกรามบ้านช่องเหล่านี้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน รัฐบาลอนุมัติงบประมาณจำนวนมากเพื่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ แต่ตามสถิติที่บันทึกไว้เมืองเวนิสจมลงใต้น้ำปีละครึ่งเซ็นต์ มีผู้คำนวณว่า อีก 70 ปีทั้งเมืองจะจมอยู่ใต้ทะเล คิดแล้วน่าห่วงใย อีกเจ็ดสิบกว่าปีผมคงไม่ได้เห็นเมืองนี้อีกแล้ว โธ่

 

                มัคคุเทศก์เล่าเรื่องพิธีกรรมแปลก ๆ ที่ผมบันทึกไว้ว่า เมื่อก่อนนี้ทุกปีจะมีการจัดการพิธีแต่งงานกับท้องทะเล โดยให้คนสวมแหวนสวยงามนั่งเรือไปลอยลำอยู่กลางทะเลแล้วถอดแหวนออกโยนให้จมลงสู่ก้นทะเล  ด้วยมีความเชื่อกันว่า ทำดังนี้จะทำให้บ้านเมืองอยู่กันด้วยความสุข และมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นตลอดไป ปัจจุบันนี้พิธีนี้เสื่อมความนิยมไป เพราะสิบปีจึงจัดครั้งหนึ่ง

 

                 ระหว่างนั่งเรือกลับทางเดิม นั่งใกล้ ๆ กับผู้ช่วยอธิการบดีจุไรรัตน์ ดวงเดือน สนทนากับท่านถึงความสำคัญของการปฏิบัติธรรม ช่วงหลังท่านได้มีโอกาสเดินทางไปวัดธรรมมงคล ศึกษาและปฏิบัติตามวิธีของหลวงพ่อญาณวิริยังค์ ศิษย์ใกล้ชิดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จนได้รับความสงบสุขทางใจตามอัตภาพ ผมขออนุโมทนาอยู่ในใจ

 

                  การสนทนาเรื่องการปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องน่าสนใจ ภาพทิวทัศน์ริมคลองใหญ่ Grand canal ของมหานครศักดิ์สิทธิ์เวนิส ในช่วงเวลาพลบค่ำก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เคยมีผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า “เวลาแห่งความสุขนั้นมักสั้น” ผมว่าจริง เหมือนว่าเวลาผ่านไปนิดเดียว เรือนำเรากลับถึงฝากฝั่งเสียแล้ว ฝากฝั่งแห่งชีวิตยังคงต้องเดินหน้าต่อไป ช้าหรือเร็วคงได้ถึงสักวัน