ความหลงกระหายอยากครอบครองในสังขารทั้งหลาย เป็นเหตุแห่ง(จิต)ทุกข์
ความหลงกระหายอยากครอบครองในสังขารทั้งหลาย เป็นเหตุให้เกิดการยึดมั่นถือมั่นในสังขาร
จิตยึดมั่นถือมั่นในสังขาร จิตเป็นทุกข์
เพราะสังขารมีสภาพทุกข์ มีความแปรปรวน เป็นไปตามปัจจัยปรุงแต่ง
เมื่อสังขารซึ่งมีสภาพทุกข์อยู่เพราะเกิดจากปัจจัยปรุงแต่งจึงต้องแปรปรวนเป็นธรรมดา ถูกจิตหลงยึดไป ด้วยจิตเข้าใจผิดในสังขาร หลงว่าสังขารน่ายึดมั่น
สังขารหรือทุกข์จึงครอบงำจิตได้ จิตจึงต้องเศร้าหมองเป็นทุกข์จากสังขารที่จิตยึดมั่นถือมั่นไว้
ตัวธาตุรู้และจิตแท้ๆเป็นธรรมที่วิจิตรงดงามเป็นสุขยิ่ง แต่ที่เศร้าหมองไปเพราะถูกสังขารครอบงำ
จิตทุกข์ คือจิตยึดมั่นถือมั่นในสังขาร ซึ่งเกิดจากจิตหลงกระหายในสังขาร
การเจริญ ปัญญา ศีล สมาธิ (อริยมรรค8) เป็นเหตุให้ดับ เหตุแห่ง(จิต)ทุกข์
เป็นเหตุให้จิตไม่หลงติดสังขาร จิตไกลทุกข์ไกลจากสภาพเศร้าหมอง จิตจึงกลับเป็นสุขวิจิตรงดงามตามธรรมชาติแห่งจิต
ความเป็นสุขวิจิตรงดงามแห่งจิตนั้น แม้มีสังขารมาเกี่ยวข้องแต่เป็นธรรมที่ไม่ใช่สังขารไม่ใช่การปรุงแต่ง เพราะความสุขวิจิตรงดงามเป็นคุณสมบัติเป็นธรรมชาติจิตอยู่แล้ว
จิตที่ปราศจากความหลงในสังขารนั่นแหละคือนิโรธ
ความอยาก ความโลภ ต้องการมี ต้องการได้ ที่มากเกินความจำเป็นหรือต้องการและได้มาในทางที่ผิด ล้วนแต่เป็นเหตุแห่งทุกข์ครับ