เที่ยวพระราชวังฤดูร้อน เมืองจีน ต่อจากไปเที่ยวพระราชวังต้องห้าม ใจกลางเมืองปักกิ่ง ถัดมาไม่ไกลจากพระราชวังต้องห้าม จะเป็นจัตุรัสเทียนอันเหมิน นึงถึง 15 ปีที่แล้วที่คนจีนมาเรียกร้องประชาธิปไตย ถูกยิงตายหลายคน มีภาพท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ศพท่านอยู่ในโลงแก้วสูญญากาศ (1) ซึ่งเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงเช้า แต่ต้องเข้าแถวรอถึง 2 ชั่วโมง และได้ดูประมาณ 4 วินาที ท่านประธานเหมา เคยกล่าวตอนมีชีวิตอยู่ว่า ผู้หญิง คือผู้ที่เอามือแบกรับแผ่นฟ้าไว้ครึ่งหนึงต่อมาพาไปเที่ยวพระราชวังฤดูร้อน (2)ด้านหน้าจะมีรูปปั้นสิงโตอยู่ 2 ตัว มีลักษณะที่สังเกตุได้ว่าตัวไหนเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย ตัวทางขวาเป็นสิงโตเหยียบลูกโลก เป็นตัวผู้ เพราะเพศผู้จะดูแลสรรพสิ่งเหมือนดูแลโลก ส่วนด้านซ้ายจะเป็นสิงโตเล่นกับลูก ซึ่งเป็นตัวเมีย ตำหนักนี้เป็นที่พระนางซูสีไทเฮาใช้ว่าราชการ เพราะส่วนใหญ่วังใหญ่จะเป็นฮ่องเต้ว่าราชการ แต่ถ้ามาถึงตำหนักนี้จะไม่เป็นทางการมากนัก และพระนางก็จะมีบทบาทมากกว่าฮ่องเต้ ซึ่งพระนางมีบทบาทอยู่ถึง 48 ปี เกือบครึ่งศตวรรษ ด้านหน้าจะมีกิเลนอยู่หน้าตำหนักเพื่อปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย เครื่องทรงพระนางซูสีไทเฮา (3) รองเท้าจะเดินลำบาก เพราะเชื่อว่าผู้หญิงควรจะเดินก้าวเล็กๆ จะได้ตามผู้ชายไม่ทัน (4)โรงงิ้วสำหรับพระนางซูสีไทเฮา พระองค์ชอบดูงิ้วมาก ซึ่งสร้างไว้ถึง 3 ชั้น เพื่อเป็นการแสดงบารมี และบางทีก็จะเล่นพร้อมๆกัน (5)ทะเลสาบที่พระนางสั่งให้คนขุดขึ้น เพราะว่าชื่อก็บอกอยู่ว่าพระราชวังฤดูร้อน สร้างขึ้นเพื่อให้มีความเย็นขึ้น งบที่เค้าใช้ จริงๆแล้วต้องเอาไปให้ กองทัพเรือ ที่จะไปซื้ออาวุธต่อสู้ฝรั่งเศส และอังกฤษ แต่ถูกเอามาใช้ในการขุดทะเลสาป ทำให้แสนยานุภาพของกองทัพเรืออ่อนแอ รูปที่(6)ไม่เกี่ยวกับพระราชวังหรอกค่ะ พาไปเดิน China Town เมืองจีน แล้วที่เห็นคือ ปลาดาวทอด (น่ากินมั๊ยหล่ะคะ) มาจากรายการพิเศษที่คุณกฤษณะ และคุณแอนดรูว์ บิ๊กส์พาไปเที่ยวจ้า

เยือนนครหลวงโบราณ ซีอาน – เขาหัวซาน ตะลึงกับกองทัพนับหมื่นของฉินซีฮ่องเต้ ขอนำท่านเดินทางสู่แหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศจีนใจกลางที่ราบลุ่มแม่น้ำเหลือง ณ มณฑลส่านซี เยือน นครซีอาน อดีตราชธานีซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของการปกครองมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานกว่า 1,000 ปี แหล่งกำเนิดของการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมอันล้ำค่า แหล่งกำเนิดแห่งการวางรากฐานพระพุทธ-ศาสนาที่สำคัญ เที่ยวชม บ่อน้ำร้อนของพระสนมหยางกุ้ยเฟย