การประสานงานอย่างไม่เป็นทางการ
เมื่อวานผมนัดผู้บริหาร 3 คน ศึกษานิเทศก์ 1 คน และ ครูผู้สอน 1 คน มาพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนกิจการลูกเสือ
บรรยากาศการประชุม จะไม่เน้นพิธีการ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก ผู้บริหารท่านหนึ่ง จะให้ผมไปนั่งหัวโต๊ะ ผมบอกว่าไม่เป็นไร เรามานั่งล้อมวงคุยกันดีกว่า
บนโต๊ะก็มีลองกอง สละ มะขามหวาน แล้วก็ตามมาด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน คุนกันไป ทานกันไป ก็เพลินดีครับ
เมื่อเริ่มพูดคุย ผมก็เกริ่นนำไปหน่อยนึง เกี่ยวกับการขับเคลื่อนกิจการลูกเสือ เสร็จแล้วผมก็โยนเรื่องไปให้สมาชิกท่านอื่นช่วยกันพูด ช่วยกันแสดงความคิดเห็น
ก็ผลัดกันพูด ผลัดกันฟังครับ ทุกคนพูดออกมาจากใจ เพื่อสร้างสรรค์งาน ไม่ได้พูดเพื่ออวดเก่ง เบ่งฉลาด
มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันบ้าง ผมก็ต้องเคลียร์ไปที่เป้าหมายครับ ให้ทุกคนมีเป้าหมายที่ตรงกันก่อน เมื่อทุกคนเข้าใจเป้าหมายที่ตรงกันแล้ว ต่อไป ความเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องวิธีการ หรือ รายละเอียด ก็สามารถหาทางออกร่วมกันได้ครับ โดยหาวิธีการที่ดีที่สุด ที่จะเข้าไปสู่เป้าหมาย เป็นการเอาชนะปัญหา ไม่ใช่เอาชนะกันเอง
มีประเด็นให้พูดคุยอยู่ 3 เรื่อง ก็สามารถขับเคลื่อนไปได้ทั้ง 3 เรื่องครับ
โดยทุกคน ได้พูด ได้แสดงออก และ ความคิดเห็นของทุกคน ได้รับการยอมรับในที่ประชุม คือ เมื่อมีใครพูด ที่เหลือก็ฟังโดยไม่ไปตัดสินความคิดของเขา ส่วนที่ไม่ตรงกัน ก็มาร่วมกันพิจารณา

ออกจากห้องมา ก็ไม่มีใครเครียดครับ ได้ทั้งงาน ได้ทั้งคน ไม่มีใครเสียหน้า ไม่มีใครได้หน้า
การปกครองคนสำหรับนักบริหารที่ดีต้องใช้หลัก...
ปกครองโดยวิธีการทั้งพระเดชและพระคุณงานถึงจะเดิน ใช่ไหมค่ะท่านรอง???
ผมเน้นไปที่ "การฟัง" และ "การมีส่วนร่วม" ครับ
ขอบคุณครับ
ครับ ในที่ประชุมที่เป็นทางการ มักจะมีแต้รื่องอวดเก่ง เบ่งฉลาด บรรยากาศออกมาไม่ดีเลยครับ
ขอบคุณครับ
อ้อ ขอเสริมอีกนิดนึงครับท่านอาจารย์
วิทยากรลูกเสือท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าในการคัดเลือกคนที่จะมาเป็ยวิทยากรลูกเสือที่จะมาทำงานร่วมกัน ท่านจะไม่คัดมาจากคนอวดเบ่ง เก่งฉลาด ครับ ท่านบอกว่าในวงการลูกเสือที่นี่ ไม่มีคนเก่ง มีแต่คนมาช่วยกัน
สวัสดีค่ะ ท่านรองฯ
คุยอย่างนี้ ได้ใจคนอ่านด้วยค่ะ
ผมเบื่อบรรยากาศการประชุมที่เป็นทางการครับ แทบไม่ได้อะไร
ขอบคุณครับ