รำลึก  237 ปี ัย ดาวุด อัลฟะฏอนีย์ : ปราชญ์ปัตตานีแห่งอาเซียน เรียบเรียงโดย อ.อับดุชชะกูร์ บิน าฟิอีย์ ดินอะ ( อับดุลสุโก ดินอะ   ) [email protected] 09-7359279 ผช.ผจก.ร.ร.จริรยธรรมศึกษามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีกรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนามุฮัมมัดและละผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน                    ในสังคมมุสลิม   ผู้นำศาสนา หรือตามภาษาพื้นบ้าน 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ว่า โต๊ะครู ซึ่งมาจากภาษามลายูกลางว่า ตวนฆูรู หรืออาจมาจากคำว่า 'คุรุ' หรือ 'ครู' นั้นเอง แต่ในภาษาอาหรับ หรือในภาษาที่ชาวมุสลิมทั่วไปอาจเรียกอย่างยกย่องว่า อาลิม(ผู้รู้ 1คนเป็นเอกพจน์)หรือ อุล ะมาอฺ(ผู้รู้ หลายคนเป็นพหูพจน์) โดยมีรากศัพท์ ผันมาจาก อิลมฺ คือความรู้ โต๊ะครู หรือ อาลิมและ อุลามาอฺ จึงให้ความหมายถึง ผู้รู้ และบรรดาผู้รู้ ในที่นี้คือรู้ในศาสตร์ของอิสลาม หรืออิสลามศึกษานั้นเอง ในขณะผู้รู้หลายคนมีความรู้ที่ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรู้ในเรื่องศาสนาเท่านั้น แต่หมายถึงรู้เรื่องอิสลามที่เกี่ยวข้อง ศาสตร์อื่นๆ อีกด้วย การแพทย์  ดาราศาสตร์ การเมือง และสังคม                           ท่านศาสดา มุฮัมมัด (ศ็อล ลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ) ได้กล่าวถึงความประเสริฐของบรรดาอุลามะอฺ  ว่าเปรียบเสมือนผู้รับมรดกของบรรดานบี (ศาสดาทั้งหลาย)                           บุคลิกภาพของ ผู้รู้ จะต้องมีภาพสะท้อนของบรรดาศาสดาทั้งหลาย ทรัพย์สินเงินทอง ลาภยศสรรเสริญ จะต้องไม่เป็นตัวบั่นทอนการนำเสนอสัจธรรมสู่มวลชน หรือสู่สังคม การสงบเสงี่ยมและเจียมตัว และอยู่อย่างพอเพียง พึงใจต่อความเมตตาปรานีของ อัลลอฮฺ และที่สำคัญที่สุดของภาระหน้าที่ของอุลามาอฺ หรือโต๊ะครู นั้นคือ การรับใช้มนุษย์และสังคม ตลอดจนรับผิดชอบสังคม ในความดี ความชั่วที่เกิดขึ้น                         ตั้งแต่อดีต ที่ผ่านมา อุล มาอฺในภาคใต้มีบทบาทในสังคมมาก    ในการการชี้นำความถูกต้องให้กับสังคมและ ในบรรดาอุลามาอฺภาคใต้ที่มีอิทธิพลต่อบรรดาอุลามาอฺด้วยกันและชุมชนมุสลิมภาคใต้และประเทศอาเซียนคือ  ัย ดาวุด อัลฟะฏอนีย์เพราะท่านเป็นทั้งครูผู้สอนและแต่งตำราอิสลามศึกษาเกือบ100เล่ม และหนังสือของท่านยังเป็นหนังสือเรียนในหลักสูตรอิสลามศึกษาในสถาบันปอเนาะและเป็นหนังสืออ้างอิงในสถาบันการศึกษาอิสลามในกลุ่มประเทศอาเซียน

ประะวัติโดยสังเขป

ัย ดาวุด อัลฟะฏอนีย์ มีชื่อเต็มว่าหะยีวันดาวุด บินวันอับดุลลอฮฺ บินวันอิดริส อัลยาวีย์   อัลฟะฏอนีย์อัลมลายูวีย์  เกิดวันที่ 1 มุฮัรรอม ปีฮ.ศ. 1184 ซึ่งตรงกับวันที่ 7 พฤษภาคม คศ. 1769 หรือพ.ศ.2312 ณ บ้านปาเร็ต คลองกรือเซะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มีบิดาชื่อวันอับดุลลอฮฺ บินวันอิดริส มารดาชื่อวันฟาฏิมะฮฺ ท่านสิ้นชีพวันที่22 เดือนรอญับ ปีฮ.ศฺ1263 ซึ่งตรงกับวันที่ 8 กรกฎาคม  ค.ศ. 1847 หรือพ.ศ.2390 รวมอายุ 78 ปี

