GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

shukur2003

มุสลิมกับความรักและการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์
มุสลิมกับความรักและการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์
 
ด้วยพระนามของอัลลอฮ. ผู้ทรงเมตตากรุณาเสมอ ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสดามูฮัมมัด และผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกท่าน
                
เนื่องในปีมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ภาครัฐและเอกชนได้มีดำริร่วมกันจัดงาน "เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี" ขึ้น ณ ที่ต่างๆ มากมายโดยเฉพาะสถานที่ราชการ ระหว่างวันที่ 26 พ.ค. - 11 มิ.ย. 2549 

มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะโดยสื่อสารมวลชนทุกแขนง หรือการเขียนป้าย และการติดสติ๊กเกอร์ "เรารักในหลวง" ดูดาษดื่น โดยเฉพาะหน่วยราชการ ต่างติดธงสัญลักษณ์เคียงคู่ธงชาติไทย ดูตระการตา ความจงรักภักดีที่คนไทยมีต่อในหลวงนั้น สุดจะประมาณได้

การทำโครงการและกิจกรรมต่างๆ มักมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง และที่สำคัญที่สุดในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ซึ่งเป็นวันมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จะมีการแสดงการเคารพภักดีในหลวงซึ่งจะมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธและพรามณ์มีคำถวายพระพรมากมายซึ่งอาจจะจะมีคำที่มุสลิมกล่าวแล้วอาจจะทำให้เกิดการตั้งภาคีต่อพระเจ้า หากมีข้าราชการท่านใดโดยเฉพาะมุสลิมไม่ปฏิบัติก็จะถูกกล่าวหาว่าไม่รักและเคารพภักดีต่อในหลวง เหตุการณ์เหล่านี้มักจะพบในหมู่ข้าราชการมุสลิมที่เคร่งครัดในจังหวัดชายแดนใต้

พระมหากรุณาธิคุณของในหลวงต่อมุสลิม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก พระองค์ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจต่างๆ อันเป็นประโยชน์โดยตรงแก่พสกนิกรของพระองค์โดยไม่ทรงถือความแตกต่างในด้านศาสนาแต่ประการใด

ทุกศาสนาในประเทศไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์โดยทัดเทียมกัน ทำให้ความรู้สึกกตัญญูของพสกนิกรทุกศาสนาที่มีต่อพระองค์ประหนึ่งความรู้สึกกตัญญูของลูกที่มีต่อพ่อ

ความแตกต่างทางศาสนาไม่ได้กร่อนทำลายความรู้สึกดังกล่าวแม้แต่น้อย ชนชาติไทยประกอบด้วยเชื้อชาติดังเดิมหลายเชื้อชาติ ซึ่งความแตกต่างทางประวัติศาสตร์แห่งชนชาติดังเดิมนั้นก็ไม่ได้บ่อนเซาะความรู้สึกจงรักภักดีต่อพระองค์เลย

ด้วยพระองค์ทรงมีพระจริยานุวัตรอันเปี่ยมล้นด้วยทศพิธราชธรรมซึ่งทรงแผ่ขยายไพศาลออกไปทั่วทุกสารทิศ ประดุจดังสายลมรำเพย เมื่อสัมผัสสิ่งใด ก็ยังความสดชื่นแก่สิ่งนั้นอย่างท่วมท้นเป็นอานุภาพที่ชำแรกสู่จิตวิญญาณของพสกนิกร สถิตอย่างถาวร มั่นคงไม่สั่นคลอน และแน่นแฟ้นไม่หวั่นไหว

พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์นั้น มิใช่เป็นเพียงนามธรรมที่หวังจำนรรจ์เพื่อความไพเราะทางภาษา แต่เป็นรูปธรรมที่สามารถสัมผัสได้นั้นคือพระกรณียกิจที่กำหนดเป็นโครงการแผนงานดังกล่าวมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน กระจายออกไปทั่วราชอาณาจักรปรากฏเป็นหลักฐานที่เด่นชัดเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก


โครงการในพระราชดำริที่ดำเนินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีพี่น้องมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ โครงการเหล่านั้นอำนวยประโยชน์โดยตรงแก่พี่น้องมุสลิม ด้วยมูลค่าทางวัตถุมหาศาล แต่มูลค่าทางจิตใจยิ่งใหญ่กว่ามากมาย


มุสลิมจำนวนมากที่ได้รับพระมหากรุณาทรงอุปถัมภ์โดยทางตรงไม่ว่าในด้านการรักษาพยาบาล การอาชีพ การศึกษา หรือการศาสนาก็ตาม  ทรงพระราชทานรางวัลครูสอนศาสนาดีเด่นทุกปี ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธิการ  ทรงพระราชทานรางวัลมัสยิดดีเด่นทุกปี ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทย  ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างมัสยิดหรือสมทบทุนก่อสร้างมัสยิดหลายแห่ง

ทรงมีพระราชดำริให้รัฐบาลจัดสร้างมัสยิดประจำจังหวัดต่างๆ 4 จังหวัด จนครบถ้วน นั้น คือ มัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานี มัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา มัสยิดกลางประจำจังหวัดสตูล และมัสยิดกลางประจำจังหวัดนราธิวาส

ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่นายต่วน สุวรรณศาสน์ อดีตจุฬาราชมนตรีอธิบายความหมายอัลกุรอ่านเป็นภาษาไทย  ทรงสนับสนุนให้รัฐบาลจัดงบประมาณก่อสร้างศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามในสมัยนายประเสริฐ มะหะหมัด อดีตจุฬาราชมนตรี


ทรงวางพระองค์เป็นกันเองกับพสกนิกรมุสลิมที่เข้าเฝ้าฯ และทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทุกคนเข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด ทรงมีพระราชปฏิสันฐานกับพสกนิกรที่เข้าเฝ้าฯอย่างสนิทสนมไม่ถือพระองค์ มุสลิมจำนวนไม่น้อยที่ได้รับพระมหากรุณา และไว้วางพระราชหฤทัยให้ทำงานสนองพระบรมราชโองการอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่องยาวนาน  ทรงสนใจศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและศึกษาวัฒนธรรมนั้นอย่างให้เกียรติ ทรงทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างตั้งพระทัยด้วยเวลาอันยาวนาน  ทรงศึกษาภาษามลายูท้องถิ่นจนทรงมีพระปรีชาสามารถสนทนากับชาวพื้นเมืองด้วยภาษาดังกล่าว จนบางครั้งทรงสัพยอกชาวเมืองด้วยภาษาของเขา จนเขาต้องหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตัน

ความสนิทสนมต่อพสกนิกรมุสลิมชาวภาคใต้ที่ทรงพระราชทานแก่พวกเขา ได้ทำให้ทำนบทางจิตใจที่ขวางกั้นด้วยวรรณะระหว่างพสกนิกรกับพระองค์พังทลาย จนพสกนิกรกล้าทักทายพระองค์ด้วยการตะโกนเรียกพระองค์ว่า "ในหลวง" และบางคนทักทายพระองค์ด้วยภาษามลายูว่า "ราญอ" เมื่อพระองค์ทรงได้ยินการทักทายอันบริสุทธิ์นั้น พระองค์ทรงพระราชดำเนินแหวกวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้าไปยังพสกนิกรที่ทักทายนั้นทันทีและทรงมีพระราชปฏิสันฐานกับเขาอย่างไม่ถือพระองค์ ท่ามกลางความตระหนักของเจ้าหน้าที่ที่อารักขาพระองค์

มุสลิมกับความรักและการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์

ในประเทศไทยมีพสกนิกรของท่านจากหลากหลายเชื้อชาติและศาสนา ดังนั้น การแสดงจงรักภักดีต่อพระองค์ทางกิริยาหรือวาจาจึงขึ้นอยู่กับหลักศาสนาและวัฒนธรรมของแต่ละคน ซึ่งอาจจะแตกต่างกัน อาจจะคล้ายกันหรือผิดแผกกันจนคนไม่เข้าใจ อาจจะตีความไปคนละอย่างแบบหน้ามือเป็นหลังมือก็เป็นได้  ตามหลักศาสนาอิสลาม ถือว่าการเคารพภักดีและนับถือเป็นคุณธรรมที่ดีของมนุษย์ทุกคน อันพึงมีต่อผู้มีพระคุณ เช่น ต่อพระมหากษัตริย์ ในฐานะเป็นประมุขของประเทศ ต่อพ่อแม่ในฐานะผู้ให้กำเนิด ต่อคุณครูในฐานะผู้ให้ความรู้และอื่นๆ มิใช่ในฐานะพระผู้เป็นเจ้าซึ่งในอิสลามถือว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกเอกองค์อัลลอฮฺ(อัลกุรอ่าน 2 : 255)

ซึ่งหลักการเคารพนับถือต่อพระเจ้านั้นจะต้องผนวกไปกับการกราบนมัสการต่อพระองค์ด้วย ซึ่งการแสดงความเคารพของมุสลิมต่อสิ่งอื่น หรือบุคคลด้วยการกราบจึงไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ท่านอดีตจุฬาราชมนตรีประเสริฐ  มะหะหมัดได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับการเคารพภักดีต่อพระบรมฉายาลักษณ์ พระมหากษัตริย์ของมุสลิมไว้ดังนี้
 
คำตอบจุฬาราชมนตรี เกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งในด้านศาสนาอิสลามถือเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้ทุกคนโดยเฉพาะข้าราชการนำเป็นคู่มือในการปฏิบัติอันจะนำไปสู่ความเข้าใจ (โปรดดูคำตอบจุฬาราชมนตรี เกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งในด้านศาสนาอิสลามจากการรวบรวมโดย ศอ.บต.)
 
