นายวราเทพ รัตนากร รมช.คลัง เปิดเผยว่า จากปัญหาการล่าช้าในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณประจำปี 2550 จะส่งผลให้การจัดสรรเงินถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ได้สัดส่วน 35% ของรายได้รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามที่พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนด  ซึ่งถือเป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะดำเนินการได้ เพราะขณะนี้        ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ ซึ่งปัญหาหากโอนงบล่าช้าและไม่ครบสัดส่วน 35% นั้น     ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แม้ว่าการจัดทำงบ 2550 ยังไม่สามารถดำเนินการได้ แต่กฎหมายเปิดช่องให้ใช้   เงิน งบประมาณในส่วนของงบประจำตามกรอบวงเงินงบประมาณปีก่อนหน้าไปพลางก่อน   ดังนั้นการจัดสรรเงินให้ อปท. ในปีงบประมาณ 2550 จะจัดสรรเงินในจำนวน 6.88 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 26% ของวงเงินงบประมาณให้แก่ อปท. เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของ อปท. เพราะปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะโอนภารกิจด้านสาธารณสุขและการศึกษาจากส่วนกลางไปให้ อปท. รับผิดชอบได้   ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการตีความว่ารัฐบาลต้องดำเนินการเรื่องงบถ่ายโอนให้เสร็จภายในปีปฏิทิน 2549 หรือภายในวันที่ 31 ส.ค. 2549 ซึ่งรัฐบาลพยายามเร่งเรื่องแก้ไขกฎหมายกันอยู่ แต่มาติดปัญหาเรื่องไม่มีสภา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เรื่องนี้น่าจะ   ยกประโยชน์ให้จำเลย นายไชยยศ สะสมทรัพย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า จากปัญหาการเบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้าของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ   ตนจะเรียกประชุมตัวแทนกระทรวงการคลังที่มีหน้าที่เป็นคณะกรรมการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างในวันที่ 19 ก.ค.นี้ เพื่อชี้แจงและหาความชัดเจนถึงปัญหาของรัฐวิสาหกิจว่าเกิดจากปัญหาภายนอกหรือ  ภายใน องค์กรรัฐวิสาหกิจ  และหากพบว่าเป็นปัญหาภายนอก อาทิ ปัญหางบประมาณ  เงินกู้  แผนการลงทุน  
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของสำนักงานคณะกรรมากรพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(สศช.) กระทรวงการคลังจะถือเป็นหน้าที่ที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ปัญหานั้น ๆ คลี่คลายลง แต่หากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจยังมีปัญหาอื่นจะถือเป็นปัญหาภายในขององค์กรรัฐวิสาหกิจเอง ที่จะต้องเร่งแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน ข่าวสด  19  ก.ค.  49