3. ครูหรือผู้บริหารควรทำวิจัยเรื่องอะไรเพื่อพัฒนาวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ
คำถามข้อนี้ พอมองเห็นความกังวลของผู้ถาม ในยุคการส่งเสริมครูและผู้บริหารซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่เป็นกรอบการปฏิบัติ ในส่วนที่เป็นงานวิจัย ครู/ผู้บริหารต้องเลือกเรื่องที่เหมาะสมกับระดับวิทยฐานะ การวิจัยที่เสนอต้องมีคุณภาพ และยังต้องระบุ การนำผลงานนั้นไปใช้ โดยต้องชี้แจงว่านำไปใช้อย่างไร เมื่อใด นอกจากนี้ยังต้องชี้แจงว่าได้นำผลงานทางวิชาการไปเผยแพร่ที่ใด อย่างไร เมื่อใด ดูเป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติมากมาย แต่ถ้าเราพิจารณาถึงขนาดรางวัลที่ตอบแทน มีทั้งเกียรติ และเงินแล้ว ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่รับได้ แต่เหนืออื่นใด มีครูและผู้บริหารจำนวนหนึ่งภูมิใจความสำเร็จของการพัฒนาและขยายผลเป็นแบบอย่างต่อวงวิชาชีพอย่างน่าชื่นชม
เพื่อให้การวิจัย ได้สนองความตั้งใจในการพัฒนาความเป็นมืออาชีพอย่างน่าภาคภูมิใจ การเริ่มต้นที่ดีจะช่วยให้งานดำเนินไปด้วยความราบรื่นได้ ดังที่พูดกันว่า การวางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง จึงขอแนะนำให้ใช้หลักการพื้นฐานที่ได้กล่าวแล้วในคำถามข้อที่ 2 ทั้งนี้ นักวิจัยต้องให้เวลากับการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะถึงเวลาทำผลงานขอวิทยฐานะขั้นสูง เพราะวิจัยเป็นทักษะที่ต้องอาศัยปัญญาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ ให้ใช้การทำงานที่รับผิดชอบเป็นแบบฝึกการทำวิจัยอย่างจริงจัง เน้นกระบวนการพัฒนาผู้เรียน ใช้ความรู้ที่ได้มาเป็นแนวทางเพิ่มพูนศักยภาพผู้เรียน แล้วตั้งคำถามวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม และพัฒนาต้นแบบอย่างต่อเนื่อง
การใช้ผลการวิจัยในสภาพจริง เป็นการเรียนรู้ที่มีความต่อเนื่อง นักวิจัยจึงมองหาโอกาส นำเสนอผลการวิจัยในวาระต่างๆ เช่น เวทีของครุสภาที่กำหนดให้ส่งผลงานได้ทุกปี สภาการศึกษาแห่งชาติมีวาระทำนองเดียวกันปีเว้นปี และเวทีนำเสนอผลงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีทุกปี ครั้งนี้ 1-4 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นการจัดการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 49 เป็นต้น การใช้โอกาส จะต้องคำนึงถึงเวลาที่สมควร ไม่ปล่อยให้ผลการวิจัยผ่านเลยจนไม่น่าสนใจ และต้องระลึกเสมอว่า คำวิจารณ์ ติชมจากนักวิชาการตัวจริง เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง เพราะเป็นการให้ปัญญาเพื่อสร้างปัญญา ไม่ใช่เรื่องเสียหน้าแต่อย่างใด ครงกันข้ามกับคำชมที่ได้จากผู้ไม่รู้ เป็นสิ่งไร้ค่า (เช่นส่งรายงานให้พวกกันเองแล้วส่งหนังสือตอบรับด้วยคำนิยม ชื่นชมอย่างไร้สาระ ซำผู้วิจัยยังนำเสนออวดไว้ที่ท้ายรายงาน)
นอกจากนี้ การนำเสนอด้วยการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ที่มีคุณภาพ ก็จะทางหนึ่งของการพัฒนาบุคลิกภาพของนักวิจัย มีเพิ่มพูนความเป็นนักวิชาการที่ได้ทักษะทางปัญญา และพร้อม ที่จะใช้ปัญญาที่สร้างสรรค์วิชาชีพครู/ผู้บริหารการศึกษา หรืองานสายสนับสนุนด้านการศึกษา
ที่กล่าวมา เป็นแนวทางสร้างความสำเร็จที่น่าเป็นแบบอย่างของบุคคลที่ได้ดำรงวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ
เขาคือผู้ใฝ่รู้ สร้างปัญญา และใช้ปัญญาอย่างสร้างสรรค์อย่างน่าชื่นชม