ประมวลจริยธรรมของข้าราชการ  

ของ องค์การบริหารส่วนตำบลสวาท  อำเภอเลิงนกทา   จังหวัดยโสธร

พ.ศ. 2552

 

 

ประมวลจริยธรรมของข้าราชการนี้จัดทำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐  มาตรา  ๒๗๙   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

๑. เป็นเครื่องมือกำกับความประพฤติของข้าราชการ  ที่สร้างความโปร่งใส  มีมาตรฐาน ในการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและเป็นสากล

๒. ยึดถือเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ  ทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล  และเป็นเครื่องมือการตรวจสอบการทำงานด้านต่างๆขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทเพื่อให้              การดำเนินงานเป็นไปตามหลักคุณธรรม จริยธรรม  มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

๓. ทำให้เกิดรูปแบบองค์กรอันเป็นที่ยอมรับ  เพิ่มความน่าเชื่อถือ  เกิดความมั่นใจแก่ผู้รับบริการและประชาชนทั่วไป  ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสีย

๔.ให้เกิดพันธะผูกพันระหว่างองค์กรและข้าราชการในทุกระดับ  โดยให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจในขอบเขต  สร้างระบบความรับผิดชอบของข้าราชการต่อตนเอง ต่อองค์กร ต่อผู้บังคับบัญชา       ต่อประชาชน  และต่อสังคม ตามลำดับ

๕. ป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ  และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น  รวมทั้งเสริมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้  รวมถึงเพื่อใช้เป็นค่านิยมร่วมสำหรับองค์กรและข้าราชการทุกคน  พึงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติควบคู่ไปกับระเบียบและกฎข้อบังคับอื่นๆอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ  ดังนี้ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมวด ๑

บททั่วไป

 

                                ข้อ ๑      ในประมวลจริยธรรมนี้

                                                “ประมวลจริยธรรม”  หมายถึง  ประมวลจริยธรรมของข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาท

                                                “ข้าราชการ”  หมายถึง  ข้าราชการส่วนท้องถิ่น  ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสามัญ  ข้าราชการครู  และบุคลากรทางการศึกษา  ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น  รวมถึงพนักงานจ้าง  และลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                                                “คณะกรรมการจริยธรรม”  หมายถึง  คณะกรรมการจริยธรรมประจำ องค์การบริหารส่วนตำบลสวาท

                                ข้อ ๒     ให้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาทรักษาการตามประมวลจริยธรรมนี้

 

หมวด ๒

มาตรฐานจริยธรรม

 

ส่วนที่ ๑

มาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก

สำหรับข้าราชการ  ของ องค์การบริหารส่วนตำบลสวาท

 

                                ข้อ ๓      ข้าราชการของ องค์การบริหารส่วนตำบลสวาททุกคน  มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม  เป็นกลางทางการเมือง  อำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล  โดยจะต้องยึดมั่นในค่านิยมหลัก ๑๐ ประการ  ดังนี้

(๑) การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

                                                (๒) การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม

                                                (๓) การมีจิตสำนึกที่ดี  ซื่อสัตย์  และรับผิดชอบ

                                                (๔) การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน  และไม่มี

       ผลประโยชน์ทับซ้อน

(๕) การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม  และถูกกฎหมาย

(๖) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ

(๗) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือน

      ข้อเท็จจริง

(๘) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และ 

       ตรวจสอบได้

 (๙) การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร

             (๑๐) การสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในท้องถิ่นประพฤติตนเป็นพลเมืองที่ดี

         ร่วมกันพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่คู่คุณธรรมและดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมให้

         สอดคล้องรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

 

ส่วนที่ ๒

จรรยาวิชาชีพขององค์กร

                               

                                ข้อ ๔     ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา                                    และพระมหากษัตริย์

                                ข้อ ๕      ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ

                                ข้อ ๖      ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็นพลเมืองดีเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

                                ข้อ ๗     ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องไม่ประพฤติตนอันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของตำแหน่งหน้าที่

                                ข้อ ๘     ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความเสียสละ  ทุ่มเทสติปัญญา  ความรู้ความสามารถ  ให้บรรลุผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

                                ข้อ ๙      ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนด้วยความเป็นธรรม  รวดเร็ว  และมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานและประชาชน

                                ข้อ ๑๐    ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ เรียบร้อยมีอัธยาศัย

                                ข้อ ๑๑   ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องรักษาความลับที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยข้าราชการ/พนักงานจะกระทำได้ต่อเมื่อมีอำนาจหน้าที่และได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

                                ข้อ ๑๒  ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องรักษา และเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างผู้ร่วมงาน พร้อมกับให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในทางที่ชอบ

 

 

 

                                ข้อ ๑๓   ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งไปแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น  ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในทางทรัพย์สินหรือไม่ก็ตาม  ตลอดจนไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ร้องเรียน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง                                   เพื่อประโยชน์ต่างๆอันอาจเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน  เว้นแต่เป็นการให้โดยธรรมจรรยาหรือการให้ตามประเพณี

