เล่าเรื่องชีวิตก่อนเป็นครู เมื่อครั้งที่เราเรียนจบครูใหม่ ๆ ยังสอบบรรจุไม่ได้ต้องทำงานที่บ้านช่วยคุณแม่และน้อง ๆทุกอย่างเหตุก็เพราะเราเป็นลูกชาวนา แต่เราก็ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกชาวนาของคุณพ่อคุณแม่ ไม่อย่างจะไม่มีประสบการณ์ในการทำนาโดยตรงเลยเคยคิดว่าจะไม่เรียนหนังสือเพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่ลำบากหาเงินส่งเรียนแต่มาคิดอีกที่ไม่ใช่แล้วเพราะคุณพ่อเคยบอกว่าพ่อแม่ลำบากแล้วไม่อยากให้ลูกลำบาก ถึงจะไม่หรือลำบากอย่างไรหากลูกตั้งใจเรียนก็จะหาเงินส่งให้เรียนจบมีงานทำ และต้องการให้ลูกเป็นครู แต่ตัวเราเองยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดีในที่สุดก็ต้องมาเรียนครูและได้เป็นครูจริง ๆ แต่ก่อนน่านั้นเคยมีอาสาสมัครของกรมพัฒนาชุมชน ได้แนะนำให้ไปสมัครสอบเป็นครูอาสาของกรมการศึกษานอกโรงเรียน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดขอนแก่น และสอบได้เป็นครูอาสา ในปี 2529 สอนผู้ที่ไม่รู้หนังสือในชุมชนและหมู่บ้านทีได้ไปสำรวจข้อมูลและมีข้อมูลผู้ที่ไม่รู้หนังสือเป็นจำนวนมาก ครั้งแรกก็สอบอยู่ประจำหมู่บ้าน ในอำเภอที่มีปัญหาเร่งด่วนในสมัยนั้น และได้ขยายเครือข่ายออกไปทุกอำเภอและรับสมัครูอาสาเพิ่มขึ้นจนเต็มพื้นที่เป้าหมายในขณะนั้น เป็นครูอาสาจนถึง ปี 2532 ในระหว่างนี้ได้สมัครเรียนทางไกลกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชา การศึกษานอกระบบ เรียนยังไม่จบทำงานไปด้วย และได้ไปสมัครสอบบรรจุครูในตำแหน่ง ครู 2 ระดับ 2 ที่จังหวัดชัยภูมิได้ลำดับที่ 22 ก็เรียนบรรจุไม่ถึง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อปี 2530 สอบได้ลำดับที่ 252 จากคนสอบ หมื่นกว่าคน ไม่คิดว่าจะได้เป็นครูแล้ว หลังจากนั้นก้ได้ไปสมัครสอบเข้าทำงานกับองค์การนานาชาติเพื่อร่วมกันพัฒนาทงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัฒนามีลักษณะคล้ายกับพัฒนากรนั้นเอง สอบได้ก็ลยต้องลาออกจากครูอาสา ทำงานกับองค์การนานาชาติ หรือที่เรียกว่า plan ขอนแก่น หน่วยงานนี้จะเข้ามาในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ และสาขาที่ขอนแก่น สารคาม และอุดร จะเห็นว่าการทำงานกับองค์การนานาชาตินี้สนุกกับงานและจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลครอบครัวในเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัวให้คุณแม่ทุกอย่างจนกระทั้งน้อง ๆหลายคนได้แต่งงานมีครอบครัว และในช่วงที่ทำงานกับองค์การนานาชาติเราจะได้รับสวัสดิการทุกอย่างในการทำงาน เช่น ค่ารักษาพยายาบาล ค่าเช่าบ้าน รถมอเตอร์ไซด์คนละ 1 คัน พร้อมค่านำมันรถประจำเดือน ตลอกทั้งค่าซ่อมบำรุงรักษา ค่าเบี้ยเลี้ยงประจำเดือน และเงินก็สูงในขณะนั้นถ้าเทียบกับหน่วยงานของรัฐ เรามีหน้าที่ทำงานให้ดีที่สุด และในระหว่างนั้นทางสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ได้เรียกบรรจุครูถึงคุณแม่โทรศัพท์ให้ลาออกจากงานเพื่อที่จะได้มาเป็นครูตามความตั้งใจของคุณพ่อคุณแม่ แต่ตัวเองยังไม่อยากเป็นครูด้วยเหตุที่ว่ากำลังสนุกกับงานและสวัสดิการดีด้วย แต่พอมาคิดอีกทีก็ส่งสารคุณแม่ก็เลยตัดสินใจมาเป็นครูลาออกจากงาน ในยขณะนั้นเงิน 22,820 บาท มารับเงินเดือนครู 3,400 บาท ไม่มีค่าครองชีพ จึงได้เป็นครูที่อำเภอละหานทราย เป็นโรงเรียนเสี่ยงภัยในเขตพ้นที่ชายแดนเขมร ตั้ง 7 มกราคม 2534 เป็นต้นมา
ประสบการณ์ชีวิต 2
ชีวิตก่อนเป็นครู
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
PHATCHA · 26 ก.ย. 2553
วาริน · 26 ก.ย. 2553
นาย สุทิน แก้วพล · 26 ก.ย. 2553
สาลิณี ศิริรัตน์ · 26 ก.ย. 2553
เปมิกา ชื่นอารมณ์ · 26 ก.ย. 2553
ฉัตรชัย ชูศิริ · 26 ก.ย. 2553
beyondKM · 26 ก.ย. 2553