ก่อนการประชุม

ท้าวความก่อนว่า ระหว่างการเตรียมการ     ของวันแรกช่วงบ่าย เป็นช่วงที่ทีมเตรียมการประชุมจะหนักใจมากกว่าช่วงอื่นๆในการหาวิทยากร เพราะจากการสำรวจรพชุมชนออกมาว่าต้องการเรื่อง  การดูแลผู้ป่วยวัยรุ่นและผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ   ได้ทาบทามวิทยากร 3 ท่านก็ปรากฏว่าคุณอุ๊ย ชุติมา กลุ่มเราเข้าใจ และคุณน้ำผึ้ง แอกเซส ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ การทำงานมากกับเด็กวัยรุ่นและเด็กด้อยโอกาส ทั้ง 2   ท่าน คงมาไม่ได้   

นึกสภาพวันจริงในตอนนั้น  ก็ให้ร้อนใจยิ่ง  บนเวทีจะมีเพียงจิตแพทย์ผู้เชียวชาญเด็ก(คุณหมอพัชราพร) 1 คน และคุณอำนวย (รวิวรรณ)1 คน ถ้ามันจะไม่ได้การ  หมอพัชอาจโดนซักติดมุม หรือรวิวรรณเองคงไม่ค่อยจะเป็นสุขเพราะกังวลว่า  ผู้ป่วยตัวอย่างก็เป็นปัญหาทางด้านจิตใจรายหินๆทั้งนั้น ที่อยู่ในความดูแลและเรายังจัดการปัญหาไม่ได้   

ทันใด คุณหมอจิ๋ม ผู้ชำนาญโรคเลือดเด็กก็เดินมาคุย ว่ามีเพื่อนของคุณหมอจักรีที่คลินิกติดกับหมอจิ๋ม ชื่อ  คุณแก้ว เธออยากมาช่วยเด็กที่มีเชื้อเอดส์ที่เชียงราย  กะจะมาทำกลุ่มให้เด็กเพราะทราบว่ามีหลายคน ตอนนี้เธอดูแลเด็ก หาทุนค่ายาให้เด็กมีเชื้อที่บ้านเกรด้า ลพบุรี ประมาณ 70 คน    คุณหมอจักรียังกรุณาฝากหนังสือ ที่คุณแก้วเขียน เรื่อง เอดส์ไดอารี่ มาให้ด้วย ตั้ง 2 เล่ม 

แวบแรกของวาบความคิดขึ้นมาทันที  คนนี้แหละที่จะมาเปิดมุมมองใหม่ให้คนฟังในห้องประชุม   ต้องน่าสนใจแน่ๆ  ก็เลยโทรขอเบอร์คุยกับคุณแก้ว กลับบ้านนั่งอ่านหนังสือที่เธอเขียนก็ ใช่เลยละ แถมลูกหมอรวิวรรณทั้ง 3 ยังรู้จักคุณแก้วดี  ทุกคนว่าพี่แก้วเขาดังมาก  คนเล็กบอกว่าเคยมาที่ โรงเรียนหนูด้วย แต่หนูไม่ได้ฟังหรอกเพราะคนแย่งเข้าฟังแน่นเต็มห้องประชุม ไม่มีที่เลย  เออ มหัศจรรย์ จริง เราขาดวิทยากร  กำลังกังวล กำลังต้องการ เธอก็มาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย สอง สามวันก่อนวันจริงก็ได้รับข่าว ว่าทั้งผึ้งทั้งอุ๊ยมาได้ทั้งคู่ โอย ต้องสนุกแน่นอน  

พอวันจริง( 18 กค 49)พบว่า การเพิ่มทักษะให้ทีมจากทั้ง  16 โรงพยาบาล ในด้าน วัยรุ่น และจิตใจ เป็น ช่วงที่คนเต็มห้องประชุมและน่าสนใจที่สุด วิทยากรนั่งเต็มเวที ความสามารถวิทยากร สุดยอด โยนลูกรับลูก เปิดประเด็น ให้ข้อมูลให้ตัวอย่าง ผู้ฟังซักถามมาก ลปรรมาก ฟังอย่างมีสมาธิกันทั่ว คึกคักและประสาทตื่น(ตาโตมองเป๋งกันทุกคน  ไม่มีใครง่วง หาวหรือแม้แต่ทำท่าเบื่อ)

  สิ่งที่ตัวเองชอบและจับประเด็นได้คือ 

  • เราจะไม่ขู่เด็กว่า  จะไม่รัก ไม่ให้เอาความรักมาต่อรองกับเด็ก การบอกว่าไม่รักเป็นการทำร้ายจิตใจเด็กมาก เด็กต้องรู้ว่ามีคนรักเขามั่นใจในความรัก  จึงจะเติบโตเป็นคนดี รู้สึกว่าตัวมีค่าได้
 
  • เราเป็นผู้ช่วย เป็นที่ปรึกษาไม่ใช่คนแก้ปัญหา เด็ก 15 ปี ถูกบอกว่ายาต้านไวรัสที่กินเป็นยาเสริมความงาม เด็กแอบรู้ขณะอายุ 13 ปีแล้ว รู้ได้อย่างไร และเด็กรู้สึกอย่างไร พ่อแม่ตาย ต้องมาอยู่กับยายเด็กรับรู้การเสียชีวิตของพ่อแม่อย่างไร มีความรู้สึกกับการสูญเสียนั้นอย่างไร ผู้ดูแลคิดอย่างไร เขากังวลอะไรอยู่ ทำไมญาติกังวลมากและห้ามหมอไม่ให้บอกเด็กว่าเป็นอะไร
 
