GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

“ การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด “ ร่วมด้วยช่วยกันระหว่าง ผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ ( 4 )

" ความรักของแม่ยิ่งกว่ามหาสมุทร ความรักของแม่สูงสุดมหาศาล " แม่ทนทุกข์ทรมานได้ทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ลูกมีความสุขและมีอนาคต
พี่จุดได้เล่าถึงความรู้สึกของผู้ป่วยโรคมะเร็งผ่านไปแล้วสองรายนะคะ ทั้งสองรายล้วนมีส่วนคล้ายและส่วนต่าง  ลองติดตามอาการและการดูแลของ ผู้ป่วยรายที่สาม ต่อนะคะว่าเธอมีความรู้สึกอย่างไร 
  • เธอมาโรงพยาบาลด้วยอาการ เลือดออกทางช่องคลอด  เริ่มแรกเธอคิดว่าประจำเดือนใกล้จะหมด  ความรู้สึกเหมือนคนปกติ  ต่อมาเดือนที่สองมีเลือดออกอีก  จึงไปพบหมอ 
  • หมอได้ขอตรวจชิ้นเนื้อ  วันที่ได้ฟังผลชิ้นเนื้อ เมื่อรู้ความจริง รู้สึกช๊อค  หมอได้อธิบายขั้นตอนและวิธีการรักษาให้ทราบ  ณ ขณะนั้นฟังหมออธิบายอย่างรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง  เพราะใจจดจ่ออยู่ที่ลูก  จะบอกลูกและคนในครอบครัวว่าอย่างไรดี  ห่วงลูกเหลือเกิน  ลูกยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ  จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้ลูกเครียด/กังวล  ตัดสินใจไม่บอกลูกและสามี  เพราะต้องการให้ลูกได้เรียนต่อโดยไม่ต้องกังวลกับอาการปวดของแม่
 

หมอได้รักษาเธอด้วยวิธีฉายแสง  เธอได้ฉายแสงไปได้ 20 ครั้ง  โดยลูกและสามีไม่ทราบว่าเธอป่วยด้วยโรคอะไร  ครอบครัวเข้าใจว่าเธอไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติ  รู้แต่เพียงว่าเธอยังไม่หายหมอขอตรวจเป็นระยะ  วันหนึ่งลูกถามแม่ว่า

       ตกลงหมอรู้แล้วหรือยังว่าแม่เป็นโรคอะไร ต้องรักษาอีก   

                 นาน    หรือไม่ 

 แม่ก็ตอบอย่างบ่ายเบี่ยง   สามีจีงบอกให้เธอยกเลิกการรักษา  เพราะรักษาไปก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร  แต่เธอบอกตัวเธอเองว่า ให้อดทนต่อไป  เหลืออีกนิดเดียวก็ครบกำหนดการรักษาแล้ว  เธอจึงรักษาตัวต่อจนฉายแสงครบ  25  ครั้ง  โดยยังรักษาความลับไว้          

                       เธอได้ไปพบหมอเพื่อติดตามผลการรักษาตามที่หมอนัด  แต่โชคไม่เข้าข้างเธอเลย  เธอต้องรักษาตัวต่อด้วย  วิธีใส่แร่  ซึ่งต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาล  เธอจึงขอไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช  เพราะไม่ต้องการให้ลูกและสามีทราบ  ให้เขาเข้าใจว่าไปเที่ยวที่กรุงเทพฯ  แต่ที่นั้นไม่มีคิว  ทำให้เธอต้องพักรักษาตัวที่นี้     

                          เธอเล่าว่า  พรรคพวก  เพื่อนฝูงที่ทำงาน  เมื่อรู้ข่าวว่าเธอไม่สบาย  ต่างก็บอกข่าวต่อๆกันปากต่อปาก  เมื่อเพื่อนถามอาการ  เธอจึงตอบสั้นๆ  ไม่ต้องการต่อความยาวสาวความยืด  เพื่อให้ทุกคนที่ทราบเรื่องยุติการซักถาม  ไม่ต้องการให้เพื่อนพูดต่อ 

                เธอได้ไปพบหมอเพื่อติดตามอาการอีก  เธอช่างโชคร้ายเหลือเกิน โรคจะกลั้นแกล้งเธอไปถึงไหนนะ  เพราะปรากฏว่า เธอเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่คอต่อ   แต่เธอบอกเราว่า  คราวนี้เธอไม่ช๊อคอีกแล้ว 

           มะเร็งจะมาก็ให้มา เพราะห้ามกันไม่ได้  

แต่ตัวเองยังตายไม่ได้  เพราะลูกยังเรียนไม่จบ เธอต้องมีชีวิตต่อเพื่ออนาคตของลูก  ส่วนนี้จึงทำให้เธอต้องยืนหยัดเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายต่อไปอย่างอดทน หมอได้นัดเธอเพื่อ ผ่าตัด  ที่ห้องผ่าตัดเล็ก  กลับไปถึงบ้าน  ทุกคนรู้ข่าว แทบช๊อค  1 ปี ผ่านไป เธอไปพบหมออีก  ปรากฏยังมีมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ต่อมอื่น  หมอได้ผ่าตัดให้อีกครั้ง  และรักษาต่อด้วยวิธีให้ยาเคมีบำบัด  ช่วงระหว่างที่ได้รับยา  ก็มีเพื่อนแนะนำให้เธอดื่มน้ำมากๆ จะช่วยไม่ให้รู้สึกร้อนมาก

                         เธอบอกว่า  สำหรับตัวเธอ  ก่อนได้รับยาเคมีบำบัดแต่ละครั้ง  เธอจะอาบน้ำ สระผม และโพกผ้าที่ศีรษะเพื่อให้ศีรษะเย็น  เธอไม่มีอาการผมร่วงเลย  แต่ฟันในปากเธอหลุดที่ละซี่จนหมดปาก  เหงือกแห้ง  จนในที่สุดเธอต้องใส่ฟันปลอม 

              ช่วงระหว่างที่เธอไม่สบาย  เธอดูแลตัวเองโดยกินอาหารเจตลอด  ทำวัตร  สวดมนต์  ทำใจให้ปกติ  ไม่หงุดหงิด  เธอบอกว่า เธอต้องทำตัวอย่าให้ใครรำคาญ หรือคิดว่าตัวเธอเป็นตัวถ่วง เพราะจะทำให้ตัวเธอแย่ลง 

                    สิ่งที่ช่วยเธอให้ลืมความทุกข์ทรมาน  ลืมความเจ็บปวด  คือการที่เธอได้ไปทำงาน  เธอไม่คิดว่าเธอป่วย  เธอทำตัวตามปกติ  เหนื่อยจากงานกลับถึงบ้านก็หลับ  วันไหนเธอหลับเร็วก็จะตื่นเร็ว  ถ้าวันไหนเธอไม่หลับ เธอจะรู้สึกเหมือนมีไข้  การหลับในแต่ละครั้ง เธอต้องเปลี่ยนท่านอนหลายท่า  เพราะนอนท่าไหนก็ไม่สบาย  บางครั้งก็ต้องนั่งฟุบ  บางวันช่วงใกล้ค่ำ เธอจะรู้สึกปวดมาก เหมือนมีไข้  ครั่นเนื้อครั่นตัว เธอก็จะกินยาแก้ปวด  แต่เมื่อยามที่ลูกถามถึงอาการแม่ด้วยความห่วงใย  เธอก็จะตอบด้วยความห่วงอาทรลูกเสมอว่า

                       แม่ไม่เป็นอะไร ลูก   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 39553
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)