กองทัพดินเผาอันเกรียงไกรรวมไปถึงกำแพงเมืองโบราณ ซึ่งเปรียบดั่งลมหายใจแห่งประวัติศาสตร์ ในเขตใจกลางเมืองซีอาน เมืองหลวงของมณฑลส่านซี ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น และรุ่งเรืองมากในสมัยราชวงศ์ถัง สถาปนาเป็นราชธานีในนามของนครซีอานซึ่งหมายถึง สันติภาพแห่งสวรรค์ ที่พักในเมืองนี้น่าจะเป็น โรงแรม JIANGUO HOTEL สะดวกสบาย ซีอาน – สุสานฉินซีฮ่องเต้ – บ่อน้ำร้อนหัวชิง – หัวซาน เดินทางสู่ สุสานทหารฉินซีฮ่องเต้ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองซีอาน ในเขตตำบลหลินถง ห่างจากเมืองซีอานประมาณ 35 กิโลเมตร บริเวณเชิงผาหลีซาน ค.ศ. 1974 กลุ่มชาวนาซึ่งมาทำงานขุดบ่อน้ำได้ขุดพบรูปม้าและรูปขุนศึกขนาดเท่าของจริง ต่อมานักโบราณคดีได้ทำการขุนค้นขึ้นมาจากสุสานได้อีกราว 7,000 ชิ้น และได้แสดงไว้ในหอนิทรรศการ ทางด้านบนของพื้นที่ได้ขุดพบรูปปั้นถูกจัดวางไว้ในลักษณะกองทัพเตรียม ออกศึกยืนเรียงหน้ากระดาน แถวละ 11 นาย โดยขนาดเท่ากันหมด สูง 5 ฟุต 6 นิ้ว แต่หน้าตาล้วนแตกต่างกันทั้งสิ้น นำชมหอกลางของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโครงสร้างจำลองของเมืองสุสาน อีกด้านจัดแสดงรูปสัมฤทธิ์จำลองของม้าศึกและสารถีจากสมัยฉินที่ยิ่งใหญ่สำหรับฝั่งหุ่นกองทัพทหารฉินซีฮ่องเต้มีทั้งหมด 3 หลุม ขุดได้หุ่นรูปต่าง ๆ นับหมื่นชิ้น พร้อมชมภาพยนต์จอยักษ์ 360 องศา ซึ่งฉายสารคดีเกี่ยวกับเรื่องราวของสุสาน นำท่านชม “บ่อน้ำร้อนหัวชิงฉือ” ชมความงดงามของสวนดอกไม้นานาพันธุ์และบ่อน้ำร้อนนี้เคยเป็นที่สรงน้ำของพระสนมเอกหยางกุ้ยเฟยหนึ่งในสี่หญิงงามในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน มีชื่อเสียงอย่างยิ่งใหญ่สมัยของจักรพรรดิฉวนจงแห่งราชวงศ์ถัง พระองค์โปรดให้สร้างบ่อสำหรับอาบน้ำร้อน ชมศาลาอรุณรุ่ง ศาลาอัศดงและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและสำราญ พระทัยของพระองค์และพระสนมหยางกุ้ยเฟย ให้ท่านเก็บบันทึกภาพความสวยงามของบ่อน้ำร้อนในมุมมองที่แตกต่าง สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ หัวซาน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เขาหัวซาน – ซีอาน โดยสารรถโค้ชสู่ เขาหัวซาน นำท่านนั่งกระเช้าขึ้นสู่จุดชมวิวภูเขาหัวซาน ซึ่งประกอบด้วยภูเขาที่สำคัญ 5 ลูก ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก โดยโอบล้อมเขาเทพธิดา ไว้ตรงกลาง เมื่อมองจากพื้นที่สูงภูเขาทั้ง 5 ลูกนี้จะมีลักษณะเหมือนดอกบัวที่เบ่งบานอยู่ท่ามกลางสรวงสรรค์ ภูเขาทางด้านทิศใต้สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,160.5 เมตร มีชื่อเรียกว่า เขาเหลียนฮัว ซึ่งเป็นที่มาของเทพนิยาย โคมวิเศษเจ้าแม่หัวซาน