  • หนูมีเชื้อเนี่ยนะ หนูต้องเก่งและต้องแกร่งกว่าคนอื่นอีก 10 เท่า ต้องกินยาให้แข็งแรง ต้องไปโรงเรียน ต้องเรียนให้ได้ และให้ดีกว่าคนอื่นๆ ต้องสู้ หนูจึงจะอยู่ได้
 
  • ให้เด็กมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ คิดด้วยกัน วางแผนอนาคตด้วยกัน ไม่ประมาทความสามารถเขา ไว้ใจเขา เด็กจะทำในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้  เด็ก ป 5 ที่ดูแลแม่พิการ แถมยังไปล้างจาน แลกอาหารมาเลี้ยงแม่อีก
 
  • เราได้แต่ให้เกียรติให้ความรัก ให้โอกาสอีกครั้งและอีกครั้ง และอีก........ครั้ง
 
  • เด็กเริ่มวัยสาวไปป้วนเปี้ยนในวงเหล้ากับลุงที่กินเหล้าเป็นอาจิณ กรณีนี้รีบด่วน เด็กกอดลุงไม่ใช่แค่กอด มันมีนมมีเนิม เต็มไปหมด แถมยังชอบไปนอนกับลุงอีก คงต้องเอาเด็กมาคุย เลย ว่าหนูโตละนะไม่ควรนอนกับใครแล้ว แยกห้องได้แล้ว ถ้าจะนอนต้องเป็นป้าหรือย่า  แต่ระวังอย่าไปโจมตีลุง เด็กก็จะยิ่งต่อต้าน
 
  • ตัวอย่างเด็กชาย อมจู๋น้อง คุณแม่ตกใจพาน้องมาตรวจ กลัวว่าจู๋จะอักเสบ แทนที่จะตกใจว่าพี่ ทำอนาจาร และล่วงละเมิดน้อง

  ตอนสรุป ในฐานะคุณอำนวย ได้ บอกที่ประชุมว่าการประชุมช่วงนี้ มีสิ่งเกินคาดเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่เตรียมการจนมาถึงวันจริง ตั้งแต่ผู้เข้าประชุม 80 กว่าคนที่ตาจ้องเป๋งที่เวที  จนถึงวิทยากรผู้รู้ทั้ง 4 ท่านที่ให้ข้อมูลอัดแน่น ราวกับการดูการเล่นละครโรงใหญ่มืออาชีพที่ซักซ้อมกันมาอย่างดี แสดงพลิ้วตามบทบาทที่สอดคล้องกันลามลงมาจากเวทีถึงผู้ฟัง ไม่เรียกว่า มหัศจรรย์    ไม่ได้แล้ววววว  

จบวันแรก อย่างมีความสุข และได้ความรู้ความประทับใจถ้วนหน้า

พรุ่งนี้วันที่ 2 เราจะได้เรียน ทฤษฎีใหม่ๆเรื่องการให้ยา ปรับยา กรณีมีผลข้างเคียง การเปลี่ยนยาถ้าเกิดดื้อยา ในตอนเช้าโดย อธันยวีร์   และตอนบ่ายจะได้เรียนรู้ 2 กรณีผู้ป่วยปัญหา จาก 4 มุมมอง (หมอเด็กชร  พญ เยาวลักษณ์, นพจุลพงศ์ พร้อมด้วย อ ธันยวีร์ จาก เชียงใหม่ และคุณหมอจิ๋ม ศรัญญาผู้ชำนาญโรคเลือดในเด็ก)   กรณีแรกผู้ป่วยน้องไก่ 12 ปี ที่มีปัญหาหอบเหนื่อย ปอดไม่ดีนอนรพหลังเริ่มยา รวม 8 ครั้งทั้งที่ได้ยารักษามา 1 ปี 8 เดือนแล้ว  กรณี 2 น้องธง  เด็กเล็กที่มีอาการโรคเอดส์เร็วมากตั้งแต่อายุ 3 เดือนและต้องรีบให้ยาต้านไวรัสเร็วตั้งแต่ตอนอายุ 5 เดือน น้องมีการตอบสนองด้านน้ำหนักการเติบโตดีขึ้นมาก แต่ต้องเติมเลือดทุก 2-3 อาทิตย์ทั้งที่ให้ยาต้านไวรัสมา 7-8 เดือนแล้ว  

ได้ สรุป AAR ตอน 1500 เรากำหนดตัวคุณอำนวยและคุณลิขิต 3 ชุดให้ทำงานเลยโดยใช้เอกสาร แนะนำบทบาท คุณอำนวย และ คุณลิขิต ประจำกลุ่มใน KM  ที่ อ วัลลา ตันทโยทัย ได้ กรุณาส่งมอบให้ (ขอขอบพระคุณมาณ ที่นี้)    

 แล้วจะนำผลสรุป AAR มาให้ดู  โปรดติดตามต่อไปค่ะ