เช้าวันที่ ๑๗ ส.ค. ๕๓ คุณธวัชมาขอความเห็นเกี่ยวกับวิธีออกแบบ KM ใน พอช. และภาคีในพื้นที่

 

          ผมให้ความเห็นว่า ต้องตีโจทย์ให้แตกก่อน ว่าต้องการใช้ KM ทำอะไร   เพื่อสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน  หรือเพื่อสร้างความเข้าแข็งของชุมชน    สองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน นำไปสู่การออกแบบการประยุกต์ KM ที่ต่างกัน 

 

          ผมบอกว่า เป้าหมายที่แน่นอนอย่างหนึ่งคือการสร้างความมั่นใจในตนเองของคนในชุมชน   ซึ่งเขาทำกันอยู่แล้วในหลากหลายกิจกรรม   KM ควรเข้าไปเสริม   โดยคิดกระโดดไปที่กิจกรรมสุดท้ายคือ ประกวดเรียงความ (storytelling) กิจกรรมแสดงความเข้มแข็งของชุมชนของตน ในเยาวชน ๔ ระดับ คือ นักเรียนระดับประถม  มัธยมต้น  มัธยมปลาย และอุดมศึกษา

 

          เรียงความที่ได้รับรางวัล จะได้ลงใน นสพ. ฉบับวันอาทิตย์ โดยมี นสพ. เข้าร่วม ๓ ฉบับทุกสัปดาห์ตลอดปี   ลงฉบับละเรื่อง   แต่ละปีจะมีเรียงความเรื่องเล่าของเด็กลง นสพ. ๑๕๐ เรื่อง   ให้รางวัลเรื่องละ ๑,๐๐๐ บาท   ใช้เงินปีละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท   มีค่าใช้จ่ายในการจัดการอีก ๑๕๐,๐๐๐ บาท   เงินก้อนนี้ขอจากบางแหล่งทุนได้สบาย   เพราะเท่ากับเป็นการพัฒนาเยาวชนไปในตัว 

 

          ทั้งหมดนั้นคือการออกแบบการจัดการความรู้แนวหนึ่ง

 

          คณะกรรมการตัดสินคัดเลือกเรื่องเล่า จะไม่เป็นเพียงผู้ตัดสิน   แต่จะเป็นคณะจัดการความรู้   ซึ่งบอกแค่นี้ทีม สคส. เอาไปคิดต่อและสร้างสรรค์วิธีการได้หลากหลายแบบ

 

          โดยไม่ต้องเอ่ยถึงการจัด KM Workshop ให้ผู้นำในองค์กรชุมชนรู้จัก KM   จัด workshop สร้างคุณอำนวย ฯลฯ   ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานอยู่แล้ว

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๗ ส.ค. ๕๓