ปัญหาที่ ๑๙       ปัญหาเรื่องการทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ การแสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพิธีการต่างๆ จะขัดต่อหลักการศาสนาอิสลามหรือไม่ ใคร่ขอทราบข้อเท็จจริงและความเห็น
คำตอบ              - การยืนตรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม
- การก้มศีรษะไม่ถึงขั้นรุกัวะ ถือเป็นการกระทำที่ไม่บังควร (มักรูฮ)
- การก้มศีรษะถึงขั้นรุกัวะ บางทัศนะว่าต้องห้าม(หะรอม) บางทัศนะว่าไม่บังควร(มักรูฮ)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบดี ถึงหลักการของศาสนาอิสลามในข้อนี้ดี เพราะพระองค์ทรงศึกษาหลักการศาสนาอิสลามอย่างกว้างขว้างลึกซึ้ง ทรงมีรับสั่งให้แก้ไขระเบียบที่ขัดกับหลักการอิสลาม สำหรับพสกนิกรมุสลิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาในขณะนั้น ได้เข้าเฝ้าฯเพื่อรับพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน(2540) โดยทรงมีรับสั่งให้ประธานรัฐสภาปฏิบัติตนให้ตรงตามหลักการศาสนา อันใดที่ขัดกับหลักการศาสนาอิสลาม ก็ไม่ต้องปฏิบัติ (สำนักจุฬาราชมนตรีน่าจะจัดทำคู่มือ หลักการปฏิบัติของข้าราชการมุสลิมเกี่ยวกับพระราชพิธีต่างๆ เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันและขจัดความขัดแย้ง)
จากตัวอย่างข้างต้น ทำให้เราได้ทราบว่า ในจิตใจของมุสลิม ถึงแม้ว่า การเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์แบบกราบนมัสการไม่ได้ แต่ความจงรักภักดีในพระองค์ท่านก็มีอย่างครบสมบูรณ์ไม่ได้แตกต่างไปจากคนศาสนาอื่น วัฒนธรรมอื่นที่แสดงความจงรักภักดีด้วยกราบนมัสการ ดังนั้น ข้าราชการต่างๆ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เชิญ ข้าราชการมุสลิม บรรดาโต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม และประชาชนมุสลิมในพระราชพิธีต่างๆ ควรคำนึงถึงข้อนี้ เพื่อขจัดปัญหาความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะแก่นแท้สาระของการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์ มิได้อยู่ที่การนมัสการ แต่อยู่ที่การประพฤติดีต่างหาก

ในพจนานุกรมไทย หน้า 285 ได้ให้ความหมายความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ไว้ว่า "ผูกใจรักด้วยความเคารพนับถือหรือรู้คุณอย่างยิ่ง" จากประโยคดังกล่าว เราสามารถให้ความหมายได้ดังนี้ กล่าวคือ
รัก หมายถึง มีจิตใจผูกพันด้วยความห่วงใย(พจนานุกรมหน้า 939)

เคารพ หมายถึง แสดงอาการนับถือ(พจนานุกรมหน้า 264)

นับถือ หมายถึง เชื่อถือยึดมั่น(พจนานุกรมหน้า 571)

ดังนั้น ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ จุดเริ่มต้นคือ การเริ่มด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ และแสดงเป็นภาคผลของการกระทำที่ตรงกับจิตใจ การแสดงความจงรักภักดีทางพิธีกรรมในวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่มีอย่างทั่วประเทศ การปฏิญานตนของคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้งต่อหน้าพระมหากษัตริย์จะไม่มีค่าใดๆ เลยหากการแสดงออกของบุคคลเหล่านั้นไม่ตรงกับใจ

การใส่เสื้อเหลืองแต่ภายนอกมิได้บ่งบอกว่าเขาผู้นั้นรักและเคารพภักดีต่อพระองค์หากเขาผู้นั้นยังคงทวนกระพระราชดำรัส หากเขาผู้นั้นไม่ตั้งอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต ชอบทุจริตคอร์รัปชั่นโกงกินทั้งตามน้ำและทวนน้ำ  ไม่รู้รักสามัคคีก่อความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน ย่อมเสื่อม ไม่ทำหน้าที่พลเมืองดี ไม่ตั้งอยู่ในความขยันหมั่นเพียร มีความเกียจคร้านเป็นเจ้าเรือน ย่อมเสื่อม

การให้สัมภาษณ์ทางวาจาของรัฐบาลและข้าราชการว่า จะน้อมรับกระแสพระราชดำรัส แต่ละครั้งจะไม่มีผลเช่นกัน หากนโยบายและการกระทำยังคงสวนทางกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง การแก้ปัญหาภาคใต้โดยสันติวิธี การไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง และอื่นๆ

นี้แหละ คือ แก่นแท้ของความรักและการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์
บทความทางรัฐศาสตร์
 
ติดประกาศ Friday 16 Jun 06@ SE Asia Standard Time โดย webmaster
 
เขียนโดย อับดุชชะกูร์ บิน ชาฟิอีย์ ดินอะ   


“...ทุกศาสนาในประเทศไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์โดยทัดเทียมกัน ทำให้ความรู้สึกกตัญญูของพสกนิกรทุกศาสนาที่มีต่อพระองค์ประหนึ่งความรู้สึกกตัญญูของลูกที่มีต่อพ่อ ...”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): วัฒนธรรมศึกษา
หมายเลขบันทึก: 39926
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)