เมื่ออยู่ไปสักพักก็เริ่มหัดกินแป้งทอดแบบอินเดียที่มีให้เลือกหลายอย่าง คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก โรตี แบบที่เป็นของหวาน คือ แป้งสาลีเป็นแผ่นทอดกรอบโรยหน้าด้วยน้ำตาลทรายและนมข้น แต่ที่อินเดียไม่เห็นโรตีอย่างที่ขายกันในบ้านเรา

ตอนแรกที่ไปถึงอินเดียใหม่ๆ  ดิฉันไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับอาหารอินเดียเท่าไรนัก   ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินเข้าร้านอาหารและสั่งข้าวผัดไข่หรือข้าวผัดไก่มากิน  ซึ่งข้าวผัดแบบจีนที่อินเดียนี้รสชาติใช้ได้ทีเดียว ผัดค่อนข้างแห้งและรสชาติเข้มข้นแบบไม่ต้องปรุงอะไรเลย  ราคาก็ไม่แพงถ้าเทียบกับปริมาณ  แต่เมื่ออยู่ไปสักพักก็เริ่มหัดกินแป้งทอดแบบอินเดียที่มีให้เลือกหลายอย่าง  คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก โรตี แบบที่เป็นของหวาน คือ แป้งสาลีเป็นแผ่นทอดกรอบโรยหน้าด้วยน้ำตาลทรายและนมข้น   แต่ที่อินเดียไม่เห็นโรตีอย่างที่ขายกันในบ้านเรา     มีแต่แป้งสาลีที่นำมานวดและทำเป็นแผ่น ทอดด้วยเนยหรือน้ำมันเล็กน้อยในกระทะเหล็กแบน ๆ  เรียกว่า  จาปาตี  เวลากินก็ฉีกจิ้มกับอาหารคาวชนิดต่าง ๆ คือ  แกงไก่ แกงกระหรี่   หรือ ผัดผักต่าง ๆ  และมีแป้งข้าวจ้าวย่างไฟในโอ่ง ( คล้ายแป้งจี่ ที่เมื่อเหลือแป้งทำขนมจีน ผู้ใหญ่ก็จะนำไปย่างไฟให้เด็ก ๆ กิน แบบที่เคยเห็นที่สุพรรณ ฯ )  เรียกว่า นาน  ที่ตามร้านอาหารจะเป็นเมนูคู่กับ ไก่หมักเครื่องเทศย่างในโอ่งดินเผาที่เรียกว่า Tandori   เสิร์ฟพร้อมหอมแขกซอยบีบมะนาวโรยหน้าด้วยพริกไทย    นอกจากนั้นก็มีแป้งทอดแบบอื่น ๆ เช่น แป้งแบบเดียวกับจาปาตี หากทอดในน้ำมันจนพอง เรียกว่า ปุรี   ใช้กินจิ้มกับอาคารคาวแบบจาปาตี      

ดูเหมือนว่าวัฒนธรรมการกินแป้งทอดโดยเฉพาะที่ทำจากแป้งสาลีนี้จะเป็นที่นิยมในอินเดียตอนเหนือ   คนในรัฐกุจราตส่วนใหญ่ เป็นมังสวิรัติ จึงนิยมกินจาปาตีกับ ผัดผักใส่เครื่องเทศ  แล้วตบท้ายด้วยข้าวที่หุงใส่ใบกระวาน ? ราดด้วยซุปถั่วข้น ที่เรียกว่า ดาล   ส่วนอินเดียตอนใต้นิยมกินข้าวและแป้งข้าวเจ้ามากกว่า  ทั้งยังใช้มะพร้าวในการทำอาหารคล้ายกับคนไทย  อาหารอินเดียใต้ที่ขายกันทั่วไป  คือ โดซา  หน้าตาคล้ายขนมเบื้อง แต่แผ่นใหญ่มาก มีไส้ทำจากมันฝรั่งผัดกับเครื่องเทศ    และ อิตลี่ ที่รูปร่างคล้ายขนมตาลนึ่งแต่ทำจากแป้งสีขาว  กินกับน้ำจิ้มทำจากมะพร้าวผสมเครื่องเทศ 

การกินโดยใช้มือเปิบยังเป็นธรรมเนียมปกติของคนอินเดีย   ในร้านอาหารก็ใช้มือเช่นกัน   บางร้านอาจมีชามแสตนเลสใส่น้ำอุ่นและมะนาวฝานมาให้ล้างมือ   ธรรมเนียมแบบนี้คล้ายกับคนไทยสมัยก่อนจึงไม่แปลกที่ดิฉันจะเข้าใจได้ในทันที    ต่างไปจากเพื่อนเกาหลีที่ไม่คุ้นเคย  จึงยกขึ้นดื่มเพราะเข้าใจไปว่าเป็นน้ำมะนาวแบบอินเดียสำหรับดื่มหลังมื้ออาหาร