                                ข้อ ๑๔   ข้าราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทต้องประพฤติตนให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยความสุภาพ   มีน้ำใจ  มีมนุษยสัมพันธ์อันดี  ต้องไม่ปิดบังข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของเพื่อนร่วมงาน  และไม่นำผลงานของผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นผลงานของตน

 

หมวด ๓

กลไกและระบบบังคับใช้ประมวลจริยธรรม

 

ส่วนที่ ๑ 

กลไกการบังคับใช้ประมวลจริยธรรม

 

                                ข้อ ๑๖   ให้สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลสวาทมีหน้าที่ควบคุมกำกับการให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างทั่วถึงและเคร่งครัด  โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                                                (๑) ดำเนินการเผยแพร่  ปลูกฝัง  ส่งเสริม  ยกย่องข้าราชการที่เป็นแบบอย่างที่ดีและติดตามสอดส่องการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างสม่ำเสมอ

                                                (๒) สืบสวนหาข้อเท็จจริง  หรือสอบสวนการฝ่าฝืนจริยธรรมนี้  เพื่อรายงานผลให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาทหรือกรรมการจริยธรรมพิจารณา  ทั้งนี้  โดยอาจมีผู้ร้องขอหรืออาจดำเนินการตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาท หรือคณะกรรมการจริยธรรมมอบหมาย  หรือตามที่เห็นเองก็ได้

                                                (๓) ให้ความช่วยเหลือและดูแลข้าราชการซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมา มิให้ถูกกลั่นแกล้งหรือถูกใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม ในกรณีที่เห็นว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาทหรือคณะกรรมการจริยธรรมไม่ให้ความคุ้มครองต่อข้าราชการผู้นั้นตามควร                   อาจยื่นเรื่องโดยไม่ต้องผ่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาทหรือคณะกรรมการจริยธรรม  ไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้

                                                (๔) คุ้มครองข้าราชการซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมา        มิให้ถูกกลั่นแกล้งหรือถูกใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม  การดำเนินการต่อข้าราชการที่อยู่ระหว่าง                   ถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้  อันมีผลกระทบต่อการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนขั้นเงินเดือน  ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือวินัย  หรือกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของข้าราชการผู้นั้น จะกระทำมิได้          เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมแล้ว

 

(๕) ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการจริยธรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                                                (๖)ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในประมวลจริยธรรมนี้  หรือตามที่คณะกรรมการจริยธรรมหรือปลัดมอบหมาย  ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อความเป็นอิสระของผู้ดำรงตำแหน่งในสำนักปลัด

                                                (๗)....(อื่นๆ ตามที่เห็นสมควร).....

                                ข้อ ๑๗   ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาทแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมขึ้น         เพื่อควบคุม กำกับ ให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

                                                คณะกรรมการจริยธรรม  ประกอบด้วย

                                                (๑) ปลัดหรือรองปลัดที่ได้รับมอบหมาย  เป็นประธานกรรมการ 

                                                (๒) กรรมการจากข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร เลือกกันเองให้เหลือสองคน

                                                (๓) กรรมการ  ซึ่งเป็นข้าราชการที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารในองค์การบริหารส่วนตำบลสวาทที่ได้รับเลือกตั้งจากข้าราชการ พนักงานจ้าง และลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลสวาทนั้น  จำนวนสองคน

                                                (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ให้กรรมการตาม (๑) – (๓) ร่วมกันเสนอชื่อและคัดเลือกให้เหลือสองคน 

                                                ให้หัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลสวาท เป็นเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรม  และอาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรมได้ตามความเหมาะสมกรรมการจริยธรรมต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยมาก่อน 

                                ข้อ ๑๘   คณะกรรมการจริยธรรมมีอำนาจหน้าที่  ดังนี้

                                                (๑)  ควบคุม  กำกับ  ส่งเสริมและให้คำแนะนำในการใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๒)  สอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือมีข้อร้องเรียนว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมหรือจรรยา หรือในกรณีที่มีการอุทธรณ์  การลงโทษผู้ฝ่าฝืนตามประมวลจริยธรรมนี้จะต้องไต่สวนข้อเท็จจริง และมีคำวินิจฉัยโดยเร็ว                                        

                                                (๓)  ให้คณะกรรมการจริยธรรมหรือผู้ที่คณะกรรมการจริยธรรมมอบหมาย          มีอำนาจหน้าที่  ขอให้กระทรวง  กรม  หน่วยงานราชการ  รัฐวิสาหกิจ  หน่วยงานอื่นของรัฐ  หรือห้างหุ้นส่วน บริษัท  ชี้แจงข้อเท็จจริง  ส่งเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง  ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัด         มาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน

                                                (๔)  เรียกผู้ถูกกล่าวหา  หรือข้าราชการของหน่วยงานนี้มาชี้แจง  หรือให้ถ้อยคำ  หรือให้ส่งเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน

 

 

