เมื่อตอนที่ผมอายุ ๖๐ ชีวิตการทำงานของผมมันไม่เหมือนคนทั่วไป คืองานมันเดินเลยเส้นอายุไปแบบไร้รอยต่อ รอยต่ออายุของผมมันขึ้นอยู่กับรอยต่อของงานมากกว่า เช่นจาก มอ. มาสู่ สกว. จาก สกว. สู่ สคส. และจาก สคส. มาสู่ชีวิตที่เป็นวิญญาณที่ล่องลอย ทำงานแบบไม่ทำงาน คือทำหน้าที่กำกับดูแลเชิงส่งเสริมสร้างสรรค์ ชีวิตของผมจึง “มีรอยต่อแบบไร้รอยต่อ” เป็นชีวิตที่สนุกมาก
พอแก่ถึงขนาดก็เริ่มมีความศักดิ์สิทธิ์ ได้หน้าที่ให้ศีลให้พรมาอีกหน้าที่หนึ่ง โดยจริงๆ แล้วผมไม่มีฤทธานุภาพใดๆ แต่ก็ได้ฝึกฝนตนเองให้มีไมตรีจิตานุภาพเพิ่มมากขึ้นตามอายุ เอาไว้ให้ความสุขและแผ่ไมตรีแก่มิตรสหาย ดังกรณีตัวอย่างข้างล่าง
แด่ท่านที่ปรึกษาฯ โอภาส เขียววิชัย
วิจารณ์ พานิช
ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ท่านที่ปรึกษาฯ โอภาส เขียววิชัย กับผมรู้จักกันและเคยทำงานร่วมกันมาเป็นเวลานานมากเกือบ ๓๐ ปี ตั้งแต่เรายังเป็นข้าราชการเด็กๆ ด้วยกัน โดยที่ตอนนั้นผมทำหน้าที่คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในยุคที่เพิ่งเปิดโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ใหม่ๆ หลังจากการก่อสร้างล่าช้ามา ๕ ปี
โรงพยาบาลเริ่มเปิดให้บริการ ๑๐๐ เตียงแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ แล้วต้องวางแผนขยายการให้บริการระยะต่อไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อประโยชน์ทั้งด้านการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ และการสร้างขวัญกำลังใจของบุคลากรซึ่งในตอนนั้นระส่ำระสายมาก โดยที่เราต้องทำให้บริการของโรงพยาบาลเป็นที่ประทับใจผู้มาใช้บริการให้ได้
อะไรก็ไม่สำคัญเท่าคน เราต้องหาทางทำให้แผนกำลังคนและแผนขยายการให้บริการของโรงพยาบาลสอดรับกัน ผมพบว่าในราชการนั้น เวลาพูดถึงแผนมักจะเน้นแผนกายภาพและแผนเงิน แทบจะไม่ได้เอาใจใส่แผนคนเลย การทำให้แผนการรับคนเพิ่ม (ซึ่งก็ไม่ค่อยมีคนมาสมัคร) โดยเฉพาะพยาบาล เป็นเรื่องเป็นที่ยอมรับจากหน่วยเหนือเป็นเรื่องยากลำบากมาก ผมต้องออกแรงทำความเข้าใจหลายระดับ และในระดับทบวงมหาวิทยาลัยก็ได้อาศัยท่านโอภาสนี่แหละ เราจึงได้รู้จักและทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ตอนนั้น
เมื่อผมมาทำหน้าที่ประธาน กกอ. ตอนต้นปี ๒๕๕๒ ท่านโอภาสเป็นผู้รับผิดชอบนำเสนอวาระสำคัญๆ ของการประชุม ผมประทับใจวิธีนำเสนอของท่านมาก ที่มีความชัดเจนและกระชับ ง่ายต่อความเข้าใจ ลีลาการพูดของท่านทำให้ผมคิดว่าท่านเรียนมาจาก ศ. ดร. วิจิตร ศรีสะอ้าน อดีตปลัดทบวงมหาวิทยาลัยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร เป็นผู้ที่พูดได้เหมือนกับเขียนมาอ่าน คือถ้าเราบันทึกเสียงไปถอดเป็นตัวอักษร จะได้ข้อความที่แสดงประโยค เว้นวรรค และย่อหน้า ชัดเจน คือท่านพูดเป็นภาษาพูดที่เรียบเรียงคล้ายภาษาเขียน ท่านโอภาสมีวิธีลีลาการพูดที่คล้ายกันมาก
คนที่มีคนเก่งเป็นแม่แบบ (role model) ย่อมมีพลังพัฒนาตนเองได้มากเป็นพิเศษ ผมเข้าใจว่าท่านโอภาสน่าจะได้ประโยชน์จากการยึดถือท่าน ศ. วิจิตร เป็นแม่แบบมากทีเดียว ชีวิตราชการของท่านจึงก้าวหน้า ทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง และแก่วงการอุดมศึกษา ในฐานะข้าราชการผู้ใหญ่ ได้ถึงเพียงนี้
ในวาระที่ท่านที่ปรึกษาฯ โอภาส เขียววิชัยจะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๓ นี้ ผมขออัญเชิญพระศรีรัตนตรัย และผู้ทรงคุณงามความดีทั้งหลาย ได้ดลบันดาลให้ท่านโอภาส เขียววิชัย ได้ถึงพร้อมด้วยสุขภาวะในทุกด้าน มีอายุยืนยาว และทำประโยชน์ให้แก่สังคมไทย โดยเฉพาะต่อวงการอุดมศึกษา ได้อีกนาน
………………………………………..
สวัสดีครับ และ ขอแสดงความขอบคุณ ท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช..และ ขอขอบคุณไปถึงท่านโอภาส เขียววิชัย ที่ท่านได้มีส่วนทำให้คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ได้ทำคุณประโยชน์ให้ชาวใต้มาโดยตลอด 30 ปีมานี้..
ขอบคุณมากครับ ดีมากเลยสำหรับรอยต่อที่ไร้ร่องรอยของการทำงาน มีความสุขมากครับสำหรับคนทำงานเพราะเป็นการทำงานที่เสมือนไม่ได้ทำงาน ทั้งที่ตลอดเวลาของชีวิตก็คู่กับการทำงาน