นับตั้งแต่มีมนุษย์อยู่บนพื้นภิภพนี้มีความจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนั่นคือ ความจริงที่ว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ" ซึ่งเหล่าบรรดานบี (ศาสดา)นับแต่คนแรกคือท่านนบีอาดัม อะลัยฮิสสะลาม จนถึงนบีคนสุดท้ายคือท่านนบีมุหัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ได้ประกาศสารนี้ต่อเหล่ามวลมนุษย์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
แม้เบื้องหน้ายุคไฮเทคโนโลยีอย่างปัจจุบันความจริงนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และคำประกาศนี้ได้ถูกใช้เพื่อยืนยันความศรัทธาของผู้จะเข้ารับอิสลามคนแล้วคนเล่า
"ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ" หรือในภาษาอาหรับคำนี้อ่านว่า "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ" เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้มนุษย์คนนั้นมี "สิทธิ" ได้เข้าไปในสวนสวรรค์อันนิรันดร์ ทั้งนี้ผู้ที่มิสิทธินั้นจะต้องทำและไม่ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดตามบทบัญญัติต่างๆที่ปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอาน และโดยที่ผู้มีสิทธินั้นจะต้องไม่ "ตั้งสิ่งหนึ่งสิ่งใด" เป็น "ภาคีร่วมกับอัลลอฮฺ" ตลอดชีวิตของเขาหรือเธอ นี่คือความจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงนั้น
และในฐานะที่ท่านนบีมุหัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ได้รับเลือกให้เป็น "คอตะมันนะบียีน" หรือนบีท่านสุดท้ายและหลังจากท่านจะไม่มีนบีอีกแล้ว
นี่คือความจริงอีกส่วนหนึ่งที่ได้ถูกทำให้เป็นส่วนที่สองของคำประกาศยืนยันหรือ "ชะฮะดะตัยน์" หรือ "คำปฏิญาณตน" ที่ผู้ศรัทธา (ทั้งเก่าและใหม่) จะต้องรักษาตนเอง ครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องตามบริบทของฐานะ ตำแหน่ง หน้าที่ และอื่นๆให้อยู่ในกรอบและเจตนารมณ์ของคำปฏิญาณดังกล่าว ส่วนที่สองนี้คือ "มุหัมมัดคือรอซูล (ศาสนทูต) ของอัลลอฮฺ" หรือในภาษาอาหรับอ่านว่า "มุหัมมัด รอซูลุลลอฮฺ"
นบีมุหัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ได้ถูกส่งมาเป็น "แบบอย่างมาตรฐาน" แก่เหล่าศรัทธาชนในทุกยุคสมัยตลอดไปจนถึงวันสิ้นโลก นี่คือส่วนสำคัญที่ผู้ยอมรับ "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ : ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ" จะต้องยอมรับ "มุหัมมัด รอซูลุลลอฮฺ : มุหัมมัดคือศาสนทูตของอัลลอฮฺ" ด้วย และผู้สรัทธาจะต้องปฏิบัติตนตามแบบ อย่าง หรือ "ซุนนะห์" ของท่านนบีมุหัมมัดในด้านต่างๆ
และอัลลอฮฺได้กล่าวไว้ในอัลกุรอานความว่า
"และเรามิได้ส่งเจ้า (มุหัมมัด) มาเพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย" [21.107]
ซึ่งนับแต่อดีตจนปัจจุบันบรรดาผู้ศรัทธาก็ได้ดำเนินตามแบบอย่างนี้มาอย่างต่อเนื่อง