ดินอะ
Br อับดุลสุโก shafie ดินอะ

shukur2003


การขาดอุละมาอฺ(นักปราชญ์อิสลามศึกษา) ที่แท้จริง ซึ่งสามารถให้ความเชื่อมั่น (ต่อแนวทางสายกลาง) ด้วยหลักฐานที่มาจากอัลกุรอ่านและซุนนะฮฺ (วจนศาสดา) พวกเขาได้หายไปจากสนามแห่งนี้ จึงเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ที่ถูกเรียกว่าอุละมาอฺที่ทำงานเพื่อผู้ที่มีอำนาจ ดังนั้น คนหนุ่มสาวจึงสูญเสียความเชื่อมั่นไป และได้ตั้งตัวพวกเขากันเองให้เป็นชัคย์ (คือเป็นโต๊ะครูหรือนักปราชญ์อิสลามศึกษา) ในการฟัตวา (วินิจฉัยหลักศาสนา) ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน
บทเรียนระเบิดลอนดอน ถึงเวลามุสลิมสายกลาง ต้องออกมาแก้ปัญหา

อ.อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์ดินอะ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ ขอความสันติจงมีแด่ศาสดามุฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่าน

กรณีระเบิดรถไฟใต้ดินสามแห่ง และรถประจำทางสองชั้นคันหนึ่งในกรุงลอนดอนเมื่อช่วงเวลารีบด่วนสายวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2548 ทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวนมากและบาดเจ็บอีกเกือบพันคน และเหตุการณ์ระเบิดรถไฟใต้ดินและรถประจำทาง 4 จุด เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2548 กำลังสร้างความไม่พอใจของคนอังกฤษต่อมุสลิมในประเทศอังกฤษจำนวนมาก จนทำให้เกิดการทำลายศาสนสถาน มัสยิดหรือแม้กระทั่งคนมุสลิมเองรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ใครที่เป็นมุสลิมจะถูกจับตามองเป็นพิเศษจากตำรวจและหน่วยสืบราชการลับ

เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน หรือแม้กระทั่งคนมุสลิมเองรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

คำว่ามุสลิมหัวรุนแรง กลุ่มก่อร้ายมุสลิม เครือข่ายก่อการร้ายมุสลิมสากลถึงแม้มุสลิมส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้เมื่อสื่อไทยหรือเทศรายงานข่าวหลังเหตุการณ์ก่อการร้าย แต่สิ่งหนึ่งที่มุสลิมเองจะต้องยอมรับคือ มีมุสลิมส่วนหนึ่งจริงๆ (ส่วนน้อยของประเทศไทยหรือทั่วโลก) เป็นผู้ปฏิบัติการ

สุดท้ายผู้ที่ได้รับอานิสงส์และผลกระทบอย่างรุนแรงคือมุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติ (แนวคิดสายกลาง) ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้ด้านศาสนา อุสตาซ ครู วัยรุ่น เด็กและสตรี

สรุปง่ายๆ คือทุกคนที่เป็นมุสลิม

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการประกาศสงครามปราบปรามการก่อการร้ายของสหรัฐคือชีวิต และทรัพย์สินของชาวอัฟกานิสถานและอิรักซึ่งไม่ทราบว่ามุสลิมประเทศใดจะเป็นรายต่อไป

ไม่ว่าความรุนแรงจะมีสาเหตุมาจากเหตุผลกลไกใดแต่มุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติ (แนวคิดสายกลาง โดยเฉพาะบรรดาผู้รู้ด้านศาสนา) จะต้องรีบออกมาแก้ปัญหาของตนอย่างเร่งด่วนก่อนที่ชีวิตและทรัพย์สินจะคืบคลานเข้ามาสู่ตัวเอง

ชัยคฺ ดร.ยุซุฟ อัลก็อรฏอวีย์ (ชาวอียิปต์) ประธานของสหภาพนักปราชญ์มุสลิมนานาชาติ (IAMS) กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ ของปรากฏการณ์ความรุนแรง

1.การขาดแนวคิดสายกลาง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้แนวคิดอิสลามสายกลางเป็นที่แพร่หลายในหมู่คนหนุ่มสาว เพื่อที่พวกเขาจะพบวิถีทางที่ถูกต้องแทนที่พวกเขาจะทำตัวไม่เปิดเผย ซึ่งการขาดแนวคิดเช่นนี้ได้เปิดโอกาสให้แนวคิดสุดโต่งแทรกเข้ามา

2.การขาดอุละมาอฺ(นักปราชญ์อิสลามศึกษา) ที่แท้จริง ซึ่งสามารถให้ความเชื่อมั่น (ต่อแนวทางสายกลาง) ด้วยหลักฐานที่มาจากอัลกุรอ่านและซุนนะฮฺ (วจนศาสดา) พวกเขาได้หายไปจากสนามแห่งนี้ จึงเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ที่ถูกเรียกว่าอุละมาอฺที่ทำงานเพื่อผู้ที่มีอำนาจ ดังนั้น คนหนุ่มสาวจึงสูญเสียความเชื่อมั่นไป และได้ตั้งตัวพวกเขากันเองให้เป็นชัคย์ (คือเป็นโต๊ะครูหรือนักปราชญ์อิสลามศึกษา) ในการฟัตวา (วินิจฉัยหลักศาสนา) ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน

3.การแพร่กระจายของความชั่วร้ายและเพิ่มขึ้นของการกดขี่ในสังคมเป็นเหตุผลที่สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรง

(ชัยคฺ ดร.ยูซุฟ อัล ก็อรฎอวียฺ เขียน อบูรญาล แปลเรียบเรียง คัดลอกจาก fidyah.com)

 

วิธีการแก้ปัญหา (บูรณาการจากแนวคิดของหมอประเวศ วะสี)

มุสลิมสายกลางโดยเฉพาะอุละมาอ์ของไทยและโลกจะต้องเป็นผู้นำในการ

(1) สร้างมหาประชามติปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา

(2) แสดงอุดมการณ์อิสลามเพื่อสันติภาพอย่างเข้มข้น

เพื่อดำเนินการตามหลักการ 2 ประการข้างต้น ควรดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) มุสลิมสายกลางจับมือกันปฏิเสธความรุนแรง โดยเฉพาะอุละมาอ์ของไทยและโลกจะต้องส่งเสริมให้มุสลิมไทยและโลกทุกภาคส่วน ทุกพื้นที่ทั่วประเทศและทั่วโลกพร้อมกัน ณ วันใดวันหนึ่ง เช่น วันที่ 16 สิงหาคม 2548 อันเป็นวันครบรอบ 60 ปี ของการประกาศสันติภาพของประเทศไทยหรือวันอีดของมุสลิม ในวันและเวลาเดียวกันเป็นเครือข่ายคนมุสลิมทุกประเทศและที่เปล่งวาจาปฏิเสธความรุนแรง แต่สนับสนุนสันติวิธีในการแก้ปัญหาและสันติภาพ

(2) ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของภาคีเครือข่ายองค์กรมุสลิมเพื่อสันติภาพ ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ มีผู้พยายามสร้างให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ว่า คนมุสลิมนิยมความรุนแรง รัฐบาลทุกประเทศควรส่งเสริมการเคลื่อนไหวของภาคีเครือข่ายองค์กรมุสลิมเพื่อสันติภาพ ทั้งองค์กรภายในประเทศ และองค์กรต่างประเทศ

อย่างองค์กร OIC (Organiztion for Islamic Conference) ที่ส่งผู้แทนมาศึกษาสถานการณ์ในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ให้ประโยชน์มาก อีกทั้งเป็นโอกาสที่เพื่อนชาวมุสลิมทั้งหลายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จะรวมกันประกาศว่า อิสลามและมุสลิมนั้นดำรงอยู่ด้วยอุดมการณ์แห่งสันติภาพ

การแสดงอุดมการณ์อิสลามเพื่อสันติภาพอย่างเข้มข้น จะเข้าไปลดมิจฉาทิฐิของผู้ที่หลงใช้ความรุนแรง

(3) สร้างความเข้าใจแก่มุสลิมเพื่อให้เห็นความเป็นจริงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางในประเทศไทยและทั่วโลกเพราะทั่วโลกเป็นที่อยู่ของคนหลายเชื้อชาติและศาสนา ความเข้าใจและการเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีและสันติสุข ขจัดเงื่อนไขของความรุนแรง

(4) จัดให้มีการปรึกษาหารือร่วมกันและเสวนาธรรมของศาสนาต่างๆ หรือการจัดศาสนิกสัมพันธ์อย่างจริงจังและกว้างขวาง

ผู้เขียนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่มุสลิมสายกลาง ต้องเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาและหวังว่าแนวทางนี้น่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนถึงแม้ผลของการยุติความรุนแรงและสุดโต่งอาจจะช้าและไม่ทันใจ



*นักศึกษาปริญญาเอก (ศาสนาเปรียบเทียบ)

มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย

และผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ

ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา

 

 
มติชนรายวัน วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9999

คำสำคัญ (Tags): #วัฒนธรรมศึกษา
หมายเลขบันทึก: 39943เขียนเมื่อ 20 กรกฎาคม 2006 23:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 15:24 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี