บันทึกนี้เขียนเพื่อสดุดีหน่วยราชการไทยหน่วยหนึ่งที่ทำงานรับใช้ประชาชนแบบมีจิตบริการเต็มเปี่ยม ระบบงานรวดเร็วมีคุณภาพสูง สถานที่สะดวกสะอาด เจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มมีอัธยาศัย นั่นคือกรมการขนส่งทางบก ซึ่งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามสวนจตุจักร
เพราะผมจะไปขับรถเที่ยวป่าออสเตรเลีย จึงต้องไปทำใบขับขี่ระหว่างประเทศ โชคดีที่มีเวลาว่างในวันที่ ๑ ก.ย. ๕๓ สำหรับไปทำ โดยสิ่งที่ต้องเตรียมไปยื่นได้แก่ สำเนาใบขับขี่ไทย สำเนาหนังสือเดินทาง และสำเนาบัตรประชาชน หมออมราช่วยถ่ายสำเนาทะบียนบ้านให้ผมถือไปด้วย แต่เขาไม่ใช้
สถานที่ทำใบขับขี่อยู่ที่อาคาร ๔ ชั้น ๒ เมื่อไปถึงก็ไปเข้าคิวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีแถวคิวอยู่ ๔ – ๕ แถว เมื่อผมไปถึงมีเจ้าหน้าที่ว่างอยู่แถวหนึ่ง ผมเข้าไปแจ้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการทำใบขับขี่ระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ขอเอกสารดังกล่าว และขอใบขับขี่ไทยตัวจริงด้วย เหน็บเข้าด้วยกันและเหน็บหมายเลขคิว ๑๔๘ พร้อมกับบอกให้ไปรอที่หน้าเคาน์เตอร์หมายเลข ๑๙ – ๒๒ รอไม่ถึง ๑๐ นาทีก็ถึงคิวผม รับบริการที่เคาน์เตอร์หมายเลข ๑๙ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เอาใบขับขี่ของผมไปตรวจสอบก็ไม่พบในระบบคอมพิวเตอร์ของกรม เขาจึงบอกให้ไปที่ห้องหมายเลข ก เพื่อไปลงข้อมูล โดยก่อนหน้านั้นให้ไปถ่ายเอกสารบัตรประชาชนอีกชุดหนึ่งสำหรับใช้ประกอบการลงข้อมูลใบขับขี่
รอ ๒ – ๓ นาทีก็ถึงคิวผม นอกจากลงข้อมูลซึ่งใช้เวลา ๓ – ๔ นาที เขาก็แนะนำให้เปลี่ยนใบขับขี่ซึ่งเกือบจะยุ่ยแล้ว เพราะมีอายุ ๔๑ ปี เป็นใบขับขี่แบบใหม่ที่เป็นบัตรมีแถบแม่เหล็ก โดยต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนอีกชุดหนึ่ง ให้ไปถ่ายตรงหน้าห้อง ค่าบริการถ่ายบัตร ๒ หน้า ๑ แผ่น ๒ บาท โดยเมื่อทำบัตรเสร็จก็ต้องถ่ายสำเนาบัตรใหม่สำหรับใช้ทำใบขับขี่ระหว่างประเทศ
ผมต้องกลับไปตั้งต้นใหม่ที่แถวประชาสัมพันธ์ ซึ่งเมื่อแจ้งความประสงค์เขาก็ให้เก็บเอกสารและหมายเลขคิวเก่าไว้ และให้หมายเลขคิวใหม่สำหรับเปลี่ยนใบขับขี่ บอกให้ผมเขียนชื่อนามสกุลตัวบรรจงทั้งภาษาไทยและอังกฤษลงบนสำเนาบัตรประชาชนที่จะเอาไปยื่น พร้อมทั้งหันไปดูป้าย LCD บอกหมายเลขคิวที่กำลังรับบริการ และบอกผมว่ารออีกคนเดียวก็ถึงคิวผม
