บทเรียนระเบิดลอนดอน ถึงเวลามุสลิมสายกลาง ต้องออกมาแก้ปัญหา

อ.อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์ดินอะ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ ขอความสันติจงมีแด่ศาสดามุฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่าน

กรณีระเบิดรถไฟใต้ดินสามแห่ง และรถประจำทางสองชั้นคันหนึ่งในกรุงลอนดอนเมื่อช่วงเวลารีบด่วนสายวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2548 ทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวนมากและบาดเจ็บอีกเกือบพันคน และเหตุการณ์ระเบิดรถไฟใต้ดินและรถประจำทาง 4 จุด เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2548 กำลังสร้างความไม่พอใจของคนอังกฤษต่อมุสลิมในประเทศอังกฤษจำนวนมาก จนทำให้เกิดการทำลายศาสนสถาน มัสยิดหรือแม้กระทั่งคนมุสลิมเองรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ใครที่เป็นมุสลิมจะถูกจับตามองเป็นพิเศษจากตำรวจและหน่วยสืบราชการลับ

เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน หรือแม้กระทั่งคนมุสลิมเองรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

คำว่ามุสลิมหัวรุนแรง กลุ่มก่อร้ายมุสลิม เครือข่ายก่อการร้ายมุสลิมสากลถึงแม้มุสลิมส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้เมื่อสื่อไทยหรือเทศรายงานข่าวหลังเหตุการณ์ก่อการร้าย แต่สิ่งหนึ่งที่มุสลิมเองจะต้องยอมรับคือ มีมุสลิมส่วนหนึ่งจริงๆ (ส่วนน้อยของประเทศไทยหรือทั่วโลก) เป็นผู้ปฏิบัติการ

สุดท้ายผู้ที่ได้รับอานิสงส์และผลกระทบอย่างรุนแรงคือมุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติ (แนวคิดสายกลาง) ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้ด้านศาสนา อุสตาซ ครู วัยรุ่น เด็กและสตรี

สรุปง่ายๆ คือทุกคนที่เป็นมุสลิม

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการประกาศสงครามปราบปรามการก่อการร้ายของสหรัฐคือชีวิต และทรัพย์สินของชาวอัฟกานิสถานและอิรักซึ่งไม่ทราบว่ามุสลิมประเทศใดจะเป็นรายต่อไป

ไม่ว่าความรุนแรงจะมีสาเหตุมาจากเหตุผลกลไกใดแต่มุสลิมส่วนใหญ่ผู้รักสันติ (แนวคิดสายกลาง โดยเฉพาะบรรดาผู้รู้ด้านศาสนา) จะต้องรีบออกมาแก้ปัญหาของตนอย่างเร่งด่วนก่อนที่ชีวิตและทรัพย์สินจะคืบคลานเข้ามาสู่ตัวเอง

ชัยคฺ ดร.ยุซุฟ อัลก็อรฏอวีย์ (ชาวอียิปต์) ประธานของสหภาพนักปราชญ์มุสลิมนานาชาติ (IAMS) กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ ของปรากฏการณ์ความรุนแรง

1.การขาดแนวคิดสายกลาง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้แนวคิดอิสลามสายกลางเป็นที่แพร่หลายในหมู่คนหนุ่มสาว เพื่อที่พวกเขาจะพบวิถีทางที่ถูกต้องแทนที่พวกเขาจะทำตัวไม่เปิดเผย ซึ่งการขาดแนวคิดเช่นนี้ได้เปิดโอกาสให้แนวคิดสุดโต่งแทรกเข้ามา

2.การขาดอุละมาอฺ(นักปราชญ์อิสลามศึกษา) ที่แท้จริง ซึ่งสามารถให้ความเชื่อมั่น (ต่อแนวทางสายกลาง) ด้วยหลักฐานที่มาจากอัลกุรอ่านและซุนนะฮฺ (วจนศาสดา) พวกเขาได้หายไปจากสนามแห่งนี้ จึงเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ที่ถูกเรียกว่าอุละมาอฺที่ทำงานเพื่อผู้ที่มีอำนาจ ดังนั้น คนหนุ่มสาวจึงสูญเสียความเชื่อมั่นไป และได้ตั้งตัวพวกเขากันเองให้เป็นชัคย์ (คือเป็นโต๊ะครูหรือนักปราชญ์อิสลามศึกษา) ในการฟัตวา (วินิจฉัยหลักศาสนา) ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน

3.การแพร่กระจายของความชั่วร้ายและเพิ่มขึ้นของการกดขี่ในสังคมเป็นเหตุผลที่สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรง

(ชัยคฺ ดร.ยูซุฟ อัล ก็อรฎอวียฺ เขียน อบูรญาล แปลเรียบเรียง คัดลอกจาก fidyah.com)

 

วิธีการแก้ปัญหา (บูรณาการจากแนวคิดของหมอประเวศ วะสี)

มุสลิมสายกลางโดยเฉพาะอุละมาอ์ของไทยและโลกจะต้องเป็นผู้นำในการ

(1) สร้างมหาประชามติปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา

(2) แสดงอุดมการณ์อิสลามเพื่อสันติภาพอย่างเข้มข้น

เพื่อดำเนินการตามหลักการ 2 ประการข้างต้น ควรดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) มุสลิมสายกลางจับมือกันปฏิเสธความรุนแรง โดยเฉพาะอุละมาอ์ของไทยและโลกจะต้องส่งเสริมให้มุสลิมไทยและโลกทุกภาคส่วน ทุกพื้นที่ทั่วประเทศและทั่วโลกพร้อมกัน ณ วันใดวันหนึ่ง เช่น วันที่ 16 สิงหาคม 2548 อันเป็นวันครบรอบ 60 ปี ของการประกาศสันติภาพของประเทศไทยหรือวันอีดของมุสลิม ในวันและเวลาเดียวกันเป็นเครือข่ายคนมุสลิมทุกประเทศและที่เปล่งวาจาปฏิเสธความรุนแรง แต่สนับสนุนสันติวิธีในการแก้ปัญหาและสันติภาพ

(2) ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของภาคีเครือข่ายองค์กรมุสลิมเพื่อสันติภาพ ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ มีผู้พยายามสร้างให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ว่า คนมุสลิมนิยมความรุนแรง รัฐบาลทุกประเทศควรส่งเสริมการเคลื่อนไหวของภาคีเครือข่ายองค์กรมุสลิมเพื่อสันติภาพ ทั้งองค์กรภายในประเทศ และองค์กรต่างประเทศ

อย่างองค์กร OIC (Organiztion for Islamic Conference) ที่ส่งผู้แทนมาศึกษาสถานการณ์ในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ให้ประโยชน์มาก อีกทั้งเป็นโอกาสที่เพื่อนชาวมุสลิมทั้งหลายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จะรวมกันประกาศว่า อิสลามและมุสลิมนั้นดำรงอยู่ด้วยอุดมการณ์แห่งสันติภาพ

การแสดงอุดมการณ์อิสลามเพื่อสันติภาพอย่างเข้มข้น จะเข้าไปลดมิจฉาทิฐิของผู้ที่หลงใช้ความรุนแรง

(3) สร้างความเข้าใจแก่มุสลิมเพื่อให้เห็นความเป็นจริงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางในประเทศไทยและทั่วโลกเพราะทั่วโลกเป็นที่อยู่ของคนหลายเชื้อชาติและศาสนา ความเข้าใจและการเห็นคุณค่าของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีและสันติสุข ขจัดเงื่อนไขของความรุนแรง

(4) จัดให้มีการปรึกษาหารือร่วมกันและเสวนาธรรมของศาสนาต่างๆ หรือการจัดศาสนิกสัมพันธ์อย่างจริงจังและกว้างขวาง

ผู้เขียนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่มุสลิมสายกลาง ต้องเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาและหวังว่าแนวทางนี้น่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนถึงแม้ผลของการยุติความรุนแรงและสุดโต่งอาจจะช้าและไม่ทันใจ



*นักศึกษาปริญญาเอก (ศาสนาเปรียบเทียบ)

มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย

และผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ

ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา

 

 
มติชนรายวัน วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9999