บริเวณพื้นที่โดยรอบประกอบด้วยแนวเทือกเขาที่สูงชัน เชื่อมต่อลูกภูเขาลูกหนึ่งไปยังภูเขาอีกลูกหนึ่ง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น สิงโต เสือดำ มังกรเทา ปลาบิน และยังมีแอ่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ป่าไม้ รวมถึงจุดชมทัศนียภาพที่งดงามตระการตาต่าง ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้บริเวณโดยรอบเขาหัวซานยังเป็นที่ตั้งของวัดแห่งลัทธิเต๋าที่สำคัญที่สุดของจีนและใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนต์หลายต่อหลายครั้ง ชม สุสานเฉียนหลิง ซึ่งเป็นหลุมฝังพระศพของจักรพรรดิ์เกาจงและพระมเหสีอู่เจ๋อเทียนแห่งราชวงศ์ถังที่ตกแต่งไว้ได้อย่างสวยงามเหมือนวังใต้ดินที่ปักกิ่ง เดินทางสู่วัดฝาเหมินซื่อ ซึ่งเป็นวัดหลวงที่ใหญ่ใช้ในการประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ของจักรพรรดิ์ เช่น พิธีบวช พิธีเรียกขวัญ ชมพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของล้ำค่าของราชวงศ์ในสมัยต่าง ๆ ที่หาค่ามิได้ เพียงชมเฉพาะของมีค่าที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์นี้ก็คุ้มค่ากับการท่องเที่ยว ซึ่งภายในยังมีพระธาตุเขี้ยวแก้ว พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งครั้งหนึ่งได้เคยนำมาให้ชาวไทยได้สักการะ ณ พุทธมณฑล เมื่อปี พ.ศ. 2535 เจดีย์ห่านป่าใหญ่ หรือ ต้าเยี่ยนถ่า สถานที่ที่พระถังซำจั๋งใช้ในการแปลคัมภีร์พระไตรปิฎก หลังจากที่ท่านได้เดินทางกลับมาจากประเทศอินเดีย ตามประวัติที่จดบันทึกกล่าวกันว่า เคยมีฝูงห่านป่าบินผ่านมาแล้วมีห่านป่าตัวหนึ่ง พลัดฝูงปีกหักตกตายที่นี่ ผู้ออกบวชบำเพ็ญที่พำนักอยู่ที่นี่ประหลาดใจและเข้าใจว่า ห่านป่านี้คือพระโพธิสัตว์ จึงได้ก่อเจดีย์เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ห่านป่าดังกล่าว โดยเจดีย์องค์นี้มีความสูงถึง 64 เมตร และถือเป็นเจดีย์ก่ออิฐที่มีรูปทรงคล้ายหอสูงตามแบบฉบับของศิลปะการก่อสร้างของจีน นำท่านชมแนวกำแพงเมืองและคูเมืองโบราณ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงและได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบันนับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีอายุการใช้งานมายาวนาน กว่า 500 ปี ผ่านชม หอระฆังโบราณ ซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น สูง 36 เมตรชั้นล่างก่อเป็นผนังอิฐและประตูทางเข้าชั้นที่สองและชั้นที่สามเป็นเครื่องใม้หลังคามุงด้วยกระเบืองเคลือบ สร้างขึ้นในปีที่ 17 แห่งการครองราชย์ของ พระจักรพรรดิหงหวู่ (จูหยวนจาง) ซึ่งเป็นพระจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หมิงจากนั้นนำท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย