แต่ละวันที่ผ่านมาเวลาไปทำงาน  เคยรู้สึกสงสารตัวเองว่า "มีบ้านก็ไม่ได้อยู่บ้านเต็มวัน อาหารเช้า อาหารกลางวันก็ฝากท้องไว้นอกบ้าน" กว่าจะกลับบ้านส่วนใหญ่ก็ฝากท้องกับอาหารสำเร็จรูป  บางวันก็กลับมืดเย็นอาหารไม่มีขาย  ก็ต้องจำใจไปทานร้านที่มีราคาแพงขึ้นไปอีก  หรือไม่ก็กลับมาทานอาหารที่ตุนไว้ในตู้เย็น  ได้แต่ปลอบใจตนเองว่า "กินเพื่ออิ่ม กินเพื่อให้มีแรงทำงาน"

        สภาพบ้านเกือบไม่น่าอยู่ในสายตาของคนอื่น เพราะได้แต่จับไม้กวาดมากวาด จับผ้ามาถูไปวัน ๆ แม่บ้านมาทำงานให้เฉพาะวันหยุด  จะให้สะอาดดูดีเหมือนที่เราต้องการนั้นเป็นไปไม่ได้  เพียงแต่ดีกว่าไม่ทำ  เพราะวันหยุดเราก็ต้องทำงานราชการที่คั่งค้าง หรืองานวางแผนล่วงหน้า  อาจมีเวลาทำอาหารทานบ้างเป็นบางเวลา

        วันนี้ผิดกับวันนั้น  ฉันตื่นนอนแต่เช้ามืด  ไปขี่จักรยานจนพอใจ โดยไม่นับว่าขี่ได้กี่รอบและไม่จับเวลาเหมือนที่ผ่านมา  เพราะไม่ต้องทำงานราชการแล้ว   กลับมาถึงบ้านก็ไม่ต้องรีบอาบน้ำและรีบแต่งตัวลวก ๆ เพราะระยะทางไกลถึง ๘๐ กิโลเมตร  ไม่ต้องแต่งตัวตามระเบียบราชการเป็นวัน ๆ       และอยากจะบอกว่าวันนี้และสองสามวันที่ผ่านมารู้สึกว่า "ทานข้าวได้อิ่มท้องแบบสบายไม่ต้องคิดเรื่องข้างหน้า" แม้ว่าอาหารจะธรรมดา  บางมื้อเป็นเพียงปลาทอดและน้ำพริกน้ำปลา ผักต้มเล็กน้อยเท่านั้น

       กลับจากขี่จักรยานตอนเช้า  ฉันลงมือขัดพื้นกระเบื้องหน้าบ้านและห้องครัว  ล้างรถ จนถึงเวลา ๙ โมงพี่ชาติมาช่วยตัดต้นไม้และดายหญ้าหน้าบ้าน  ฉันจึงออกไปช่วยพี่ชาติตัดกิ่ง  เนื่องด้วยกรรไกรอันใหม่และหนักกว่าเดิม  เวลาตัดกิ่งต้องออกแรงมากไม่ถนัดมือทำให้มือระบม พองและรู้สึกเจ็บ

       การที่จ้างเขามาทำงาน เราไม่จำเป็นต้องช่วยเขาก็ได้  โดยนั่งหรือบอกให้เขาทำตามคำสั่ง  แต่หากเราทำให้เขาดูว่าเราต้องการอย่างไรนั้น  คราวหน้าก็ไม่จำเป็นต้องบอกเขาอีก ส่วนค่าแรงก็จ่ายตามราคาที่เขาจ้างกันปกติวันละ ๓๐๐  บาท

        ฉันตัดแต่งกิ่งไปด้วย และบอกเขาให้ทำตามที่ต้องการบ้าง  ร้อนจัดเหงื่อไหลโทรมทั่วตัว  ก็เข้ามานั่งพักผ่อน  กว่างานจะเสร็จดื่มน้ำไป ๒ ขวดปริมาณ ๓ ลิตร  หายเหนื่อยก็ออกไปทำอีก เหนื่อยมาก ๆ ก็ปลอบใจตนเองโดยนึกถึงทหารตำรวจชายแดนว่า "เขาก็คงหนักกว่าเราหลายร้อยเท่าและเหงื่อเขาคงจะไหลมากกว่าเราหลายเท่าเช่นกันเพราะเขารักษาประเทศชาติ"

        ระหว่างที่ทำงานก็สลับมารับโทรศัพท์จากคุณครูที่โรงเรียน  ต่างฝากถ้อยคำอันเป็นความรัก ความคิดถึงและความห่วงใยมาหา  ทำให้มีกำลังใจท่วมท้น

        "คิดถึงนะคะพี่คิม พวกหนูพยายามปลอบใจว่าพี่คิมลาโรงเรียนค่ะ"....

       "พี่คิมคะวันนี้หนูฝากน้ำพริกและหน่อไม้หวานมาให้พี่คิมทานมื้อเย็นนะคะ"....

       "พี่คิมคะสามีหนูบอกว่าพี่คิมมานครไทยเมื่อไรให้บอก สามีหนูจะทำลาบปลาดุกค่ะ".......

        "พี่คิมคะนักเรียนบอกว่าไม่อยากเดินผ่านห้องภาษาอังกฤษ  คิดถึงคุณครูแล้วอยากร้องไห้ค่ะ".....

       "พี่คิมอย่าทำงานมากนะคะ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ให้พักผ่อนนะคะ วันหยุดจะมาช่วยทำค่ะ".....

          ฉันบอกกับคุณครูที่โรงเรียนเดิมว่าวันนี้ทำงานอะไรบ้าง  รวมทั้งการตัดแต่งกิ่งไม้  จนทำให้ "มือไม้เจ็บระบมไปหมด..แต่ไม่ระบมใจ"  ดูเหมือนทุกคนให้การอือออตอบรับเป็นแนวร่วมที่ดีมาก ๆ

         หลังจากที่จัดการกับต้นไม้เรียบร้อยแล้ว ให้พี่ชาติไปซื้อดินมาโรยกลบให้กับต้นไม้ที่ปลูกไว้เดิม  และอีกส่วนนำใส่กระถางไว้ในบ้านสำหรับรอต้นไม้ที่จะปลูกใหม่  เพราะพื้นที่ในบ้านไม่มีพื้นดินให้ปลูกต้นไม้นอกจากกระถาง

          ความรกรุงรังของนอกบ้านได้หายไปบ้าง  รู้สึกว่าบ้านหลังเล็ก ๆ ของเราก็ดูมีราศีขึ้นมาพอดูได้แบบเรียบง่าย  การทบทวนตนเองตั้งแต่ต้นคือโจทย์ที่ฉันจะต้องพยายามให้คำตอบกับตนเอง