ดังนั้น ผมรอเพียงไม่ถึง ๕ นาทีเขาก็เรียกไปที่ห้องหมายเลข ๑๕ ซึ่งมีป้ายชื่อเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ผมลืมจดไว้ ไปถึงพบว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิงอายุกลางคน มีคนนั่งรับบริการอยู่ ๓ คน สองคนเป็นหนุ่มสาวมาด้วยกัน มาทำใบขับขี่อายุ ๕ ปี อีกคนหนึ่งเป็นผู้ชายวัยกลางคนได้รับบริการเสร็จแล้ว นั่งรอรับบัตร สักครู่เดียวชายผู้นั้นก็ได้รับบัตร ผมก็เข้าไปนั่งรอแทน อีกประมาณ ๕ นาทีก็ถึงคิวผม เจ้าหน้าที่พิมพ์รายละเอียดให้ผมตรวจสอบ แล้วก็ถ่ายรูป และรออีก ๒ – ๓ นาทีก็ได้ใบขับขี่ใหม่ ค่าบริการรวม ๒๐๕ บาท และค่าซองพลาสติคอีก ๕ บาท
จากนั้นผมก็ไปถ่ายสำเนาใบขับขี่ใบใหม่ (๒ บาท) แล้วกลับไปที่เคาน์เตอร์ ๑๙ ใหม่ เจ้าหน้าที่ทักทายว่าทำบัตรใหม่เลยหรือ แล้วบอกให้นั่งรอสักครู่ อีกไม่ถึง ๑๐ นาทีผมก็ได้รับสมุดใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ ค่าบริการ ๕๐๕ บาท
ในเวลาประมาณ ๔๕ นาที ผมได้รับบริการอย่างประทับใจ ผมถามเจ้าหน้าที่ห้องหมายเลข ๑๕ ว่าระบบนี้ใช้มานานเท่าไร ได้คำตอบว่าพัฒนามาเรื่อยๆ ลงตัวอย่างนี้ประมาณ ๒ ปี ผมแจ้งว่าน่าประทับใจมากในคุณภาพของบริการ
วิจารณ์ พานิช
|
เคาน์เตอร์หมายเลข ๑๙ ที่ทำใบขับขี่ต่างประเทศให้ผม
|
|
ห้อง ก สำหรับไปลงทะเบียนใบขับขี่
|
|
ห้องหมายเลข ๑๕ สำหรับทำใบขับขี่ กรณีของผมเป็นการเปลี่ยนใบใหม่
|
|
บรรยากาศในห้องรอ |




ขอบคุณครับสำหรับบันทึกความประทับใจของอาจารย์หมอ บันทึกนี้ครับ
หากเราประทับใจอะไร เเล้วมาช่วยกันเขียนให้กำลังใจคนดี
ผมคิดว่า เราจะมีคนดีที่มีกำลังใจอยู่เต็มแผ่นดิน
ช่วยกันครับ
เห็นด้วยกับท่านอาจารย์ครับ ผมเพิ่งไปทำใบขับขี่ฉบับใหม่มาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะใบขับขี่ใบเก่าหมดอายุ (เป็นใบขับขี่ตลอดชีพ) แต่เพราะไม่อยู่เมืองไทยมา 5 ปี เลยอยากได้บัตรใหม่ที่ทันสมัยมาก เมื่อเทียบกับบัตรเก่าที่ได้มากว่า 10 ปีแล้ว ยอมรับจริงๆ ครับว่าประทับใจในพัฒนาการของกรมการขนส่งทางบกมากๆ (แต่ไม่แน่ใจว่าที่ต่างจังหวัดเป็นอย่างไร เพราะประสบการณ์ไม่ดีมากๆ ในจังหวัดที่ผมเคยอยู่)
ใจหนึ่งก็ฝันว่า สักวันหนึ่ง โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัยของเรา คงจะมีพัฒนาการในลักษณะเดียวกันครับ ทุกวันนี้จริงๆ ก็ดีกว่าสมัยก่อนเยอะแล้ว แต่ใจผมยังรู้สึกว่าดีไม่พอ และรู้สึกว่าจะแก้ไขอะไรก็ติดขัดปัญหาทั้งทางกายภาพ ปัญหาเชิงระบบ และปัญหาเชิงวัฒนธรรมองค์กรและกระบวนการทำงาน ไปเสียหมด