การศึกษา

แรกเริ่มท่านศึกษาหาความรู้ด้านอิสลามศึกษากับพ่อและลุงของท่านคือชัยคฺศอฟียุดดีนเป็นเวลา 5 ปีที่ปัตตานี  หลังจากนั้น เมื่อท่านอายุ 16ปี ท่านเดินทางไปศึกษาต่อ ณ อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียเป็นเวลา 2 ปี  หลังจากนั้นเมื่อท่านอายุครบ 18 ปีท่านเดินทางไปศึกษาต่อ ณ เมืองมักกะฮฺ เป็นเวลา 30 ปี และเดินไปศึกษาต่ออีก 5 ปี ณ เมืองมะดีนะฮฺ ประเทศซาอุดิอารเบีย

บทบาทด้านวิชาการและสังคม

 ในขณะที่ท่านอยู่มักกะฮ 30 ปีระหว่างเรียนหนังสือท่านได้ใช้ความรู้ความสามารถของท่าน สอนหนังสือในมัสยิดอัลหะรอม รวมทั้งแต่งและแปลตำราต่างๆมากมายเกือบ 100 เล่มมีทั้งภาษามลายูอักษรยาวีและอาหรับ  ตำราที่ได้รับการยอมรับและยังเป็นตำราที่สอนอยู่ในสถาบันปอเนาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้และประเทศาเซี่ยนเช่น 1. หนังสือ Kifayatulmuhtaj 1-                                2. Idhahullubab 2-                              إيضاح اللباب{9 ربيع الأول  1224هـ 3. Ghayatultaghrib 3-                              غايةالتغريب{ 5 صفر1226 هـ} 4. Nahjulraghib 4-نهج الراغب {1226 هـ} 5. Bulughulmuram 5-بلوغ المرام { ربيع الأول1227 هـ } 6. Ghayatulmuram 6-غاية المرام {5 ذوالقعدة1229 هـ} 7.Addaruthamin 7. الدرالثمين {17 شوال 1232 هـ} 8.Khasfulghimmah 8-كشف الغمة{20 ربيع الأول1238 هـ} 9. Jamulfawaid 9-جمع الفوائد{27 جمادالأول1239 هـ} 10. Kanzulminan 10-كنزالمنن{23ربيع الثاني1240 هـ} 11.Minhajabidin 11-منهاج العابدين {15 جماد الثاني1240 هـ} 12.Maniyatulmusoli 12-منيةالمصلي{15ذوالحجة1242 هـ} 13. Hidayatulmutaallim 13-هداية المتعلم {12 جمادالثاني1244 هـ} 14.Agdatuljawahir 14-عقدةالجواهر {24صفر 1245 هـ} 15.Wardulzawahir 15-وردالزواهر  {9 رجب 1245 هـ} 16.Fathulminan 16-فتح المنان{ 16 رمضان1249 هـ} 17.Muzakaratulikhwan 17-مذاكرةالإخوان {25 رمضان 1249 هـ} 18.Jawahirussuniah 18-جواهرالسنية {16 جمادالأول1252 هـ} 19. Sulamubtadi 19-سلم المبتدي{13 رجب 1252 هـ } 20. Furuulmasail 20-فروع المسائل  {1254-1257 هـ} 21. Albahjatulussuniah 21- البهجة السنية {16 صفر1258 هـ} 22.Albahjatulwardiah 22- البهجة الوردية  { 1 رمضان 1258 هـ} 23.Albahjatulmardhiah 23-البهجة المرضية  {14 شوال 1259 هـ}    وبعض المؤلفات التي لم تذكر تاريخ التأليف منها 24.Bughyatuttullab 24-بغية الطلاب 25.Dhiyatulmurid 25-ضياء المريد 26. Asoid wazabaih 26- الصيدوالذبائح 27.Irshadulathfal 27-إرشادالأطفال نامبتدئين في عقائدالدين 28. Ishrunnusifatillahiah 28-عشرون الصفات الإلهية 29.Siratunnabi Yusuf 29-سيرة النبي يوسف عليه السلام 30 .Hikaturrijalassolihin min Baniisrail 30- حكاية الرجال الصالحين من بني إسرإئيل 31 . Bashairrilikhwan 31-بشائرالإخوان 32 . Bab Nikah 32-باب النكاح 33. Risalatussail 33-رسالة السائل 34.Jihayatuttuktub 34-جهاية التكتب 35.Alkurbat ilallah 35-القربة الى الله 36.Risalah tataalak Bikalimatuliman 36-رسالة تتعلق بكلمة الإيمان 37.Bidayatulhidayah 37-بداية الهداية 38.Tambihulghafilin 38-تنبيه الغافلين 39. Bayanulahkam 39-بيان الأحكام 40.Tuhfaturaghibin 40-تحفةالراغبين  