                                                (๕)  พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับประมวลจริยธรรมนี้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เมื่อได้วินิจฉัยแล้วให้ส่งคำวินิจฉัยให้คณะกรรมการบริหารงานบุคคลระดับจังหวัดโดยพลัน  ถ้าคณะกรรมการบริหารงานบุคคลระดับจังหวัดมิได้วินิจฉัยเป็นอย่างอื่นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลระดับจังหวัดรับเรื่อง  ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจริยธรรมเป็นที่สุด

                                                (๖)  ส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่เห็นว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญหรือมีผลกระทบในวงกว้างหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๗)  คุ้มครองข้าราชการซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมา   

มิให้ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจ  โดยไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการผู้นั้น

                                                (๘)  ดำเนินการอื่นตามประมวลจริยธรรมนี้  หรือตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มอบหมายการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง             มาใช้บังคับ

                                               

ส่วนที่ ๒

ระบบบังคับใช้ประมวลจริยธรรม

                                ข้อ ๑๙   กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่ามีเจ้าหน้าที่ประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม  ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวาทเป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ

ข้อ ๒๐   การดำเนินการตามข้อ ๑๙  ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรม

ข้อ ๒๑  การประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้  จะถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่  ให้พิจารณาจากพฤติกรรมของการฝ่าฝืน ความจงใจหรือเจตนา มูลเหตุจูงใจ ความสำคัญและระดับตำแหน่ง  ตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ฝ่าฝืน อายุ ประวัติ และความประพฤติ               ในอดีต สภาพแวดล้อมแห่งกรณี ผลร้ายอันเกิดจากการฝ่าฝืน  และเหตุอื่นอันควรนำมาประกอบการพิจารณา

ข้อ ๒๒  หากการดำเนินการสอบสวนตามข้อ ๒๐ แล้ว  ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการ             ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม  ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๙ สั่งยุติเรื่อง แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม  แต่ไม่ถึงกับเป็นความผิดทางวินัย  ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๙  สั่งลงโทษผู้ฝ่าฝืนตามข้อ ๒๕  แต่หากปรากฏว่าเป็นความผิดทางวินัยให้ดำเนินการทางวินัย 

                                ข้อ ๒๓                 การดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรมและการลงโทษผู้ฝ่าฝืนตามข้อ ๑๙           ข้อ ๒๐ และข้อ ๒๒  ให้นำแนวทางและวิธีการสอบสวนตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัย  และการรักษาวินัย  และการดำเนินการทางวินัย  ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ข้อ ๒๔ การสั่งการของผู้รับผิดชอบดำเนินการตามข้อ ๒๒ ให้ดำเนินการตามนั้น               เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังที่อาจทำให้ผลของการสั่งการนั้นเปลี่ยนแปลงไป 

 

หมวด ๔

ขั้นตอนการลงโทษ

 

                                ข้อ ๒๕  การประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้  ในกรณีอันมิใช่เป็นความผิดทางวินัยหรือความผิดทางอาญา  ให้ดำเนินการตามควรแก่กรณีเพื่อให้มีการแก้ไขหรือดำเนินการที่ถูกต้อง  หรือตักเตือน  หรือนำไปประกอบการพิจารณาการแต่งตั้ง  การเข้าสู่ตำแหน่ง  การพ้นจากตำแหน่ง                 การเลื่อนขั้นเงินเดือน  หรือการพิจารณาความดีความชอบ  หรือการสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นปรับปรุงตนเองหรือได้รับการพัฒนาแล้วแต่กรณี

                                ข้อ ๒๖  เมื่อมีการดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรม  และมีการสั่งลงโทษตามข้อ ๒๒  แล้ว  ให้ องค์การบริหารส่วนตำบลสวาทดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งดังกล่าวโดยไม่ชักช้า

                                ข้อ ๒๗  ผู้ถูกลงโทษตามข้อ ๒๕  สามารถร้องทุกข์หรืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการจริยธรรมของ องค์การบริหารส่วนตำบลสวาทภายในสามสิบวัน  นับแต่วันได้ทราบการลงโทษ

                                                 ผู้ถูกลงโทษตามข้อ ๑๘ (๒) สามารถร้องทุกข์หรืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการบริหารงานบุคคลระดับจังหวัด  ภายในสามสิบวัน  นับแต่วันได้ทราบการลงโทษ       

                                ข้อ ๒๘  เมื่อผลการพิจารณาเป็นที่สุดแล้ว  ให้รายงานผลต่อผู้ตรวจการแผ่นดินโดยเร็ว

                                                               

บทเฉพาะกาล

 

                                ข้อ ๒๙  จัดให้มีการประเมินการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้  พร้อมดำเนินการปรับปรุงแก้ไขประมวลจริยธรรมให้มีความเหมาะสม (ถ้ามี)  และแจ้งให้คณะกรรมการบริหารงานบุคคลระดับจังหวัด  คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น  ซึ่งเป็นองค์กรกลางการบริหารงานบุคคล                     ส่วนท้องถิ่น  และผู้ตรวจการแผ่นดินทราบต่อไป

                                ข้อ ๓๐   .....(อื่นๆตามที่เห็นสมควร).....