ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้สภาพเศรษฐกิจของประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น และเทคโนโลยียังทำให้ประเทศมีการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ อีกด้วย แต่สำหรับประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในด้านต่างๆนั้น ในบางครั้งจำเป็นที่จะต้องได้รับเทคโนโลยีต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้วมาใช้ เนื่องจากเทคโนโลยีที่สำคัญๆมักจะต้องใช้เงินทุนและบุคลากรที่มีความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมา ฉะนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นที่จะต้องนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา จึงทำให้เกิด การถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ขึ้น
เมื่อกล่าวถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว หมายถึงการเคลื่อนย้ายวิทยาการจากที่แห่งหนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งซึ่งการเคลื่อนย้ายเทคโนโลยีเหล่านั้นอาจจะแฝงอยู่ในรูปของตำราทางวิชาการคู่มือการใช้งานการส่งบุคลากรไปศึกษาเล่าเรียนในต่างประเทศ ตลอดจนการซื้อเครื่องจักรมาใช้หรือพิมพ์เขียวเป็นต้นนอกจากนี้การถ่ายทอดเทคโนโลยียังมีความหมายรวมถึงการลงทุนของประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าไปสู่ประเทศที่มีเทคโนโลยีที่ด้อยกว่าการลงทุนดังกล่าวอาจจะเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติทั้งหมด(Direct Foreign Investment) หรือการลงทุนร่วม(Joint Venture) ระหว่างเงินทุนจากภายนอกและภายในประเทศโดยมีการทำสัญญารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการซื้อเครื่องจักรเข้ามาใช้งานเป็นต้น
ดังนั้นการที่ประเทศไทยจะมีการพัฒนาประเทศได้จำเป็นที่จะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากประเทศต่างๆที่พัฒนาแล้ว จึงพบว่าตัวแปรที่สำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาก็คือเทคโนโลยี ถือว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้ประเทศมีการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่นด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ฯลฯ
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งในลักษณะของกฎระเบียบการลงทุนระหว่างประเทศนั้นก็คือ กฎระเบียบสำหรับการลงทุนที่ได้เข้ามาในประเทศแล้ว หมายความว่าแม้นักลงทุนต่างชาติจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาลงทุนในประเทศแล้วก็ตามประเทศผู้รับการลงทุนก็ยังต้องการกำกับควบคุมการดำเนินธุรกิจและการประกอบกิจการของนักลงทุนต่างชาติแต่ความจำเป็นของการใช้กฎระเบียบลักษณะนี้มักจะเกิดจากความต้องการของประเทศผู้รับการลงทุนที่จะปกป้องผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจมากกว่าที่จะเป็นเหตุผลด้านอธิปไตยของรัฐอย่างเช่นในเรื่อง การบังคับให้ดำเนินการบางอย่าง (Performance requirements) เช่น บังคับใช้วัสดุการผลิตที่มีในประเทศการบังคับจ้างบุคลากรในประเทศการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลและให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นต้น
แต่อย่างไรก็ตามข้อตกลงระหว่างประเทศก็มักจะมีข้อจำกัดอย่างเช่นในความตกลงด้านการลงทุนในเอฟทีเอไทย-สหรัฐ ได้ห้ามประเทศคู่สัญญากำหนดเงื่อนไขในการดำเนินการบางอย่างจนส่งผลให้การลงทุนในไทยเป็นการลงทุนที่ขาดคุณภาพเป็นการลงทุนที่ไทยไม่อาจใช้นโยบายกำกับควบคุมและไทยจะไม่สามารถแสวงหาประโยชน์จากการลงทุนได้อย่างเต็มที่เหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะในข้อตกลงเอฟทีเอซึ่งถอดแบบมาจากข้อตกลงนาฟต้าได้ห้ามประเทศคู่สัญญากำหนดเงื่อนไขเหล่านั้นรวมทั้งการห้ามมิให้บังคับส่งออกห้ามบังคับใช้วัตถุดิบในประเทศห้ามควบคุมการส่งผลกำไรและเงินตราออกนอกประเทศและห้ามบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี แต่บางข้อตกลงระหว่างประเทศก็ไม่ได้มีข้อจำกัดในเรื่องดังกล่าวเช่น สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ (ตรงนี้เขียนเพิ่มได้มั้ยว่าเป็นสนธิสัญญาแบบไหน คืออธิบายเพิ่มก็ได้ เช่น เขียนต่อไปเลยว่า ซึ่งเป็นสนธิสัญญาไมตรีไม่มีบทบัญญัติที่ห้ามมิให้บังคับนักลงทุนให้ดำเนินการบางอย่าง (Performance requirements) ซึ่งหมายความว่านักลงทุนสามารถดำเนินการใดๆก็ได้อย่างอิสระ
จากที่กล่าวมาประเทศไทยจึงจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายเพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ที่จะไม่ทำให้ประเทศที่ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีมาให้ประเทศไทยต้องเสียเปรียบ ซึ่งกฎหมายหนึ่งก็คือ กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
อ้างอิง : การถ่ายทอดเทคโนโลยี / เอสแคป ; สุดา ศิริกุลวัฒนา แปลและเรียบเรียง. by สุดา ศิริกุลวัฒนา., คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก. กรุงเทพฯ : กองส่งเสริมเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, 2543-2544.