 

      การสอนหนังสือของท่านก็จะมีนักเรียนนักศึกษาจากประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย  สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปินส์ กัมพูชา นักศึกษาเหล่านั้นส่วนหนึ่งกลับประเทศของตนได้มาเปิดสถาบันการศึกษา เป็นผู้นำชุมชน และใช้ความรู้ความสามารถอบรม สั่งสอนชุมชนของตนต่อๆกันมาจวบจนปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ท่านมีผลงานทางวิชาการเท่านั้นแต่ด้วยความเป็นคนที่มีภาวะผู้นำสูงในช่วงทำพิธีฮัจญ์นั้นท่านยังอุทิศเวลาของท่านบริการ ดูแลผู้ที่ไปทำฮัจญ์จากประเทศไทยและอาเซียน                             นี่คือประวัติและบทบาทของท่านโดยสังเขปซึ่งสอดคล้องกับ วจนะของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ที่ ได้กล่าวถึงความประเสริฐของบรรดาอุลามะอฺ  ว่าเปรียบเสมือนผู้รับมรดกของบรรดานบี (ศาสดาทั้งหลาย) หรือได้กล่าวเปรียบเทียบฐานะภาพของอุลามะอฺ ที่สูงส่งกว่า นักพรต นักบำเพ็ญตน ปลีกวิเวก อุปมาดั่งดวงจันทร์วันเพ็ญที่ทอแสงเจิดจ้าโดดเด่นกว่าดวงดาวทั้งหลาย และสอดคล้องกับคำกล่าวของ คอลีฟะห์ (คาหลิบ) ท่านที่ ๔ แห่งอิสลาม คือ ท่านอาลี บินอบีฎอลิบ (ร ิยัลลอฮุอันฮฺ ) ได้ถูกตั้งคำถามจากสหายคนหนึ่งว่า "ใครคือผู้ที่ดีที่สุดในงานสร้างของพระผู้เป็นเจ้าภายหลังท่านศาสดา" ท่านอาลีได้ตอบว่า "นักปราชญ์ หรือผู้รู้ทางศาสนาเมื่อเขาเที่ยงธรรม"                      วันนี้ สังคมมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้และอาเซียนเป็นหนี้บุญคุณท่านดังนั้นการรำลึกถึงวันเกิดและชีวประวัติ ของ ชัยคฺดาวุด   (ถึงแม้หลายคนอาจจะไม่รู้)น่าจะทำให้มุสลิมใต้รู้สึก ปลาบปลื้มปิติยินดีและ ภูมิใจในตัว ท่าน ที่เป็นคนปัตตานีและชายแดนใต้    การ รำลึกถึงการมาของ ปราชญ์ ของ อาเซียน ที่มาพร้อมกับ รูปแบบการนำเสนอ หลักธรรม คำสอน และแบบฉบับอันดีงามในการ ดำเนิน ชีวิตตามพระบัญชาของอัลลอฮเจ้า มา เป็นบรรทัดฐานในการดำเนินชีวิต ของมุสลิมใต้และอาเซียนเป็นสิ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ยิ่ง                                       ที่สำคัญสำหรับนักวิจัยทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยควรนำชีวประวัติและผลงานของท่านโดยเฉพาะตำราเก่าๆของท่านซึ่งจะเกิดคุณูประการต่อชนรุ่นหลังต่อไปในอนาคต

หมายเหตุเรียบเรียงจาก

1.       อูลามาอ์เบอร ซาร็ปัตตานี เขียนโดย อะห์หมัด ฟัตฮี 2.       เอกสารการสัมมนาเรื่องแนวคิดและอิทธิพลของ ัย ดาวุด อัลฟะฏอนีย์ ในอาเซียน จัดโดยมหาวิทยาลัย มอ. ปัตตานี 2/06/2541 3.       เค้าโครงวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่องแนวคิดและอิทธิพลของ ัย ดาวุด อัลฟะฏอนีย์กับการสอนวิชาหลักศรัทธาในจังหวัดชายแดนใต้ โดยอับดุลสุโก ดินอะ 4.       ผู้นำศาสนาหรือโต๊ะครูชายแดนใต้ เขียนโดย จอกอ. เนชั่นสุดสัปดาห์