Coffin”-โลงศพ มาจากคำภาษากรีก “Kophinos” ซึ่งแปลว่า ตะกร้า ชาวซูเมอเรียนโบราณเมื่อ ๔,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาลฝังศพคนตายในตะกร้าสานจากกิ่งไม้เล็ก ๆ ที่ถักร้อยเป็นเปีย ตะกร้าสานซึ่งเป็นต้นแบบของโลงศพนี้เกิดขึ้นจากความหวาดกลัวคนตายของคนที่ยังอยู่เป็นเหตุผลสำคัญ
คนในยุโรปเหนือมีมาตรการที่เข้มงวดต่าง ๆ เพื่อกันคนตายกลับมาหลอกหลอน อาทิ มัดร่างกายและตัดศีรษะกับเท้าของคนตาย และเพื่อให้มั่นใจว่าคนตายจะหาทางกลับบ้านไม่ถูกเส้นทางไปสุสานจะวกไปเวียนมาน่าสับสน ในหลายวัฒนธรรมญาติพี่น้องจะแบกคนตายออกจากบ้านทางช่องที่เจาะขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ช่องจะถูกปิดให้เหมือนสภาพเติมทันทีที่นำศพออกไป
แม้ว่าการฝังศพลงในดินลึก ๖ ฟุต น่าจะเป็นการป้องกันที่พอเพียง แต่การบรรจุศพลงในโลงไม้ก่อนฝัง เป็นมาตรการที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย (แก่ผู้อยู่) ยิ่งถ้าตอกตะปูฝาโลงด้วยยิ่งดีใหญ่ โลงศพยุคแรกเริ่มมีตะปูจำนวนมากตอกไว้ นักโบราณคดีลงความเห็นว่า มากเกินกว่าจุดประสงค์ที่จะกันฝาโลงเลื่อนหล่นในระหว่างแห่ศพไปยังสุสาน เมื่อหย่อนโลงศพลงในหลุมแล้ว มาตรการขั้นสุดท้าย คือ วางหินก้อนใหญ่บนฝาโลงก่อนขุดดินกลบปากหลุม หินก้อนใหญ่นี้เองเป็นต้นกำเนิดของแผ่นหินเหนือหลุมฝังศพ (Tombstone)
ในสมัยต่อมาบรรดาญาติพี่น้องนิยมจารึกข้อความที่แสดงความอาลัยรักต่อผู้ตายลงบนแผ่นหิน และมาเยี่ยมคารวะผู้ตายที่สุสานในโอกาสต่าง ๆ แต่ก่อนหน้าที่ธรรมเนียมปฏิบัติในลักษณะนี้จะมีขึ้น ครอบครัวและมิตรสหายไม่กล้าย่างกรายไปใกล้ผู้ตายเลยแม้แต่น้อย